Search Results for: ออกกำลังกาย เปิด/ปิด แสดงความคิดเห็นในหัวข้อ | แป้นพิมพ์ลัด

  • Pleng_Nutcha เวลา 7:47:37 pm on Wednesday ที่ 27 September 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    ลดน้ำหนักสำหรับวัยเรียน 

     

    วันนี้เราจะมาบอกสำหรับคนที่จะลดน้ำหนักของคนที่เรียนอยู่น่าาา บางคนชอบบอกว่า “อ้วนจังอยากลดน้ำหนัก แต่ไม่มีเวลาเลย”   ที่จริงเรามีเวลาตลอดแหละแค่ไม่ทำเท่านั้นเอง วันนี้เราเลยมาแบ่งความรู้ที่เรามีให้ทุกคน(แต่ไม่รู้ว่าได้ผลป่าว) แต่พอเราทำยังนี้ทุกวัน เราไปช่างน้ำหนักแล้วน้ำหนักเราลดลงจริง!!!  เอาละเรามาดูกันเลยยยย

     *Time Table

    เริ่มตั้งแต่เช้าเลยนะ

    #ไปโรงเรียน

     เช้า

    สำหรับตอนเช้า ขอเป็นอาหารที่ย่อยง่ายแล้วไม่หนักท้องจนเกินไป เราเลยมีเมนูอาหาเช้า3เมนูมาเสนอ

    1.โจ๊กหมู+ไข่ลวก=330kcal

    2.โยเกิร์ตไม่มีไขมัน+ผลไม้สด=230-250kcal

    3.เกาเหลา+ข้าวกล้อง=250-300kcal

    *อย่าลืมดื่มน้ำตามไปด้วย เยอะๆเลย!!

    กลาวงวัน

    1.กินน้ำก่อนกินข้าวกลางวันอย่างน้อย 2 แก้ว แต่ต้องเป็นน้ำเปล้าเท่านั้น!!

    2.กินอาหารของโรงเรียนหรือที่นำมาจากบ้านตามปกติเลย และไม่จำเป็นต้องลดของทอดแต่แค่ต้องกินน้อยลง

    เพราะกรลดไขมันไม่ได้ช่วยอะไรหรอนะ เพราะร่างกายของเราก็ต้องการไขมัน

    3.กินข้ามเสร็จอย่าลืมดื่มน้ำตาม น้ำอะไรก็ได้แต่เราขอแนะนำน้ำเปล่าดีกว่า

    4.เป็นไปได้ขอให้ลดปริมาณของหวาน เช่น จากที่ทุกทีกินขนม3ถุงลดเหลือ1ถุงพอ

     

    เย็น

    ทานอาหารตามปกติเลย แล้วรอให้อาหารย่อย 30 นาทีจากนั้นออกกำลังกาย

    *ท่าออกกำลังกายแนะนำ

    1.สควอช์ 15 ครั้ง

    2.กระโดดตบ 5 นาที

    3.เล่นโยขะง่ายๆ เดียวเราจะเพิ่มลิงก์ถ้าเล่นโยคะไว้ให้นะ

     

    #อาหารทานอย่างนี้ทั้งสัปดาห์

    #ออกกำลังกาย 4 วันต่อ/สัปดาห์

    #สควอช์ตอนแรกอาจจะปวดขาหน่อยนะ

     

     ทุกคนลองเอาไปทำดูน่าาาา แล้วอันนี้ลิงก์ท่าโยคะที่เราจะแนะนำ

    จิ้มเลยยยย

     
  • CallmeGigi

    CallmeGigi เวลา 5:55:37 am on Sunday ที่ 25 June 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    โรคนอนไม่หลับของฉัน(ไม่หลับไม่นอน) 

    ในช่วงปิดเทอมใหญ่ ระหว่างรอมหาวิทยาลัยเปิดเทอม เป็นช่วงเวลาที่ฉันจะได้ผ่อนคลายหลังจากที่เครียดกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยมายาวนาน ฉันใช้เวลากับการเล่นคอมพิวเตอร์และมือถือมากเกินไป ฉันรู้สึกว่าฉันขาดมือถือและอินเตอร์เน็ตไม่ได้ และที่แย่กว่านั้นคือฉันไม่สามารถหลับในตอนกลางคืนได้ ทำให้ฉันต้องนอนในเวลา7.00-8.00น. แล้วตื่นหลังจาก15.00น. ฉันกินข้าวเพียงวันละมื้อ แต่รู้สึกว่าบวมขึ้น เนื่องจากไม่ได้ออกกำลังกายเลย แย่มากเลย(สุขภาพ) เห้อ ตอนนี้เหลือเวลาไม่กี่วันจะต้องไปอยู่หอ เพื่อเรียนปรับพื้นฐาน ฉันคิดว่าพรุ่งนี้จะเริ่มปรับการนอน ให้นอนก่อนเที่ยงคืนและตื่นแต่เช้ามาออกกำลังกายบ้าง ก่อนที่ตัวจะระเบิด 🐷🐻

     
  • Swallow

    Swallow เวลา 2:47:02 pm on Tuesday ที่ 24 January 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    วิธีลดน้ำหนัก 

    สวัสดีคะ สำหรับบล็อคนี้ถือว่าเป็นบล็อคแรกๆที่เขียนขึ้น เนื้อหาที่เขียนนั้นขอบอกเลยว่าจะเขียนจากเรื่องราวที่เคยพบเห็นมา ไม่ว่าจะในส่วนเรื่องที่พบด้วยตัว หรือเรื่องเล่าจากคนอื่น แต่บล็อคนี้จะเขียนถึงการลดน้ำหนัก ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนโดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิง ที่ต้องการมีหุ่นที่เฟอร์เฟ็คและผอมเพรียว และตัวผู้เขียนเองก็เป็นคนหนึ่งมีความสนใจ และทดลองมาหลายกรรมวิธีแล้ว เพราะต้องบอกก่อนเลยว่าก่อนหน้านี้ประมาณสัก3 ปีก่อน และก่อนหน้านั้นอ้วนมากกกกกกกก มากจริงๆคะ เพราะน้ำหนักช่วงนั้นประมาณ50-56 กิโลกรัมกันเลยทีเดียว ตอนนั้นรู้ดพียงอย่างเดียวว่ารู้สึกอึดอัดกับร่างกาย อยากใส่เสื้อผ้าได้ง่ายๆเหมือนคนทั่วไป แถมตัวเองเวลาอ้วนเนี้ยแก้มเยอะ ไม่ค่อยเห็นดั้งของตัวเองเลย อยากมีดั้งเหมือนชาวบ้านชาวช่องเขา

    หลังจากนั้นเลยพยายามสรรหาวิธีเพื่อจะลดน้ำหนักลงมาให้ได้ โดยวิธีที่เริ่มต้นคือ การกินน้อยๆ น้อยจริงน้อยจนไม่ต่างอะไรกับการอดข้าวอดน้ำ วิธีนี้มนก็ได้ผลอยู่นะ น้ำมันตอนนั้นมันก็ลงมาจริงๆ แต่ก็อยู่ได้ช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น พอเริ่มกินได้มันก็อ้วนง่ายกว่าเดิมเยอะเลย

    วิธีต่อมาที่ใช้คือ หันมาออกกำลังกาย โดยเริ่มจากสิ่งที่ตัวเองชืนชอบอยู่แล้วนั้นก็คือ การเต้น เต้นอยู่ในห้องทุกๆวันเต้นจนเงื่อไหลเป็นทางน้ำเลย ทำอยู่ประมาณเดือนนึง น้ำหนักมันลงจริงๆ นอกจากนี้ในตนเช้าๆบางวันก็ออกมาวิ่ง เย็นๆก็จับกลุ่มกับเพื่อนๆเล่นบาสเก็ตบอลกัน ผลลัพธ์ก็คือ สามารถลดน้ำหนักได้คะ แต่…ก็ยังไม่สำเร็จนะ พอไม่มีเวลาออกน้ำหนักก้ค่อยๆเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้มากมายอะไร เลยเริ่มมาออกำลังอย่างจริงจังเริ่มจากวิ่งเช้า และเย็น ชนิดที่จัดเต็มกันไปเลย แล้วไม่น่าเชื่อเลยว่ากินเท่าไหร่น้ำหนักแทบจะไม่เพิ่มเลย อันนี้จริงๆ

    พอเปิดเทอมก็จะมีเวลาแค่ช่วงเย็นๆเท่านั้น ก็ถ้าหากว่าไม่เหนื่อยและไม่ค่ำเกินไปก็จะออกกำกาย นอกจากนี้ยังมีการควบคุมอาหารประมาณ80 เปอร์เซนต์ และที่สำคัญมันไม่ได้มีแค่น้ำหนักของเราเท่านั้นที่ลดลง สุขภาพของเราเองมันก็ดีขึ้นมาด้วยจริงๆ

     
  • omasit

    omasit เวลา 3:43:37 am on Sunday ที่ 25 December 2016 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    ก่อนเป็น..นักเรียนเตรียมทหาร 

