TOEFL ด่านอรหันต์สำหรับผู้อยากเรียนต่อต่างประเทศ

สำหรับผู้ที่อยากไปเรียนต่อต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา นอกจากการเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ อาทิ การเลือกมหาวิทยาลัย ประสบการณ์ทำงาน จดหมายแนะนำตัวแล้วนั้น คะแนนสอบวัดระดับภาษาอย่างคะแนนสอบ TOEFL คืออีกหนึ่งด่านอรหันต์ที่ทุกคนต้องฝ่าฟันไปให้ได้ บทความวันนี้ผู้เขียนจึงอยากนำเสนอเรื่องราวทั่ว ๆ ไปและการเตรียมตัวสอบโทเฟลแก่ผู้อ่านกันค่ะ

TOEFL ย่อมาจาก Test of English as a Foreign Language เป็นการสอบวัดระดับความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ ของผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก นิยมเรียกสั้น ๆ ว่า “โทเฟล” โดยการทดสอบจะครอบคลุมทั้ง 4 ทักษะ ได้แก่ ฟัง พูด อ่าน และเขียน แต่ละส่วนจะมีคะแนนให้ 30 คะแนนรวมทั้งหมดเป็น 120 คะแนน

ซึ่ง TOEFL ใช้สำหรับศึกษาต่อในอเมริกาโดยเฉพาะ หรือสำหรับน้อง ๆ หรือผู้ที่ทำงานแล้วที่อยากมีคะแนนโทเฟลไว้สำหรับสมัครงาน หรือเข้าทำงานในองค์กรต่างประเทศ หรือที่เน้นใช้ภาษาอังกฤษ

โดยแต่ละสาขาวิชาของแต่ละมหาวิทยาลัยจะกำหนดคะแนนโทเฟลขั้นต่ำไว้สำหรับผู้สมัคร แตกต่างกันไป ดังนั้นจึงจำเป็นมากที่ผู้ที่สนใจจะไปเรียนต่างประเทศจะต้องตรวจสอบคะแนนโทเฟลขั้นต่ำที่ตนต้องแสดงต่อมหาวิทยาลัย ว่าถูกกำหนดไว้เท่าไร เพื่อเตรียมความพร้อมให้ถูกต้อง ตัวอย่างเช่น คณะนิติศาสตร์มักกำหนดคะแนนโทเฟลขั้นต่ำไว้ที่ 100 คะแนน เพราะผู้เรียนนิติศาสตร์จะต้องใช้ภาษาอังกฤษมากกว่าสาขาวิชาอื่น ๆ

ในขณะเดียวกัน คณะด้านเทคนิควิชาอย่างวิทยาศาสตร์หรือบริหารอาจกำหนดคะแนนโทเฟลขั้นต่ำไว้ที่ 80–90 และกำหนดให้ต้องยื่นคะแนนสอบประเภทอื่นๆ อาทิ GMAT หรือ GRE เพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคะแนนโทเฟลจะถูกกำหนดไว้สูงหรือต่ำ แต่สำหรับนักเรียนไทยแล้วนั้น โทเฟลถือเป็นด่านอรหันต์ที่มีความหินแบบอยากจะเอาหัวเข้าโขกแบบสุด ๆ โดยนักเรียนหนึ่งคนอาจสอบโทเฟลกันมามากกว่าหนึ่งครั้ง เพื่อให้คะแนนมากพอที่จะใช้สมัครเข้ามหาวิทยาลัยในฝันได้ สำหรับผู้เขียนเองก็สอบโทเฟลมาไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง เพื่อให้คะแนนมากถึง 100 สำหรับใช้สมัครเรียนต่อด้านกฎหมายเช่นกัน แต่ก็เคยได้ยินมาว่า มีเพื่อนบางคนที่สอบโทเฟลกันมากถึง 15 ครั้ง เลยทีเดียว!