    ก่อนที่มาจะเป็นนักเรียนเตรียมทหารนั้น ตัวผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่รู้ว่าเตรียมทหารนั้น แท้จริงแล้วคืออะไร เป็นอย่างไร ถึงขั้นที่เคยคิดว่าโรงเรียนเตรียมทหารคงใช้ชีวิตเหมือนกับโรงเรียนกีฬาที่ออกกำลังกายเป็นประจำกันเลยทีเดียว แต่สาเหตุที่ทำให้ผมรู้จักโรงเรียนเตรียมทหารก็มาจากการแนะแนวของรุ่นพี่โรงเรียนมัธยมที่จบไปแล้วสอบเข้าเป็นนักเรียนทหาร ทำให้ผมจุดประกายที่จะมาเป็นนักเรียนเตรียมทหารนั่นเอง
    หลังจากที่ได้รับรู้จากรุ่นพี่แล้ว ผมจึงตัดสินใจจะสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ส่วนหนึ่งก็เพราะผมเป็นคนชอบออกกำลังกายเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว เลยคิดว่าการมาอยู่ในโรงเรียนเตรียมทหารแห่งนี้ คงจะถูกใจผมไม่น้อย แล้วมันถูกใจ ตรงความคิดรึเปล่า ฮ่าๆๆ ผมจะขออุบไว้ก่อนละกันนะครับ
    ก่อนอื่นขอเล่าเรื่องการเตรียมตัวสำหรับสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารก่อนละกันนะครับ ผมเรียนอยู่โรงเรียนประจำอำเภอในต่างจังหวัดแห่งหนึ่งอาจจะไม่ได้มีชื่อเสียงมากนั้น หลังจากที่ได้ตัดสินใจจะสอบแล้ว ผมก็เริ่มต้นจากการอ่านหนังสือเนื้อหาวิชา ม. ต้น ให้จบภายใน ม.3 เทอมหนึ่ง(สมัยผมสอบ เตรียมทหารยังรับ ม.3 อยู่ครับ) และแน่นอนว่า ช่วงเทอมสองของชีวิตเด็ก ม.3 นั้นเป็นช่วงแห่งการสอบ!! สอบ!! และก็สอบ!! สอบในที่นี้ก็หมายถึงสอบเข้าโรงเรียนต่างๆนี่แหละครับ ไม่ว่าจะเป็น มหิดลวิทยานุสรณ์ เตรียมอุดม รวมถึงค่ายโอลิมปิกวิชาการ ซึ่งแน่นอน ตัวผมเองไม่พลาดที่จะสอบ แต่ เดี๋ยวนะ!? ในตอนแรกผมบอกว่าจะสอบเข้าเตรียมทหารไง ใจเย็นก่อนนะครับ บางคนอาจจะสงสัยว่าทำไมผมถึงไปสอบโรงเรียนอื่นละ ผมต้องขอบอกเลยนะครับว่า ไปสอบเถอะครับ เพราะการสอบในสนามสอบหลายๆแห่งนั้น เป็นการลองสนามสอบ ลองความรู้สึกในเวลาสอบ ฝึกบริหารเวลาในการสอบ และที่สำคัญเลยนะครับ เป็นการเตรียมตัวเตรียมความรู้ให้พร้อมอยู่เสมอ เน้นย้ำไปตอนแรกแล้วนะครับ ว่าผมได้อ่านเนื้อหาที่ใช่สอบให้จบไปแล้วในเทอมแรก ซึ่งการสอบหลายๆที่นี้แหละครับช่วยผมได้มากเลย เพราะผมได้รู้ตัวจากการสอบหลายๆที่ว่าผมเป็นคนฝนกระดาษคำตอบช้าในเองครับ ทำให้ผมได้ฝึกไปใช้ในการสอบเตรียมทหารอีกที อ้อ! ลืมบอกไป ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้เรียนโรงเรียนกวดวิชานะครับ ไม่ใช่ว่ามันไม่ดีหรอกนะครับ แต่ผมมีปัญหาบางประการที่ทำให้ไม่ได้เรียนครับ ที่บอกไว้เพราะอยากให้น้องๆที่อยากจะสอบเข้า แต่ไม่ได้มีโอกาสไปเรียนกวดวิชานั้นไม่ต้องท้อและคิดว่าจะไม่สามารถสอบได้นะครับ เพราะพี่ยืนยันแล้วว่ามันสามารถทำได้ครับ มาต่อกันดีกว่า หลังจากที่เตรียมตัวมาหลายสนามสอบ และ 1 เดือนสุดท้ายก่อนการสอบจริง ผมได้ทำการเก็บตัว(ช่วงนั้นเป็นช่วงปิดเทอมใหญ่พอดี)ฝึกทำข้อสอบ โดยผมได้ทำการจำลองสถานการณ์สอบจริง คือทำข้อสอบตามเวลาจริงและตามจำนวนข้อจริง โดยข้อสอบก็หาซื้อเอาตามร้านหนังสือนี่แหละครับ เดี๋ยวนี้มีให้เลือกค่อนข้างเยอะ และก็ทำการลุยไปเลยวันละข้อสอบ 1 เดือนก็จัดไปแล้ว 30 ข้อสอบ หลังทำข้อสอบก็อย่าลืมรวบรวมคะแนนและทบทวนเนื้อหาที่เราพลาดไปด้วยนะครับ
    หลังจากที่เตรียมตัวมาได้สักระยะเวลาหนึ่ง ต่อมาก็ถึงเวลาลุยของจริงละครับ ยอมรับว่าตื่นเต้นเพราะเป็นการเข้าไปสอบด้วยตัวเอง นั่งรถจากต่างจังหวัดเข้ากรุงเทพโดยที่เคยเข้าไปแค่ไม่ถึง 5 ครั้ง ทำให้ผมตื่นแต่เช้าเพื่อไปสอบเลยทีเดียว แต่จริงๆไม่ได้เกี่ยวกับการเตรียมตัวเท่าไรนัก ที่อยากจะบอกคืออยากให้น้องๆที่จะสอบพยายามพักผ่อนให้เต็มที่ในวันก่อนสอบและวันสอบมากกว่าครับ และหลังจากครบ 4 เหล่า ผมก็ทำการเข้าเว็บโรงเรียนทั้งสี่เหล่าทุกวันเลยครับ (ก็มันตื่นเต้นนี่ครับ 55) เพราะได้ยินมาจากพี่ๆเพื่อนๆว่า บางครั้งโรงเรียนเหล่าก็อาจจะประกาศผลสอบก่อนเวลาจริง และผลปรากฎว่า ผมสามารถสอบติดทั้งสี่เหล่าเลยครับ!!! หลังจากนั้นตัวผมก็เลือกสอบรอบสองของเหล่า ทอ. หรือนายเรืออากาศนั่นเองครับ และก็สามารถเข้ามาเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพอากาศ ว่าที่นักเรียนนายเรืออากาศได้ครับ
    ในบทความแรกนี้ ผมขอจบเพียงการเตรียมตัวสำหรับสอบเข้าก่อนนะครับ เดี๋ยวความพีค! ของการเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ผมจะมาเล่าให้ฟังในวันหลัง ขอบอกเลยว่าพีคจริงๆ 555 สำหรับบทความนี้ก็ขอขอบคุณทุกๆคนที่เข้ามาอ่านและช่วยเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ ขอบคุณครับ.

     
  • Bangal

    Bangal เวลา 7:43:29 pm on Saturday ที่ 26 November 2016 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    9 วิธีก้าวไปสู่ความสำเร็จ 

    ผู้คนมากมายต่างมีความฝัน มีความคิดที่จะประสบความสำเร็จ หรือต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น แต่เคยสังเกตุไหมว่าทำไมคนที่ประสบความสำเร็จเค้ามีวิธีคิดหรือมุมมองต่อชีวิตอย่างไร วันนี้ผมมีเคล็ดลับดีๆ 9 ข้อมานำเสนอครับ

    Target540

    1.ตั้งเป้าหมาย และระยะเวลา Set Target
    การที่เราตั้งเป้าหมายนั้นมันสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อที่จะได้รับรู้ว่าเรากำลังทำอะไร และสิ่งที่เรากำลังจะทำนั้น มันมีองค์ประกอบด้วยสิ่งใดบ้าง รวมถึงระยะเวลา ทุกเป้าหมายนั้นเราควรกำหนดระยะเวลาของมัน แต่ไม่ใช่กำหนดน้อยเกินไปนัก หรือขัดต่อหลักความเป็นจริง หรือเป็นการเร่งตนเองจนเกินไป เช่นตั้งเป้าหมายว่าจะลดน้ำหนัก 20 กิโลกรัมภายใน 3 สัปดาห์ อันนี้มันจะแลดูเวอร์ไปรวมถึงเราจะกดดันตัวเอง รวมถึงทำลายสุขภาพ เราก็ควรลดลงมาเช่น 4-6 กิโลภายใน 3-4 สัปดาห์ เพื่อสุขภาพของเราเองเป็นต้น

    exercise

    2.เปลี่ยนแปลงตนเอง Change yourself
    การที่เรามีเป้าหมายแล้วแน่นอนครับสิ่งที่ตามมาคือเราก็ต้องเริ่มที่จะเปลี่ยนแปลงตนเอง ปัจจุบันคนส่วนใหญ่เจอปัญหาแบบนี้มากมายคือมีเป้าหมายแล้วแต่ว่าไม่ยอมที่จะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตนเอง ผมแนะนำว่าเราอาจจะมองว่าเป้าหมายที่เราวางไว้นั้นมันช่างไกลเหลือเกิน ไม่เป็นไรครับคุณสามารถเริ่มจากสิ่งเล็กๆก่อนก็ได้เช่น คุณบอกกับตัวเองว่าภายใน 1 อาทิตย์ฉันจะต้องออกกำลังกายอย่างน้อย3-4วัน วันละ30-40 นาที ถ้าหากคุณทำได้มันจะเป็นรากฐานสำหรับคำว่าความมีวินัยและต่อยอดไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่ในชีวิตคุณอีกด้วย แถมได้สุขภาพด้วยนะ รวมถึงการออกกำลังกายจะทำให้จิตใจผ่องใส ส่งผลให้คุณสามารถสร้างสรรค์สิ่งต่างๆมากมายให้แก่ชีวิตคุณ

    2a9c674f4b7d5d80816854312197b21d                 Modern-hotel-room-design

    3. เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม Change environment
    หลังจากที่เราเริ่มเปลี่ยนแปลงตนเองแล้ว สิ่งสำคัญที่ตามมาคือเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม แน่นอนมันมีส่วนอย่างยิ่งส่วนตัวผมจะเรียกมันว่า Motivation environment คือสภาพแวดล้อมที่ทำให้เรามีกำลังใจ เช่น ตามฝาผนังห้องต่างๆเราก็แปะโน๊ต คำคม หรือสิ่งใดก็แล้วแต่ เพื่อกระตุ้นเราอยู่เสมอๆ รวมถึงจัดห้องให้เรียบร้อยสะอาด เหมาะสำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ซึ่งหากอีกแง่หนึ่งเราไม่สร้างสิ่งเร้าสิ่งกระตุ้นรอบๆตัวของเรามีแต่ห้องรกๆ จานชามที่ไม่ได้ล้าง ฝุ่น หรืออะไรต่างๆมากมาย มันจะทำให้เรารู้สึกท้อแท้จิตใจไปตามสภาพแวดล้อมต่างๆได้ เราจึงควรเปลี่ยนเพื่อสร้างสิ่งเร้าให้เรารู้สึกผ่อนคลายและสบายใจ

    Arnold-Schwarzenegger-Champion-BodyBuilder      993671_651814438173345_1218038707_n37773_full

    4.มองหาบุคคลตัวอย่าง Finding idol
    การที่เรามองหาบุคคลตัวอย่างนั้น จะช่วยให้เราได้ รับรู้ถึงประสบการณ์ของบุคคลเหล่านั้น และเราจะสามารถนำมาปรับใช้ให้เข้ากับตนเองได้ ไม่ว่าจะเป็นแนวคิด ทฤษฏี การดำเนินชีวิต อุปสรรคที่เขาเหล่านั้นพบเจอ และวิธีการแก้ไขปัญหาของบุคคลเหล่านั้น เรียนรู้จากข้อผิดพลาดต่างๆของบุคคลเหล่านั้น

    Comfort-Zone

     

    5.กล้าที่จะลองอะไรใหม่ๆ Leaving comfortable zone
    สิ่งที่เป็นอุปสรรคของคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่จะเป็นตัวเราเอง ที่ไม่กล้าที่จะไปทำอะไรใหม่ๆ ไม่กล้าที่จะออกจาก comfort zone เนื่องจากกลัวที่จะล้มเหลว กลัวที่จะยาก กลัวว่าจะทำไม่ได้ กลัวว่าเราไม่มีความสามารถ สิ่งเหล่านี้จะฉุดรั้นไม่ให้เราออกนอกโซนปลอดภัยของเรา แต่หากเราต้องการที่จะประสบความสำเร็จเราก็ต้องกล้าที่จะออกนอกโวนของเรา และลงมือทำในสิ่งใหม่ๆ แล้วเราจะรู้ว่าลิมิตหรือกรอบที่เราเคยตีไว้ให้กับตัวเรานั้น มันไม่มีอยู่จริง

     

     
  • Toomtam Toomtam Toomtam เวลา 2:00:11 pm on Sunday ที่ 21 August 2016 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    ข้อดี-ข้อเสียหูฟังบลูทูธ รุ่น VITALITY 

     

     

     

     

     

     

    ข้อดี-ข้อเสียหูฟังบลูทูธรุ่น VITALITY
    IMG_25590926_062403

    คุณสมบัติ

    หูฟัง Bluetooth พลาสติก PVC มีที่คล้องคอเป็นยางยืดหยุ่นได้
    -Bluetooth: 4.0 ชาร์จไฟ USB
    -เวลาแบตเตอรี่: 15 ชั่วโมง / สแตนด์บาย 540 ชั่วโมง
    -ฟังเพลงต่อเนื่องตลอด 10 ชัวโมง
    -การโอนถ่ายข้อมูล 10M
    -สามารถใส่เดิน, ปั่นจักรยาน, กีฬาและชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง:
    -พกพาสะดวก
    -ขนาด : 167.3mm (L) * 135.6mm (W) * 16.9mm (T)
    -น้ำหนัก: 0.19kg
    -ราคา 550 บาท

    สามารถสั่งซื้อได้ที่ร้าน Kyoko Anime หรือ Facebook: https://www.facebook.com/KyokoAnimeShop/?fref=ts

    IMG_25591010_192600

    ข้อดีจากที่ผู้เขียนใช้งาน

    1.ด้านเสียงของหูฟัง มีเสียงที่ใช่ได้ แต่ไม่ได้ดีมาก

    2.ด้านการใช้งาน ใช้งานง่ายและเหมาะกับการออกกำลังกาย หรือทำงานที่หูฟังธรรมดาจะมีสายมาคอยขัดขวางการทำงาน

    3.ด้านความสะดวกในการเก็บ ในการเก็บเราแค่นำมันมาคล้องกับคอก็ง่ายก็ต่อกเก็บ อีกทั้งยังไม่เสียเวลาในการเก็บสายอีกด้วย

    ข้อเสียจากที่ผู้เขียนใช้งาน

    1.เวลาในการใช้จริงได้ไม่ถึง 10 ชั่วโมง สามารถใช้จริงได้แค่ 7-9 ชั่วโมง

    2.ในการชาร์จแบต จะไม่สามารถชาร์จเต็มได้ไม่ทราบเพราะอะไร

    3.เนื่องจากรับข้อมูลได้ไม่มาก ในการเล่นเกมส์บางเกมส์อาจทำให้เสียงออกมาช้ากว่าที่เกิดขึ้น หรือขณะใช้โปรแกรมที่ใช้กำลังในการทำงานของเครื่องมาก

    4.ในการฟังเพลงบางครั้งมีเสียงขาดหาย หรือกระตุกกว่าการใช้หูฟังแบบปกติ

    IMG_25591010_192554

    ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นเพียงการใช้งานของผู้เขียน ซึ่งโดยรวมแล้วถือว่าการใช่หูฟังบลูทูธนั้นค่อยข้างดีในการใช้ในเรื่องต่างๆ แต่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของคนที่ต้องการหูฟังที่ดี แต่สำหรับผู้เขียนถือว่า ราคานี้เหมาะสมกับคุณภาพแล้วครับ

     
  • Warapatcha Tongjea เวลา 4:26:07 pm on Monday ที่ 20 June 2016 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    KOREA TRIP BY ฉันเอง ภาค 2 

    เที่ยวเกาหลีฉบับฉันเอง  ♡

    (เพิ่มเติม … )

     
  • chaincosmeticia เวลา 3:32:25 pm on Thursday ที่ 21 April 2016 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    อ้วนลงพุงมหันตภัยเงียบที่คุณคาดไม่ถึง 

    เปิดหัวข้อมาแบบนี้อย่าเพิ่งตกใจ รีบมองในกระเป๋าดูว่ายังพก The Secret Plus ติดตัวเอาไว้หรือเปล่า หากมีอยู่ คุณก็อุ่นใจไปได้แล้วกว่าครึ่ง อ้วนลงพุงคำที่ใครๆหลายคนก็ทราบกันดีและมีอยู่ในตัวแล้วด้วยเกิดจากการสะสมของไขมันในช่องท้องมากกว่าปกติ เป็นต้นเหตุของโรคร้ายต่างๆ เช่น น้ำตาลในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน เกิดจากการบริโภคอาหารมากเกินความจำเป็นของร่างกายหรือการทานอาหารที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการเช่นฟาสต์ฟู้ด น้ำหวาน น้ำอัดลม อีกทั้งยังขาดการออกกำลังกายเนื่องจากการใช้ชีวิตประจำวัน งานที่เร่งรีบ ปัญหาโรคอ้วนจึงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกวัน

    ลดพุงด้วยเดอะซีเคร็ทพลัส
    ให้ The Secret Plus (เดอะซีเคร็ทพลัส) เป็นตัวช่วยดูแลสุขภาพและควบคุมไขมันของคุณ เพราะเดอะซีเคร็ทพลัสมีส่วนประกอบของผลส้มแขกที่ช่วยเร่งเผาผลาญไขมันส่วนเกินช่วยให้ร่างกายได้ใช้ไขมันนำมาเผาผลาญเป็นพลังงานมากขึ้น อีกทั้งยังมีใยอาหารจากธรรมชาติที่สามารถดูดซับน้ำและพองตัวได้ จะช่วยให้คุณอิ่ม รับประทานอาหารส่วนเกินได้น้อยลง และยังช่วยดักจับไขมัน แป้ง ที่มากับอาหาร เป็นตัวช่วยควบคุมอาหารที่ดีที่สุด the secret plus ช่วยป้องกันพุงส่วนเกิน ช่วยให้คุณหุ่นสวย สุขภาพดี ง่ายๆได้ทุกวัน

    ยิ่งมีเส้นรอบเอวมากเท่าไหร่ ไขมันยิ่งสะสมในช่องท้องมากก็ยิ่งลดได้ยากนะคะ ดังนั้นรีบสั่งซื้อ The Secret Plus ติดบ้านติดตัวไว้
    ทานเดอะซีเคร็ทพลัสทุกครั้งก่อนทานมื้อหนัก สะดวกมากๆ แค่นี้คุณก็ดูแลรูปร่างและสุขภาพของคุณได้ง่ายๆแล้วคะ

    สนใจดูข้อมูลเพิ่มเติมเดอะซีเคร็ทพลัสได้ที่ Fan Page : https://www.facebook.com/thesecretplusshop/
    LINE ID : @VerenaLine

     
  • RiderResort

    RiderResort เวลา 10:11:49 am on Friday ที่ 22 January 2016 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    ไรเดอร์รีสอร์ท ศรีนครินทร์ 

    สวัสดีครับ..

    วันนี้จะนำเสนอร้านอาหารสถานที่สวยๆ บรรยากาศชิลๆ นั่นก้อคือ “ไรเดอร์รีสอร์ท ศรีนครินทร์” บริหารงานโดย คุณโสภณ สลักคำ

     

    ไรเดอร์รีสอร์ท เป็นโรงแรมมาตรฐาน อยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวก ด้วยที่ตั้งบนถนนศรีนครินทร์ ภายในโรงแรมแวดล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ให้ความรู้สึกร่มรื่น เย็นสบาย ด้านหลังโรงแรมติดกับ ศูนย์กีฬาทางน้ำบึงหนองบอน สามารถเดินข้ามไปเพื่อวิ่งออกกำลังกาย หรือจะนำจักรยานข้ามไปเพื่อปั่นออกกำลังกายได้อีกด้วย

     

    สำหรับเรื่องอาหาร เรื่องนี้คือไฮไลท์ของที่นี่เลยซึ่งเดี๋ยวเราจะมาพูดถึงในตอนถัดไปกันครับ สำหรับวันนี้เป็นการแนะนำคร่าวๆ เดี๋ยวจะมาเขียนเพิ่มในตอนถัดไปว่าที่ไรเดอร์รีสอร์ท มีอะไรดีบ้าง และทำไมต้องเป็นที่ ไรเดอร์รีสอร์ท

    ไรเดอร์รีสอร์ท

    บรรยากาศยามค่ำคืน กับโต๊ะพูลสำหรับหนุ่มๆทั้งหลาย

    ไรเดอร์รีสอร์ท

    บรรยากาศร่มรื่นด้วยแมกไม้ เหมาะกับการนังชิลๆ

    ไรเดอร์รีสอร์ท

    สระว่ายน้ำแสนสวย แวดล้อมไปด้วยไม้ใหญ่นาๆชนิด

    ไรเดอร์รีสอร์ท

    ไรเดอร์รีสอร์ท

    แผนที่การเดินทางมายัง ไรเดอร์รีสอร์ท ศรีนครินทร์

     
  • Roymie Tp เวลา 9:58:44 am on Tuesday ที่ 19 January 2016 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    รายงานทางวิชาการ เรื่องกว่า9เดือนลูกในท้องแม่ โดย ด.ญ.รอยมี่ ต่วนเพ็ง ม.2/3 เลขที่33 

    บทนำ

    การตั้งครรภ์ (Pregnancy) คือ ภาวะที่เกิดจากการปฏิสนธิระหว่างไข่กับอสุจิ แล้วได้ตัวอ่อนเกิดขึ้น ในการตั้งครรภ์ที่ปกติตัวอ่อนจะไปฝังที่เยื่อบุโพรงมดลูก จากนั้นตัวอ่อนซึ่งมีเซลล์เดียว ก็จะแบ่งตัวและพัฒนาเป็นอวัยวะต่างๆ และเจริญเป็นทารกต่อไป ซึ่งโดยทั่วไป ในผู้หญิงปกติที่มีประจำเดือนทุกๆประมาณ 4 สัปดาห์ จะมีอายุครรภ์ประมาณ 40 สัปดาห์ หรือ 280 วัน นับจากวันแรกของการมีประจำเดือนครั้งล่าสุด ในทางการแพทย์นั้น การตั้งครรภ์ แบ่งออกเป็น 3 ระยะ นั่นคือ ระยะที่มีการตั้งครรภ์ ระยะที่มีการเจ็บครรภ์คลอด และระยะหลังคลอดเมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีที่เป็นไปได้เพื่อจะได้ทำการฝากครรภ์ ประเมินอายุครรภ์ที่แน่นอน ประเมินว่ามีภาวะเสี่ยงในการตั้งครรภ์หรือไม่ นอกจากนั้นยังมีการตรวจเลือดเพื่อดูว่ามีการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ (โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์) หรือไม่ รวมถึงการตรวจคัดกรองโรคธาลัสซีเมียด้วยเพื่อการดูแลทารกตั้งแต่ในครรภ์การตั้งครรภ์ในครรภ์ถัดไปนั้น ควรเว้นระยะห่างในการตั้งครรภ์อย่างน้อย 1 ปี เพื่อให้หญิงหลังคลอดได้มีโอกาสพักในระหว่างไม่ตั้งครรภ์บ้าง

    02mos

     

     

     

     

    พัฒนาการของทารกในครรภ์

    พัฒนาการทารกในครรภ์ นั้นเริ่มนับตั้งแต่วันแรกของการมีประจำเดือนครั้งสุดท้าย แม้คุณหมอจะบอกคุณว่าตั้งครรภ์ได้ 1 เดือน แต่ความเป็นจริงคือ 2 สัปดาห์หลังจากการปฏิสนธิ การตั้งครรภ์โดยปกตินั้นมีระยะเวลาเฉลี่ยคือ 40 สัปดาห์
    1 เดือนแรกของพัฒนาการทารกในครรภ์? (3 สัปดาห์นับจากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย)
    เป็นช่วงเวลาที่ไข่ได้ผสมกับอสุจิกลายเป็นตัวอ่อน โดยไข่ที่ได้รับการผสมแล้วจะเคลื่อนตัวช้าๆ ผ่านท่อนำไข่มายังโพรงมดลูก ขณะเคลื่อนตัวก็จะมีการแบ่งเซลล์เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จะกระทั่งถึงโพรงมดลูกไข่จะมีลักษณะเป็นลูกกลม ประกอบไปด้วยเซลล์ราว 100 เซลล์ และยังคงเจริญเติบโตต่อไป ไข่ที่ผ่านการผสมแล้วจะฝังตัวลงในเยื่อบุโพรงมดลูกซึ่งมีลักษณะนุ่มและหนา จนเมื่อยึดเกาะติดมั่นคงดีแล้วจึงถือได้ว่าการปฏิสนธิเป็นไปอย่างสมบูรณ์

     

    baby1

     