ทั้งนี้การสมัครสอบโทเฟลนั้นสามารถสมัครและชำระเงินผ่านระบบออนไลน์ได้ที่เว็ปไซต์ www.ets.org โดยผู้สมัครสอบสามารถเลือกวันสอบ และสถานที่สอบได้ผ่านเว็ปดังกล่าว โดยจากประสบการณ์ของผู้เขียนนั้น การเลือกสนามสอบถือว่ามีส่วนสำคัญในการสอบมากเช่นกัน เพราะศูนย์สอบบางแห่งจะสะดวกสบาย หรือมีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยกว่าแห่งอื่น ๆ ในขณะที่เครื่องมือของศูนย์อาจข้างเก่า และมีบรรยากาศไม่น่าเข้าสอบ

นอกจากนี้ อีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยให้เราฝ่าด่านอรหันต์อย่างการสอบโทเฟลก็คือ การเตรียมตัว นักเรียนไทยหลายคนเลือกที่จะลงคอร์สเตรียมตัวสอบ ซึ่งการลงคอร์สนี้ ผู้เขียนเองก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่สำคัญนะคะ โดยเฉพาะสำหรับน้องๆที่จะเข้าสอบโทเฟลครั้งแรก เพราะอาจารย์ที่สอนมักจะบอกขั้นตอนการสอบ และเทคนิคดีๆเพื่อให้เราทราบขั้นตอนที่ถูกต้อง และบางสถาบันยังมีการสร้างระบบ pre-test หรือระบบจำลองการสอบ ให้กับนักเรียนซึ่งมีประโยชน์มาก ๆ

เพราะการสอบโทเฟลมีเอกลักษณ์อยู่ตรงที่เราต้องทำข้อสอบผ่านระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมด ไม่ว่าเป็นการสอบทักษะอ่าน เขียน หรือแม้แต่พูด ที่เราต้องพูดอัดเสียงลงในคอมพิวเตอร์ การฝึกทำข้อสอบแบบ pre-test นี้จึงถือเป็นการที่เราได้ฝึกซ้อมจำลองการลงสนามที่มีประโยชน์มาก

อย่างไรก็ตาม สำหรับน้องๆที่เข้าใจขั้นตอนการสอบดีอยู่แล้ว หรือเคยผ่านสนามมาก่อน ก็แนะนำว่าการเตรียมความพร้อมด้วยตนเองคือ the must! โดยขอแนะนำให้ซื้อหนังสือแนวรวมข้อสอบเก่ามาทำบ่อยๆ เพื่อที่จะสามารถตรวจคะแนนดูได้ว่าตนเองยังไม่ถนัดในการสอบพาร์ทไหน เพื่อที่จะพัฒนาให้ได้อย่างตรงจุด นอกจากนี้การหัดฝึกพูด ฟัง เขียน อ่านภาษาอังกฤษผ่านช่องทางอื่นๆด้วยตนเองก็สำคัญยิ่งนัก ทั้งการฟังวิทยุ ข่าว อ่านหนังสือพิมพ์ ที่ไม่ว่าจะเป็นวิธีการใดๆก็ตาม ก็สามารถเอามาช่วยเพิ่มคะแนนสอบขอบเราได้อย่างแน่นอน

และเมื่อวันสอบจริงมาถึง ก็ต้องแนะนำให้ทำใจให้สบายค่ะ โดยเราสามารถไปศูนย์สอบได้แบบตัวเปล่าๆ แต่ต้องติดพาสปอร์ตไปยืนยันตัวตอน ตอนสอบก็ขอให้ทำใจให้สบาย แล้วก็อย่าวอกแวก เพราะบางคำถามจะไม่มีการทวนซ้ำ รวมถึงช่วงสอบทักษะการพูดที่จะมีเวลาให้เราเตรียมตัวไม่ถึงหนึ่งนาที ดังนั้นสมาธิ คือสิ่งสำคัญที่สุดในการสอบโทเฟล

และท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าผลสอบจะออกมาเป็นเช่นใดสำหรับการฝ่าด่านอรหันต์นี้ ก็ขอให้น้อง ๆ จงระลึกไว้เสมอค่ะ ว่าไม่มีอะไรที่ยากเกินความพยายามอย่างแน่นอน

You may also like...