    ช่วงเดือนที่ 2 ของพัฒนาการทารกในครรภ์?(เริ่มสังเกตเห็นทารกชัดเจน)
    เมื่อไข่ที่ผสมแล้วยึดเกาะติดฝังตัวลงในเยื่อบุโพรงมดลูกเรียบร้อยดีแล้ว ช่วงเดือนที่ 2 ของพัฒนาการทารกในครรภ์นี้ทารกเริ่มมองเห็นเป็นตัวแล้ว การพัฒนาการของทารกในครรภ์สังเกตได้อย่างชัดเจนจากหัวของทารกที่จะโตกว่าส่วนอื่น รูปหน้า มือและเท้า ปรากฎให้เห็น ช่วงปลายเดือนถ้าอัลตราซาวด์จะเห็นการเคลือนไหวและจับการเต้นหัวใจได้ ทั้งมองเห็นสายรกโดยรกนี้ทำหน้าที่เสมือนเป็นปอดแลกเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์กับออกซิเจนจากคุณแม่ และยังเป็นเสมือนสายใยที่คอยลำเรียงอาหารจากคุณแม่สู่ทารกในครรภ์อีกด้วย

    baby2

     

     

    ช่วงเดือนที่ 3 ของพัฒนาการทารกในครรภ์?(หัวใจจะเป็นรูปเป็นร่างเต็มที่ )

    ในเดือนที่ 3 โครงสร้างใบหน้าของทารกเริ่มสมบูรณ์ แต่เปลือกตายังปิดอยู่ การทำงานของระบบสมอง และกล้ามเนื้อเริ่มมีความสัมพันธ์กัน กล้ามเนื้อต่างๆ มีการเจริญเติบโต แขนขาเริ่มยืดออก และเคลื่อนไหวได้ ข้อต่างๆ เริ่มเชื่อมต่อกัน นิ้วมือนิ้วเท้าสมบูรณ์ และเริ่มงอได้ ปลายนิ้วมีเล็บ ทารกจะหัดดูดนิ้ว และเริ่มกลืนน้ำคร่ำได้ โดยตัวทารกนั้นจะลอยอยู่ในน้ำคร่ำภายมดลูก ซึ่งน้ำคร่ำนี้เองทำหน้าที่ปกป้องและห่อหุ้มทารกไม่ให้ได้รับความกระทบกระเทือน คุณแม่พึงระมัดระวังคือ ช่วงมีครรภ์ 3 เดือนแรกนี้ มีอัตราเสี่ยงในการแท้งค่อนข้างสูง ต้องดูแลตัวเองอย่างมาก และระมัดระวังเรื่องยาที่รับประทาน ถ้ามีความจำเป็นต้องใช้ยาควรปรึกษาแพทย์ก่อน

    baby3
    วงเดือนที่ 4 ของพัฒนาการทารกในครรภ์?(การเติบโตของทารกที่ใกล้จะสมบูรณ์)

    เดือนที่ 4 ของการพัฒนาทารกในครรภ์ แขนและข้อต่อต่างๆ พัฒนาอย่างสมบูรณ์ กล้ามเนื้อมีความแข็งแรงขึ้น ทารกสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างกระฉับกระเฉง แต่คุณแม่อาจจะยังไม่รู้สึกว่าลูกเคลื่อนไหว เริ่มมีขนอ่อนปกคลุมตามส่วนต่างๆ ของร่างกายทารก สามารถได้ยินเสียงหัวใจเต้น เริ่มมีไตที่ทำงานได้เหมือนผู้ใหญ่ นอกจากนี้ทารกยังมีจำนวนเส้นประสาทและกล้ามเนื้อมากกว่าเดือนที่แล้วถึง 3 เท่า สามารถเตะ งอนิ้วมือนิ้วเท้า กลอกตาได้อวัยวะเพศพัฒนามากขึ้นจนสามารถบอกได้ว่าเป็นเพศใด

     

    baby5
     

    ช่วงเดือนที่ 5 ของพัฒนาการทารกในครรภ์?(ทารกเริ่มรู้สึกกับสิ่งแวดล้อมภายนอกได้)

    เดือนที่ 5 พัฒนาการของทารกในครรภ์ จะมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ระยะนี้คุณแม่จะเริ่มรู้สึกแล้วว่าทารกดิ้น หรือมีการเคลื่อนไหวเป็นระยะๆ โดยฟันจะถูกสร้างขึ้นมาแต่จะอยู่ใต้ขากรรไกร เริ่มมีผมบนศีรษะ กล้ามเนื้อต่างๆ มีความแข็งแรงมากขึ้น ทารกเคลื่อนไหวมากขึ้น ลำตัวทารกช่วงนี้ยาวประมาณ 9 นิ้ว และร่างกายจะผลิตสารสีขาวข้นที่เรียกว่า เวอร์นิกซ์ ขึ้นมาเคลือบเพื่อปกป้องผิวเส้นผม คิ้วและขนตาเริ่มงอกเริ่มพัฒนาประสาทสัมผัส คือ รับรู้รส ได้กลิ่น และได้ยิน ตายังปิดอยู่แต่รับรู้แสงสว่างจ้าได้ ดังนั้นเวลาคุณพูดแกจะได้ยิน หรือเวลาที่คุณลูบท้องแกก็จะรู้สึกเช่นกัน ช่วงปลายเดือนนั้นทารกยังเริ่มถ่ายปัสสาวะลงสู่น้ำคร่ำได้อีกด้วย

     

    baby6

     
    ช่วงเดือนที่ 6 ของพัฒนาการทารกในครรภ์?(การตอบสนองของทารกชัดเจน)
    ร่างกายของทารกเริ่มเติบ โตช้ากว่าเดิมเพื่อให้อวัยวะภายใน เช่น ปอด ระบบย่อยอาหาร และระบบภูมิคุ้มกันได้พัฒนาอย่างเต็มที่ ที่น่าอัศจรรย์คือทารกสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวทำให้คุณแม่รู้สึกได้โดย เฉพาะตอนนอนพักทารกสามารถได้ยินเสียงหัวใจเต้น เสียงพูด เสียงดนตรี และสามารถตอบสนองการกระตุ้นของแม่ ทารกในช่วงนี้อาจจะดูผอมบาง เนื่องจากมีไขมันสะสมอยู่ใต้ผิวหนังน้อย

    baby7

     

     

    ช่วงเดือนที่ 7 ของพัฒนาการทารกในครรภ์?(พัฒนาการพร้อมออกสู่โลกกว้าง)

    ทารกในครรภ์เดือนที่ 7 มีการสร้างไขมาปกคลุมผิวหนัง ลำตัว เพื่อความอบอุ่น และป้องกันผิวหนังจากน้ำ ปอดของทารกพัฒนาอย่างสมบูรณ์ เปลือกตาเริ่มเปิด และนัยน์ตาพัฒนาไปมากจนมองเห็นแสงที่ผ่านมาทางหน้าทองแม่ได้ เสียงดังๆทำให้ทารกเคลื่อนไหว และการเต้นของหัวใจเปลี่ยนไปตามเสียงและแสงไฟ ต่อมรับรสของทารกพัฒนาไปมาก ถ้าทารกเกิดคลอดออกมาช่วงเวลานี้จะมีโอกาศรอดค่อนข้างสูง เพราะอวัยวะสำคัญทั้งหลาย

     

    baby8
    ช่วงเดือนที่ 8 ของพัฒนาการทารกในครรภ์?(ทารกกลับตัวพร้อมออกมาลืมตาดูโลก)
    เดือนที่ 8 แห่งพัฒนาการของทารก ทารกจะมีขนาด และสัดส่วนใกล้เคียงกับเด็กแรกเกิด มีความแข็งแรงมากขึ้น ในช่วงนี้ทารกจะเริ่มกลับหัวเข้าสู่อุ้งเชิงกราน การดิ้นของทารกจะสามารถสังเกตเห็นได้จากหน้าทองของแม่ ช่วงนี้ก่อนคลอดหนึ่งเดือนคุณแม่อาจมีอาการมดลูกบีบรัดตัวซึ่งเป้นอาการที่ เรียกว่า เจ็บท้องหลอก การหดตัวรัดตัวนี้ก็เพื่อดันตัวทารก มาประชิดปากมดลุกเพื่อเตรียมพร้อมที่จะคลอด

    baby9

     
    ช่วงเดือนที่ 9 ของพัฒนาการทารกในครรภ์?(เตรียมตัวเป็นแม่คน)

    ในเดือนนี้ทารกจะอยู่ในท่าที่พร้อมจะคลอด เล็บมีการเจริญเติบโต และยาวครอบคลุมปลายนิ้ว ผมบนศีรษะมีความยาวประมาณ 1-2 นิ้ว ถ้าเป็นครรภ์แรกศีรษะของทารกจะเคลื่อนเข้าไปอยู่ในอุ้งเชิงกราน ดังนั้นคุณแม่อาจคลอดตอนไหนก็ได้ในช่วงนี้ ทารกส่วนใหญ่จะคลอดตามกำหนดหรือช้าไป 2 สัปดาห์หลังกำหนด

    การพักผ่อนไม่เพียงพอในการตั้งครรภ์

    นักวิจัยสหรัฐเตือนคุณแม่ตั้งครรภ์ทั้งมือเก่าและมือใหม่ควรนอนคืนละ 8 – 9 ชั่วโมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะ 14 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ เผยหากนอนน้อยกว่าคืนละ 5 ชั่วโมงเสี่ยงต่อการถูกโรคต่าง ๆ รุมเร้าตลอดการตั้งครรภ์ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อตนเองและทารกในครรภ์ในที่สุด เหตุที่นักวิจัยระบุเช่นนี้เพราะในระหว่างนอนหลับพักผ่อน ความดันโลหิตของมนุษย์จะลดลงโดยเฉลี่ยประมาณ 10 – 20 เปอร์เซ็นต์ ผ่านการควบคุมของฮอร์โมนสองตัวคือ Endothelin และ Vasopressin ซึ่งฮอร์โมนทั้งสองทำหน้าที่ควบคุมดูแลขนาดของหลอดเลือดทั่วร่างกาย ดังนั้น เมื่อหญิงมีครรภ์นอนไม่หลับ หรือหลับแต่ไม่เพียงพอจึงมีผลกระทบต่อการผลิตฮอร์โมนสองตัวดังกล่าว ดังนั้นผู้ที่นอนหลับไม่พอในตอนกลางคืนจึงมีค่าความดันโลหิตสูงกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งแม้จะเป็นตัวเลขไม่มากนัก แต่มันก็ส่งผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจในระหว่างการตั้งครรภ์ได้  อย่างไรก็ดี นักวิจัยยังพบด้วยว่า ในผู้หญิงตั้งครรภ์ที่นอนนานเกิน 10 ชั่วโมงก็มีความดันโลหิตสูงเช่นกัน ซึ่งในกรณีนี้นักวิจัยไม่แน่ใจว่ามาจากเหตุใด แต่คาดว่าอาจมีความสัมพันธ์กับปัจจัยอื่น ๆ เช่น ภาวะซึมเศร้า ฯลฯ “โดยทั่วไปแล้ว ผู้หญิงตั้งครรภ์ต้องการการนอนหลับพักผ่อนคืนละ 7 – 9 ชั่วโมง การนอนน้อยกว่าที่ควรจะเป็นจะส่งผลต่อสุขภาพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” ดร.มิเชล วิลเลี่ยม นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน เจ้าของงานวิจัยชิ้นนี้กล่าว “ปัจจุบันผู้หญิงตั้งครรภ์ดูแลตัวเองดีขึ้น มีการบำรุงด้วยอาหารการกินและการออกกำลังกาย แต่ต้องยอมรับว่าการนอนหลับพักผ่อนก็มีความสำคัญ และจำเป็นต้องได้รับการใส่ใจเช่นกัน” ระดับความดันโลหิตสูงยังอาจส่งผลต่อหญิงตั้งครรภ์ให้เกิดภาวะครรภ์เป็นพิษได้ด้วยเช่นกัน โดยหญิงตั้งครรภ์ที่นอนน้อยกว่าคืนละ 5 ชม. มีโอกาสเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษสูงกว่าปกติถึง 9.5 เท่า ด้านผู้ที่นอนนานกว่า 10 ชั่วโมงก็มีโอกาสเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษเช่นกัน แต่มีโอกาสเสี่ยงน้อยกว่า เพียง 2 เท่า
    การวิจัยครั้งนี้มีหญิงตั้งครรภ์เข้าร่วม 1,272 คน โดยทุกคนต้องแจ้งข้อมูลส่วนตัว รูปแบบการใช้ชีวิต รวมถึงพฤติกรรมการนอนด้วย ดร.แมรี่ รอสเซอร์ สูตินรีแพทย์จาก Montefiore Medical Center กล่าวว่า “งานวิจัยชิ้นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวิจัยชิ้นต่อ ๆ ไป เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า มีการเปลี่ยนแปลงมากมายตลอดการตั้งครรภ์ที่อาจส่งผลต่อระดับความดันโลหิต เช่น น้ำหนักขึ้น แต่น้ำหนักขึ้นเพียงอย่างเดียวไม่อาจส่งผลกระทบต่อความดันโลหิตได้มากนัก” พร้อมกันนี้ ดร.รอสเซอร์ได้ยังแนะนำหญิงตั้งครรภ์ให้หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน และควรออกกำลังกายตามสมควรด้วย เพื่อจะได้นอนหลับสนิทในเวลากลางคืน

     

     

    week-30

     

    ลูกแข็งแรง แม่แข็งแรง

    1.ควบคุมอาหารและน้ำหนัก ตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ สามารถช่วยลดปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์ได้ทั้งสำหรับแม่และทารกในครรภ์ เป็นการช่วยพัฒนาครรภ์ให้ดีขึ้นตามลำดับ การรักษาสุขภาพของตัวเองหลังตั้งครรภ์ ดูแลเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี เป็นการประกันความมั่นใจว่าทารกในครรภ์ได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ได้
    2.ระวังยามใช้ยา ยารักษาโรคบางชนิดที่ได้รับในช่วงก่อนหรือหลังตั้งครรภ์ รวมทั้งอาหารเสริมหรือวิตามินบางชนิด หากร่างกายได้รับในปริมาณที่มากเกินไป อาจจะมีผลต่อการเจริญเติบโตต่อตัวอ่อนที่มีอยู่ในครรภ์ได้ บรรดาคุณแม่ทั้งหลายควรจะปรึกษาแพทย์เมื่อวางแผนจะมีลูกหรือในช่วงตั้งครรภ์เองจะรับอาหารเสริมชนิดไหนก็อ่านฉลากข้างขวดดีๆ ก่อนเพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย
    3.แอลกอฮอล์อันตราย ผลการวิจัยมากมายระบุว่าการสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการใช้ยาบางชนิดในขณะตั้งครรภ์ จะทำให้เกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ การดื่มแอลกอฮอล์ของคุณแม่ขี้เมาและใช้ยาบางชนิดอาจจะทำให้ตั้งท้องได้ยากด้วย

     

     

     

     

     

     

    tumblr_inline_nq3756ohOV1tui9xh_1280

     

     

     

     

    1. ผลจากการทดสอบการตั้งครรภ์
      แม้เพียงประจำเดือนขาดไป1วันและคุณพร้อมที่จะรับรู้ความจริงก็สามารถไปซื้อชุดทดสอบการตั้งครรภ์มาทดสอบเองได้ที่บ้านการทดสอบจากปัสสาวะจะมีความแม่นยำมากขึ้นหากตรวจหลังจากปฏิสนธิได้ 10-14 วัน หากคุณไม่สามารถรอจนถึงกระทั่งช่วงที่ประจำเดือนขาด การตรวจเลือดจะมีความแม่นยำ ในช่วง 8-10 วันหลังจากปฏิสนธิ และคิดอยู่เสมอว่าไม่มีการทดสอบใดที่ได้ผลถูกต้อง 100 เปอร์เซ็นต์ แม้แต่การตรวจเลือด หากคุณตรวจแล้วมีผลว่าไม่ตั้งครรภ์แต่คุณยังรู้สึกเหมือนกับว่าคุณตั้งครรภ์ ให้ตรวจอีกครั้งหลังจากนั้น 1สัปดาห์
      ขอแสดงยินดีกับคุณแม่ที่ตั้งท้องสมกับความตั้งใจ ท่านอาจจะเกิดอาการบางอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน บางท่านอาจจะกังวลว่าอาการดังกล่าวจะมีผลต่อตัวคุณแม่หรือลูกอาการต่างๆ ทีพบได้มีดังนี้
      -อาการแพ้ท้อง
      -การเปลี่ยนแปลงทางเต้านม
      -อาการปวดหลัง
      -ปัสสาวะบ่อย
      -อาการปวดท้องน้อย
      -อาการปวดศีรษะ
      -ริดสีดวงทวาร
      -อาการจุกเสียดแน่นท้อง
      -นอนไม่หลับ
      -ตะคริว
      -อาการเหนื่อยหอบ
      -การเปลี่ยนผิวหนังในคนท้อง
      -อาการบวมและเส้นเลือดขอด
      อาการแพ้ท้องมักเป็นกันมากในหญิงมีครรภ์ที่เป็นครรภ์แรกซึ่งมักจะเป็นในช่วง3เดือนแรกด้วยความเป็นกังวลที่ทำให้มีอารมณ์อ่อนไหวง่ายแปรปรวนและหงุดหงิดค่อนข้างง่ายหากผู้ใดที่อยู่ใกล้ไม่มีความเข้าใจมักเกิดความรำคาญหรือว่ากล่าวอันเป็นเหตุให้คุณแม่มือใหม่เกิดอาการเครียดขึ้นมาได้ อาการต่างๆที่เป็นกันมากมักมีดังนี้ คลื่นไส้อาเจียนตอนเช้าๆ หรือตอนกลางวัน อ่อนเพลียหรือเบื่ออาหาร ร่างกายซูบซีดอิดโรย ตัวดำ หรือเหลืองซีด น้ำหนักตัวลด อาการนี้สามีอาจมีอาการร่วมด้วย ที่เราเรียกว่าแพ้ท้องแทนเมียนั่นเอง ซึ่งถ้าปล่อยให้อาการเหล่านี้เป็นมากเป็นบ่อย อาจส่งผลกระทบถึงทารกที่กำลังจะคลอดออกมาตัวอาจเล็กลงและเป็นโรคขาดสารอาหารได้หรืออาจจะคลอดออกมาก่อนกำหนด อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อาเจียนคลื่นไส้มากคือร่างกายแม่รับทานอาหารน้อยเกินไป ทำให้ร่างกายรับสารอาหารได้ไม่เพียงพอ ปฏิกิริยาต่างๆ ที่กล่าวมาจึงเกิดขึ้นได้

    การพักผ่อนไม่เพียงพอในการตั้งครรภ์

    นักวิจัยสหรัฐเตือนคุณแม่ตั้งครรภ์ทั้งมือเก่าและมือใหม่ควรนอนคืนละ 8 – 9 ชั่วโมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะ 14 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ เผยหากนอนน้อยกว่าคืนละ 5 ชั่วโมงเสี่ยงต่อการถูกโรคต่าง ๆ รุมเร้าตลอดการตั้งครรภ์ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อตนเองและทารกในครรภ์ในที่สุด เหตุที่นักวิจัยระบุเช่นนี้เพราะในระหว่างนอนหลับพักผ่อน ความดันโลหิตของมนุษย์จะลดลงโดยเฉลี่ยประมาณ 10 – 20 เปอร์เซ็นต์ ผ่านการควบคุมของฮอร์โมนสองตัวคือ Endothelin และ Vasopressin ซึ่งฮอร์โมนทั้งสองทำหน้าที่ควบคุมดูแลขนาดของหลอดเลือดทั่วร่างกาย ดังนั้น เมื่อหญิงมีครรภ์นอนไม่หลับ หรือหลับแต่ไม่เพียงพอจึงมีผลกระทบต่อการผลิตฮอร์โมนสองตัวดังกล่าว ดังนั้นผู้ที่นอนหลับไม่พอในตอนกลางคืนจึงมีค่าความดันโลหิตสูงกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งแม้จะเป็นตัวเลขไม่มากนัก แต่มันก็ส่งผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจในระหว่างการตั้งครรภ์ได้  อย่างไรก็ดี นักวิจัยยังพบด้วยว่า ในผู้หญิงตั้งครรภ์ที่นอนนานเกิน 10 ชั่วโมงก็มีความดันโลหิตสูงเช่นกัน ซึ่งในกรณีนี้นักวิจัยไม่แน่ใจว่ามาจากเหตุใด แต่คาดว่าอาจมีความสัมพันธ์กับปัจจัยอื่น ๆ เช่น ภาวะซึมเศร้า ฯลฯ “โดยทั่วไปแล้ว ผู้หญิงตั้งครรภ์ต้องการการนอนหลับพักผ่อนคืนละ 7 – 9 ชั่วโมง การนอนน้อยกว่าที่ควรจะเป็นจะส่งผลต่อสุขภาพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” ดร.มิเชล วิลเลี่ยม นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน เจ้าของงานวิจัยชิ้นนี้กล่าว “ปัจจุบันผู้หญิงตั้งครรภ์ดูแลตัวเองดีขึ้น มีการบำรุงด้วยอาหารการกินและการออกกำลังกาย แต่ต้องยอมรับว่าการนอนหลับพักผ่อนก็มีความสำคัญ และจำเป็นต้องได้รับการใส่ใจเช่นกัน” ระดับความดันโลหิตสูงยังอาจส่งผลต่อหญิงตั้งครรภ์ให้เกิดภาวะครรภ์เป็นพิษได้ด้วยเช่นกัน โดยหญิงตั้งครรภ์ที่นอนน้อยกว่าคืนละ 5 ชม. มีโอกาสเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษสูงกว่าปกติถึง 9.5 เท่า ด้านผู้ที่นอนนานกว่า 10 ชั่วโมงก็มีโอกาสเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษเช่นกัน แต่มีโอกาสเสี่ยงน้อยกว่า เพียง 2 เท่า
    การวิจัยครั้งนี้มีหญิงตั้งครรภ์เข้าร่วม 1,272 คน โดยทุกคนต้องแจ้งข้อมูลส่วนตัว รูปแบบการใช้ชีวิต รวมถึงพฤติกรรมการนอนด้วย ดร.แมรี่ รอสเซอร์ สูตินรีแพทย์จาก Montefiore Medical Center กล่าวว่า “งานวิจัยชิ้นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวิจัยชิ้นต่อ ๆ ไป เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า มีการเปลี่ยนแปลงมากมายตลอดการตั้งครรภ์ที่อาจส่งผลต่อระดับความดันโลหิต เช่น น้ำหนักขึ้น แต่น้ำหนักขึ้นเพียงอย่างเดียวไม่อาจส่งผลกระทบต่อความดันโลหิตได้มากนัก” พร้อมกันนี้ ดร.รอสเซอร์ได้ยังแนะนำหญิงตั้งครรภ์ให้หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน และควรออกกำลังกายตามสมควรด้วย เพื่อจะได้นอนหลับสนิทในเวลากลางคืน
     

     

     

    pregnante-period-teeth-problems-during-pregnancy

    9โรคแทรกซ้อนในการตั้งครรภ์

    1.ปกติคนเราเวลาตั้งครรภ์ก็จะตั้งครรภ์ในมดลูก แต่มีไม่น้อยค่ะที่ไข่เมื่อผสมกับอสุจิแล้วจะไปฝังตัวที่ท่อนำไข่ บางคนฝังในรังไข่เลยก็มีหรือบางคนก็ในช่องท้องแต่ที่พบบ่อยที่สุดคือท้องในท่อนำไข่ การตั้งครรภ์นอกมดลูก เป็นการตั้งครรภ์ที่ผิดปกติ ส่วนมากเด็กโตได้ระยะหนึ่งก็มักจะเสียชีวิต
    สาเหตุ พบ บ่อยๆ ในคนที่มีประวัติเคยมีปีกมดลูกอักเสบ เคยทำแท้งบ่อยๆ การขูดมดลูกอาจมีการอักเสบติดเชื้อ ทำให้ท่อนำไข่หรือมดลูกไม่เรียบ ไข่เดินทางไปสู่มดลูกได้ช้า การฝังตัวเกิดได้ไม่ดี จึงฝังตัวนอกมดลูก
    การรักษา ส่วนมากต้องผ่าตัดเพื่อเอาการตั้งครรภ์ที่ผิดปกติออก

    บางคนจำเป็นต้องตัดท่อนำไข่ทิ้งหรือตัดรังไข่ทิ้งแล้วแต่กรณี
    การป้องกัน ที่ดีที่สุดและง่ายที่สุดคือ ฝากครรภ์ให้เร็วที่สุดเพื่อจะรักษาได้ทันท่วงที ม่เกิดอันตรายต่อคุณแม่ เพราะหากปล่อยไว้ท่อนำไข่หรือรังไข่อาจแตกและมีเลือดออกมากจนเป็นอันตรายได้

    2.ภาวะรกเกาะต่ำ
    ปกติ รกของผู้หญิงเราจะเกาะที่ยอดมดลูก แต่บางคนรกเกาะต่ำลงมาที่ปากมดลูก จึงขวางช่องทางทำให้เด็กเคลื่อนลงมาไม่ได้ และถ้าเด็กตัวใหญ่ขึ้น รกที่เกาะอยู่แผ่นใหญ่ขึ้น พอขยายตัวอาจทำให้เกิดรอยปริระหว่างรกกับปากมดลูกได้ ทำให้คุณแม่มีเลือดออกถ้า เลือดออกมากๆ อาจทำให้เด็กและแม่เสียชีวิตได้ แต่ก็มีคุณแม่บางคนซึ่งมีรกเกาะต่ำโดยไม่เกิดปัญหาอะไรตามมาเลยก็ได้ ขณะที่บางคนมีเลือดออกผิดปกติ
    สาเหตุ มักเจอในคุณแม่ที่มีลูกมากๆ เคยคลอดลูกหลายๆ คน หรือว่าเคยขูดมดลูกมาก่อน
    การรักษา คุณหมอจะรอจนเด็กโต มีอายุครรภ์ครบกำหนด ก็จะนัดมาผ่าตัดคลอด แต่ในบางรายที่ยังไม่ทันครบกำหนดแล้วมีเลือดออกเยอะ อาจจำเป็นต้องผ่าตัดคลอดก่อนกำหนด เพื่อรักษาชีวิตแม่เอาไว้ค่ะการป้องกัน ถ้าคุณแม่รู้ว่าตัวเองมีภาวะเสี่ยง ควรรีบฝากครรภ์ตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะถ้าตรวจพบว่ามีรกเกาะต่ำ จะได้ระวังในเรื่องการปฏิบัติตัวไม่ให้มีการกระทบกระเทือนเพราะอาจทำให้ เลือดออกได้ เช่น อาจต้องงดเว้นการทำงานหนัก นั่งรถกระเทือน หรือมีเพศสัมพันธ์

    3.ภาวะการแท้งบุตร

    การแท้งบุตร คือการตั้งครรภ์ที่ยุติหรือสิ้นสุดลงก่อนเวลาที่ควรจะเป็น ส่วนใหญ่จะหมายถึง การตั้งครรภ์ที่ยุติก่อนอายุครรภ์ 20-23 สัปดาห์ ซึ่งถ้ายุติในช่วงเวลานี้ส่วนมากเด็กจะไม่สามารถมีชีวิตได้เพราะว่าตัวเล็กเกินไป
    สาเหตุ มีอยู่ 2 ประการคือ แท้งเอง กับตั้งใจทำแท้ง การแท้งเองอาจเกิดจากไข่ที่ไม่สมบูรณ์ หรือแม่มีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น เบาหวาน โรคเลือดบางชนิด บางคนก็หาสาเหตุชัดๆ ไม่ได้ เช่น อาจจะเกิดจากภาวะเครียด อดนอน ทำงานหนัก
    การป้องกัน การ แท้งจากบางสาเหตุป้องกันไม่ได้ เช่น การที่ไข่ไม่สมบูรณ์ เพราะเป็นกระบวนการตามธรรมชาติที่ไข่มีการทำลายตัวเองไป แต่หากเป็นการแท้งที่เกิดในคุณแม่ที่มีโรคภัยไข้เจ็บ วิธีป้องกันที่ดีที่สุดก็คือ ก่อนตั้งครรภ์ต้องตรวจสุขภาพร่างกายก่อนค่ะ ถ้ามีโรคต้องรีบรักษาให้หาย หรือให้อยู่ในภาวะที่ควบคุมได้ก่อน จึงปล่อยให้มีการตั้งครรภ์ และควรปรึกษาแพทย์ก่อนตั้งครรภ์

    4. ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด
    ตามปกติเมื่อเด็กคลอดแล้ว รกจึงจะหลุดจากมดลูกคลอดตามออกมา แต่มีบางคนค่ะที่รกหลุดออกมาก่อน โดยเด็กยังไม่คลอด เมื่อรกหลุดทำให้เลือดที่ไปเลี้ยงเด็กโดยผ่านรกหยุดไปทันที และถ้าช่วยไม่ทันจะทำให้เด็กเสียชีวิตตั้งแต่อยู่ในท้องได้
    สาเหตุ ส่วน ใหญ่มักเกิดจากอุบัติเหตุ เช่น ถูกกระแทกที่หน้าท้อง หกล้ม กระแทกกระเทือนจากการนั่งรถ หรืออุ้มลูกคนโต แต่บางรายก็ไม่เกี่ยวกับอุบัติเหตุค่ะ เช่น แม่เป็นความดันโลหิตสูง ก็อาจทำให้รกลอกตัวก่อนกำหนดได้เช่นกัน
    การรักษา ถ้าพบต้องเร่งทำคลอดทันที ซึ่งเด็กอาจจะตัวเล็กหรือตัวใหญ่แล้วแต่ว่ามีอุบัติเหตุเมื่ออายุครรภ์เท่าใด
    การป้องกัน เมื่อตั้งครรภ์ต้องระมัดระวังอย่างยิ่งไม่ให้กระทบกระเทือนที่บริเวณหน้าท้อง

    5. ตกเลือดหลังคลอด
    หลังคลอดลูกมดลูกจะมีการบีบตัว ทำให้มีเลือดไหลออกมา การคลอดปกติจะทำให้คุณแม่เสียเลือดประมาณ 200-300 ซีซี. แต่มีคุณแม่บางคนเลือดออกมากกว่านั้นจนกระทั่งช็อคหรือเสียชีวิต คำว่าตกเลือดหลังคลอดทางการแพทย์หมายความว่า หลังจากคลอดเด็กและรกออกไปแล้ว คุณแม่มีการเสียเลือดมากกว่าครึ่งลิตรหรือมากกว่า 500 ซีซี.
    สาเหตุ ที่พบบ่อยๆ มีอยู่ 2-3 ประการคือ

    1.มดลูกบีบตัวได้ไม่ดี ทำให้มดลูกแข็งตัวได้ไม่ดี เลือดจึงออกเยอะ ไหลไม่หยุด การที่มดลูกบีบรัดตัวไม่ดี ส่วนมากพบในคนที่อายุมากๆ คลอดลูกบ่อยๆ หรือเกิดจากการคลอดยาก มดลูกบีบรัดตัวอยู่นานไม่คลอดเสียที ซึ่งอาจเป็นเพราะลูกตัวโตหรือเด็กมีท่าผิดปกติ พอบีบไม่ออก บีบนานๆ มดลูกก็ล้าหดรัดตัวไม่ดี หรือบางคนอาจได้รับยาคลายกล้ามเนื้อมดลูกบางอย่าง ก็ทำให้มดลูกหดรัดตัวได้ไม่ดีเช่นกันค่ะการรักษา มียาหลายชนิดที่ช่วยให้มดลูกบีบรัดตัวได้ดี แต่ในบางรายให้ยาชนิดใดก็ไม่ดีขึ้น อาจต้องใช้วิธีตัดมดลูกทิ้ง มิฉะนั้นคุณแม่จะเสียเลือดมากจนเสียชีวิตได้ ซึ่งกรณีอย่างนี้พบได้ไม่บ่อยนัก

    2.เกิดจากการฉีกขาดของช่องคลอด เช่น ฝีเย็บฉีกขาด บางคนปากมดลูกมีการฉีกขาด บางคนมดลูกฉีกขาดหรือแตกจากการคลอด ซึ่งพวกนี้อาจเกิดจากการที่เด็กตัวใหญ่มาก การคลอดจึงมีการฉีกขาดเยอะ หรือว่าอาจเกิดจากผู้ทำคลอดตัดฝีเย็บไม่ดี แผลใหญ่มาก เป็นต้น

    การรักษา คุณหมอจะตรวจดูว่ามีการฉีกขาดที่ไหน ก็ไปเย็บซ่อมแซม แต่ถ้ามดลูกมีการฉีกขาดหรือแตกมาก ก็อาจต้องตัดมดลูกทิ้ง

    3.เด็กคลอดไปแล้ว แต่รกคลอดไม่หมด ยังค้างอยู่บางส่วน รกที่ค้างอยู่ทำให้มดลูกหดรัดตัวไม่ดี ทำให้เสียเลือดได้
    การรักษา คุณหมออาจต้องใช้มือเข้าไปล้วงรกที่ค้างอยู่ออกมา หรือขูดมดลูกเอาเศษรกที่ค้างอยู่ออก
    การป้องกัน คุณแม่ทุกคนควรได้รับการดูแลที่ดีจากคุณหมอ อย่าปล่อยให้มีการเจ็บครรภ์คลอดนานจนเกินไป ในประเทศไทยยังมีผู้เสียชีวิตจากการตกเลือดหลังคลอดประปราย แต่ในประเทศที่ด้อยพัฒนายังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณแม่เสียชีวิต เนื่องจากอาจมีเลือดมารักษาไม่เพียงพอ หรือยารักษาการติดเชื้อไม่ดีพอ แต่ในบ้านเราโชคดีค่ะที่การรักษาทำได้ค่อนข้างดี โอกาสที่จะตายจากโรคนี้จึงต่ำมาก
     

    6.โรคความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์

    มี 2 กลุ่มคือ ผู้หญิงบางคนเป็นความดันโลหิตสูงตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ กับผู้หญิงอีกกลุ่มหนึ่งตอนไม่ตั้งครรภ์ความดันไม่สูง แต่เมื่อตั้งครรภ์แล้วความดันกลับสูงได้ กลุ่มหลังเราจะเรียกว่าความดันโลหิตสูงจากการตั้งครรภ์ ซึ่งพบได้บ่อยค่ะ โดยคุณแม่จะมีอาการบวม ตรวจปัสสาวะเจอไข่ขาวหรือโปรตีนในปัสสาวะ ถ้าอาการรุนแรงและรักษาได้ไม่ดี ก็จะชัก อาจมีเส้นเลือดในสมองแตก เสียชีวิตได้ สมัยก่อนเรียกโรคนี้ว่าครรภ์เป็นพิษ ส่วนลูกในครรภ์ ถ้าคุณแม่มีอาการรุนแรงมาก เด็กมักจะตายในท้อง ถ้ามีอาการนาน จะมีผลกับการเจริญเติบโตของลูกในครรภ์ เด็กอาจตัวเล็ก แต่ถ้าควบคุมอาการได้ดี ส่วนมากเด็กจะเจริญเติบโตได้ปกติ ไม่มีความพิการใดๆ สาเหตุ ยัง ไม่ทราบแน่ชัดค่ะ แต่จะพบบ่อยๆ ในคุณแม่บางกลุ่ม เช่น คุณแม่ท้องที่อายุน้อยๆ หรืออายุมากๆ กลุ่มนี้มีปัญหาทั้งคู่ แต่ในคนวัยธรรมดา เช่น 20 กว่าๆ -30 ปี เจอน้อย และมักเจอในท้องแรก ท้องหลังไม่ค่อยเจอค่ะ เจอได้บ่อยในครรภ์แฝด คนเป็นเบาหวานหรือมีประวัติคนในครอบครัว เช่น แม่เคยเป็นโรคนี้ขณะตั้งครรภ์ จึงสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นโรคที่เกี่ยวกับกรรมพันธุ์ หรือเกี่ยวกับอาหารการกิน หรืออาจจะเกี่ยวกับฮอร์โมนที่สร้างจากรก หรือจากตัวเด็กที่ทำให้ความดันขึ้น เพราะสังเกตว่าเมื่อมีการคลอดเสร็จแล้วส่วนใหญ่แม่ก็จะหายเป็นปกติ การรักษา ใน รายที่เป็นรุนแรงอาจต้องยุติการตั้งครรภ์ แต่เจอได้น้อย ส่วนมากจะรักษาได้ คุณหมอจะมียาป้องกันการชัก ยาลดความดัน เพื่อประคับประคองให้เด็กโตพอ แล้วก็ผ่าตัดคลอด หรือให้ยาเร่งคลอดได้ ที่ควบคุมไม่ได้มีน้อย
    และ สาเหตุที่ควบคุมไม่ได้ส่วนมากมักเกิดจากมาหาหมอตอนที่อาการเป็นมากแล้ว เช่น คุณแม่ที่ไม่เคยรู้ตัวว่าเป็น ไม่มาฝากครรภ์เลย มาฝากครรภ์ช้า หรือบางกรณีมาถึงมือหมอก็ชักมาเสียแล้ว
    การป้องกัน ควรจะตั้งครรภ์ในอายุที่เหมาะสม รีบไปฝากครรภ์ หมอจะได้ตรวจเจอตั้งแต่แรก และให้การรักษาได้ทันท่วงที

    7.โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

    มีคุณแม่ 2 กลุ่ม คือกลุ่มหนึ่งเป็นเบาหวานอยู่แล้วก่อนท้อง กับอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งท้องแล้วจึงเป็นเบาหวานค่ะ กลุ่มหลังนี้การตั้งครรภ์จะไปกระตุ้นให้เป็นโรคนี้ เชื่อว่าเด็กและรกที่อยู่ในมดลูกสามารถสร้างฮอร์โมนหรือสารเคมีที่ไปยับยั้ง การทำงานของอินซูลิน ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมน้ำตาลในเลือด ทำให้คุณแม่เป็นเบาหวาน ซึ่งคุณแม่ที่คุมน้ำตาลได้ไม่ดีอาจชักหรือช็อก อาจแท้งหรือคลอดก่อนกำหนดได้ สาเหตุ ยังไม่ รู้สาเหตุที่แน่ชัด แต่มักพบในคุณแม่ท้องแรก อายุมากๆ หรืออ้วนมากๆ มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน หรือว่าตัวคุณแม่เองมีโรคอื่น เช่น ความดันโลหิตสูง ซึ่งเราเรียกคุณแม่กลุ่มนี้ว่ากลุ่มเสี่ยง การรักษา ถ้า ตรวจพบต้องรีบรักษา คุณหมอจะแนะนำวิธีการดูแลตนเองถ้าคุมอาหารแล้วเอาไม่อยู่อาจต้องฉีดอินซูลินช่วย ระหว่างที่ท้องก็ต้องคอยตรวจระดับน้ำตาลคุณแม่อย่างสม่ำเสมอ และต้องคอยเช็คว่ามีปัญหาแทรกซ้อนอื่นไหมทั้งในตัวแม่และลูก

    การป้องกัน ถ้าคุณแม่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเวลาท้องก็ต้องรีบไปฝากครรภ์ค่ะถ้าตรวจเจอจะได้รักษาและปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง

    8.การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ
    สาเหตุ เมื่อตั้งครรภ์ มดลูกจะขยายตัวไปดันกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ปัสาวะได้ไม่ดี มีการคั่งค้างนาน เกิดการติดเชื้อได้ง่าย
    การรักษา คุณหมอนำปัสสาวะไปเพาะเชื้อ ว่าติดเชื้ออะไร แล้วให้ยาฆ่าเชื้อ โดยเป็นยาที่ไม่มีผลต่อลูกในครรภ์
    การป้องกัน อย่ากลั้นปัสสาวะบ่อยๆ ดื่มน้ำมากๆ เพื่อให้มีการขับปัสาวะได้ดี ไม่มีการคั่งค้าง เป็นการชำระล้างทำความสะอาดระบบทางเดินปัสสาวะ
    9.โรคโลหิตจาง
    สาเหตุ ที่พบบ่อยๆ ในบ้านเรามี 2 ชนิด คือโรคเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็ก กับโรคเลือดจางจากโรคเลือดธาลัสซีเมีย
    การรักษา โรค เลือดจางจากการขาดธาตุเหล็ก แก้ไขได้ไม่ยากค่ะ โดยการรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กมากๆ เช่น ตับบด ผักใบเขียว หรือรับประทานวิตามินเสริมธาตุเหล็ก ส่วนโรคโลหิตจางจากโรคเลือดจางธาลัสซีเมีย เป็นโรคทางกรรมพันธุ์ ถ้าลูกในท้องเป็นโรคนี้ และมีอาการมากก็อาจจะทำให้ลูกตายในท้อง หรือลูกบวมน้ำในท้องได้
    การป้องกัน ก่อน ตั้งครรภ์ควรมีการตรวจเช็คร่างกายว่ามีโลหิตจางหรือไม่ ถ้าเป็นโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ควรรับประทานอาหารเสริมให้ร่างกายเป็นปกติก่อนจึงตั้งครรภ์ ส่วนโรคโลหิตจางจากโรคเลือดธาลัสซีเมีย สามารถตรวจคัดกรองได้ว่าลูกจะเสี่ยงไหม โดยการตรวจเลือดของคุณพ่อคุณแม่ว่าเป็นพาหะหรือไม่

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    รู้ทันพัฒนาการลูก

    คุณแม่สามารถทราบว่าลูกน้อยในท้องมีพัฒนาการตามอายุครรภ์หรือไม่ โดยสังเกตอาการต่างๆ ดังนี้
    ฮอร์โมนแห่งการตั้งครรภ์ ช่วงการตั้งครรภ์ 3-4 เดือนแรก เมื่อลูกในท้องมีพัฒนาการมากขึ้น จะมีการสร้างฮอร์โมนแห่งการตั้งครรภ์ ซึ่งคุณแม่จะแสดงอาการของฮอร์โมนเหล่านั้นออกมา เช่น เจ็บเต้านม ปัสสาวะบ่อย อารมณ์เปลี่ยนแปลง หงุดหงิดมากขึ้น และมีอาการแพ้ท้อง
       นับจังหวะลูกดิ้น คุณแม่ท้องแรกจะเริ่มรู้สึกว่าลูกดิ้นตอน18 สัปดาห์ ถ้าเป็นท้องหลังจะเริ่มรู้สึกว่าลูกดิ้นตอน 16 สัปดาห์ แต่คุณแม่จะรู้สึกว่าลูกดิ้นจนนับจังหวะได้ชัดเจนตอนอายุครรภ์ด้ 20 สัปดาห์หรือไตรมาสที่ 2 ไปแล้ว เทคนิคในการนับง่ายๆ คือใน 12 ชั่วโมง ลูกควรจะดิ้นเกิน 10 ครั้ง เช่น 9 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม ถ้าลูกดิ้นเกิน 10 ครั้ง ก็แสดงว่าปกติ ถ้าวันไหนที่รอดูมาทั้งวันแล้วรู้สึกว่าลูกไม่ค่อยดิ้นเลย อาจเป็นเพราะลูกกำลังหลับอยู่ คุณแม่ลองดื่มน้ำหวาน แล้วรอประมาณ 1 ชั่วโมง พอลูกตื่น เขาจะดิ้นจนคุณแม่รู้สึกได้ ซึ่งถ้าลองทำวิธีเหล่านี้แล้ว ลูกยังดิ้นน้อยอยู่จะต้องมาพบแพทย์

    น้ำหนักบอกพัฒนาการ น้ำหนักของคุณแม่จะเป็นสิ่งที่บอกว่าลูกได้รับสารอาหารและออกซิเจนเพียงพอหรือไม่ คุณแม่ตั้งครรภ์ควรจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น ประมาณ 12-15 กิโลกรัมตลอดการตั้งครรภ์
    ดูจากยอดมดลูก เมื่อมีการตั้งครรภ์มดลูกจะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสามารถดูพัฒนาการของลูกน้อยได้จากการขยายตัวของมดลูก โดยเมื่อตั้งครรภ์ในช่วง 12 สัปดาห์แรก ยอดมดลูกจะอยู่เหนือกระดูกหัวเหน่าโดยแบ่งส่วนที่ต่ำกว่าสะดือเป็น 3 ส่วน  เมื่อตั้งครรภ์ได้ 16 สัปดาห์ ยอดมดลูกจะอยู่เหนือกระดูกหัวเหน่าประมาณ 1 ใน 3 และจะเริ่มสูงประมาณ 2 ใน 3 เหนือกระดูกหัวเหน่า เมื่ออายุครรภ์ 20 สัปดาห์ และจะอยู่ตรงสะดือพอดีเมื่ออายุครรภ์ 24 สัปดาห์พออายุครรภ์ 28 สัปดาห์ยอดมดลูกจะสูงประมาณ 1 ใน 4 เหนือสะดือ จากนั้นจะสูง 2 ใน 4 เมื่ออายุครรภ์ 32 สัปดาห์ สูงประมาณ 3 ใน 4 เมื่ออายุครรภ์ 36 สัปดาห์ และจะอยู่สูงสุดคือ 4 ใน 4 หลังจาก 37 สัปดาห์ หากเป็นท้องแรกเมื่อศีรษะเด็กเข้าสู่อุ้งเชิงกราน ช่วงนั้นท้องก็จะเริ่มลดลง ซึ่งวิธีสังเกตยอดมดลูกนี้ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเวลาที่คุณแม่มาตรวจอัลตราซาวนด์

     

     

     car_03141921

     

     

     

     

     

     

     

    พัฒนาการของทารกน้อย
    พัฒนาการของการตั้งครรภ์จะแบ่งเป็น 3 ไตรมาส ดังนี้

    ไตรมาสที่ 1 (เดือนที่ 1-3) หลังจากมีการปฏิสนธิระหว่างอสุจิกับไข่แล้ว ตัวอ่อนจะเคลื่อนเข้าไปฝังในโพรงมดลูก และเมื่อมีการยึดติดกันอย่างมั่นคงก็จะเป็นการปฏิสนธิที่สมบูรณ์ และเกิดเป็นตัวอ่อนในการตั้งครรภ์ขึ้น อายุครรภ์เดือนแรกจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน แต่ในเดือนที่ 2 จะเริ่มมองเห็นเป็นตัวทารก และเริ่มมีการพัฒนาในส่วนของใบหน้า มือและเท้า เวลาคุณแม่ไปตรวจอัลตราซาวนด์ก็จะเห็นหัวใจเต้น เห็นสายรกและรก ซึ่งทำหน้าที่นำเลือด ออกซิเจน และลำเลียงสารอาหารมาให้ลูก
    เดือนที่ 3 ลูกจะมีการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ ระบบของร่างกายเริ่มทำงานสัมพันธ์กับระบบสมอง มีการเคลื่อนไหว นิ้วมือและนิ้วเท้าเริ่มสมบูรณ์และงอได้แล้ว ช่วงนี้ทารกจะกลืนน้ำคร่ำและลอยตัวอยู่ในน้ำคร่ำ ซึ่งทำหน้าที่ปกป้องลูกจากการกระทบกระเทือนต่างๆ

    ไตรมาสที่ 2 (เดือนที่ 4-6) ทารกเริ่มมีการเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วขึ้น หากเป็นท้องแรกอาจจะไม่รู้สึกว่าลูกดิ้น แต่ถ้าเป็นท้องที่ 2 จะเริ่มรู้สึกว่าลูกดิ้นแล้วค่ะ ทารกน้อยจะเริ่มมีขนอ่อนปกคลุมร่างกาย มีจำนวนเส้นประสาทและกล้ามเนื้อมากขึ้น อวัยวะเพศเริ่มพัฒนา และสามารถระบุเพศได้
    เมื่อถึงเดือนที่ 5 คุณแม่จะเริ่มรู้สึกว่าลูกดิ้นชัดเจน มีการสร้างฟัน เส้นผม คิ้ว ขนตา และเริ่มมีการสร้างสารสีขาวเคลือบเส้นผมและขนของทารก ช่วงนี้ทารกจะเริ่มพัฒนาการรับรส รับกลิ่นและการได้ยิน ดังนั้น ช่วงอายุครรภ์ประมาณ 5 เดือน คุณแม่สามารถเปิดเพลงให้น้องฟัง พูดคุยหรืออ่านหนังสือนิทานให้ฟังด้วยเสียงของคุณพ่อคุณแม่สลับกัน จะช่วยฝึกให้ลูกจำเสียงได้
    เมื่อถึงเดือนที่ 6 ปอด ระบบย่อยอาหารและระบบภูมิคุ้มกัน จะเริ่มพัฒนามากขึ้น

    ไตรมาสที่ 3 (เดือนที่ 7 ไปจนกระทั่งคลอด) ในเดือนที่ 7 ทารกจะมีไขมาปกคลุมผิวหนัง เพื่อสร้างความอบอุ่น ต่อมรับรสและการมองเห็นเริ่มมีการพัฒนามากขึ้นหนูๆจะเริ่มมองเห็นแสงจากภายนอกได้แล้วคุณแม่อาจใช้ไฟฉายส่องผ่านหน้าท้อง และขยับไปมาเพื่อกระตุ้นพัฒนาการทางสายตาของลูก
    เดือนที่ 8 ทารกเริ่มกลับหัวเข้าสู่อุ้งเชิงกราน ช่วงนี้คุณแม่จะเริ่มมีอาการเจ็บท้องหลอก โดยจะรู้สึกเจ็บแบบไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเป็นการบีบตัวของมดลูก
    เดือนที่ 9 เริ่มมีเล็บยาวจนคลุมปลายนิ้ว มีผมยาวประมาณ 1-2 นิ้ว และศีรษะของลูกจะเลื่อนลงสู่อุ้งเชิงกราน เตรียมพร้อมออกมาเห็นหน้าคุณพ่อคุณแม่แล้ว

    m3

     

    อาการนี้ต้องระวัง!

    ถ้าคุณแม่มีอาการเหล่านี้ ให้สังเกตและสงสัยว่าลูกน้อยในท้องอาจไม่ปกติ
    -อายุครรภ์ 3-4 เดือนแรก มีการเจ็บเต้านม ปัสสาวะบ่อย คลื่นไส้ ตัวบวม แล้ว จู่ ๆ อาการเหล่านี้ก็หายไป ให้สงสัยว่าลูกในท้องกำลังมีปัญหา (เว้นเสียแต่ว่าจะดีขึ้นจริง ๆ )
    -น้ำหนักลดหรือไม่ขึ้นตามเกณฑ์
    -ตำแหน่งยอดมดลูกอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์
    -เมื่ออายุครรภ์ถึง 20 สัปดาห์แล้ว แต่ยังไม่รู้สึกว่าลูกดิ้น หรือลูกดิ้นมาโดยตลอดแต่ตอนนี้ไม่ดิ้นเลย หรือรู้สึกดิ้นน้อยกว่าเกณฑ์ปกติ ต้องรีบพบแพทย์ทันที

    5 วิธีปฏิบัติตัว เมื่อลูกน้อยพัฒนาการไม่ปกติ

    1.  พบแพทย์ คุณหมอจะประเมินว่าสาเหตุที่ลูกในท้องไม่พัฒนาตามอายุครรภ์ ซึ่งเกิดขึ้นได้จาก 3 สาเหตุหลัก คือ
    คุณแม่มีความผิดปกติ เช่น มีโรคประจำตัวอย่างโรคเบาหวาน เกิดความผิดปกติที่เส้นเลือดทำให้อาหารส่งไปถึงลูกได้น้อยลง หรือคุณแม่ที่น้ำหนักขึ้นไม่ค่อยตามเกณฑ์ น้ำหนักน้อยหรือมีประวัติได้รับยาหรือสารอันตราย เช่น สูบบุหรี่จัด ดื่มเหล้า ใช้สารเสพติด เป็นต้น
    รกสายและสะดือผิดปกติ เช่น มีปัญหารกลอกตัวก่อนกำหนด เส้นเลือดบริเวณใต้รกฉีกขาด รกเสื่อมสภาพเกิดจากความผิดปกติของลูก เช่น มีความผิดปกติของโครโมโซม มีการติดเชื้อไวรัส หรือมีความพิการแต่กำเนิด ซึ่งเมื่อทราบสาเหตุแล้วคุณหมอจะแก้ไขที่สาเหตุ ร่วมกับการปรับเปลี่ยนโภชนาการและพฤติกรรมของคุณแม่

    2.  กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย และควรเพิ่มพลังงานจากอาหารวันละ 300 กิโลแคลลอรี เมื่อไปฝากครรภ์ทางโรงพยาบาลจะมีทีมโภชนาการคอยดูแล ซึ่งนักโภชนาการจะวิเคราะห์ว่าคุณแม่กินอาหารไปเท่าไหร่ และเพียงพอหรือไม่
    3.  ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ วันละ 8-10 ชั่วโมง นอนกลางวันประมาณ ? -1 ชั่วโมง
    4.  ทำตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น การนับลูกดิ้นใน 12 ชั่วโมง ควรจะเกิน 10 ครั้ง
    5.  ไปพบตามแพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ หากคุณแม่มีอาการผิดปกติ ควรได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด เพื่อการป้องกันแก้ไขได้อย่างทันท่วงที

     
    คือ Endothelin และ Vasopressin ซึ่งฮอร์โมนทั้งสองทำหน้าที่ควบคุมดูแลขนาดของหลอดเลือดทั่วร่างกาย ดังนั้น เมื่อหญิงมีครรภ์นอนไม่หลับ หรือหลับแต่ไม่เพียงพอจึงมีผลกระทบต่อการผลิตฮอร์โมนสองตัวดังกล่าว ดังนั้นผู้ที่นอนหลับไม่พอในตอนกลางคืนจึงมีค่าความดันโลหิตสูงกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งแม้จะเป็นตัวเลขไม่มากนัก แต่มันก็ส่งผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจในระหว่างการตั้งครรภ์ได้  อย่างไรก็ดี นักวิจัยยังพบด้วยว่า ในผู้หญิงตั้งครรภ์ที่นอนนานเกิน 10 ชั่วโมงก็มีความดันโลหิตสูงเช่นกัน ซึ่งในกรณีนี้นักวิจัยไม่แน่ใจว่ามาจากเหตุใด แต่คาดว่าอาจมีความสัมพันธ์กับปัจจัยอื่น ๆ เช่น ภาวะซึมเศร้า ฯลฯ “โดยทั่วไปแล้ว ผู้หญิงตั้งครรภ์ต้องการการนอนหลับพักผ่อนคืนละ 7 – 9 ชั่วโมง การนอนน้อยกว่าที่ควรจะเป็นจะส่งผลต่อสุขภาพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” ดร.มิเชล วิลเลี่ยม นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน เจ้าของงานวิจัยชิ้นนี้กล่าว “ปัจจุบันผู้หญิงตั้งครรภ์ดูแลตัวเองดีขึ้น มีการบำรุงด้วยอาหารการกินและการออกกำลังกาย แต่ต้องยอมรับว่าการนอนหลับพักผ่อนก็มีความสำคัญ และจำเป็นต้องได้รับการใส่ใจเช่นกัน” ระดับความดันโลหิตสูงยังอาจส่งผลต่อหญิงตั้งครรภ์ให้เกิดภาวะครรภ์เป็นพิษได้ด้วยเช่นกัน โดยหญิงตั้งครรภ์ที่นอนน้อยกว่าคืนละ 5 ชม. มีโอกาสเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษสูงกว่าปกติถึง 9.5 เท่า ด้านผู้ที่นอนนานกว่า 10 ชั่วโมงก็มีโอกาสเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษเช่นกัน แต่มีโอกาสเสี่ยงน้อยกว่า เพียง 2 เท่า
    การวิจัยครั้งนี้มีหญิงตั้งครรภ์เข้าร่วม 1,272 คน โดยทุกคนต้องแจ้งข้อมูลส่วนตัว รูปแบบการใช้ชีวิต รวมถึงพฤติกรรมการนอนด้วย ดร.แมรี่ รอสเซอร์ สูตินรีแพทย์จาก Montefiore Medical Center กล่าวว่า “งานวิจัยชิ้นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวิจัยชิ้นต่อ ๆ ไป เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า มีการเปลี่ยนแปลงมากมายตลอดการตั้งครรภ์ที่อาจส่งผลต่อระดับความดันโลหิต เช่น น้ำหนักขึ้น แต่น้ำหนักขึ้นเพียงอย่างเดียวไม่อาจส่งผลกระทบต่อความดันโลหิตได้มากนัก” พร้อมกันนี้ ดร.รอสเซอร์ได้ยังแนะนำหญิงตั้งครรภ์ให้หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน และควรออกกำลังกายตามสมควรด้วย เพื่อจะได้นอนหลับสนิทในเวลากลางคืน

     

     

    34

     

     

     

     

    ลูกแข็งแรง แม่แข็งแรง

    1.ควบคุมอาหารและน้ำหนัก ตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ สามารถช่วยลดปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์ได้ทั้งสำหรับแม่และทารกในครรภ์ เป็นการช่วยพัฒนาครรภ์ให้ดีขึ้นตามลำดับ การรักษาสุขภาพของตัวเองหลังตั้งครรภ์ ดูแลเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี เป็นการประกันความมั่นใจว่าทารกในครรภ์ได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ได้
    2.ระวังยามใช้ยา ยารักษาโรคบางชนิดที่ได้รับในช่วงก่อนหรือหลังตั้งครรภ์ รวมทั้งอาหารเสริมหรือวิตามินบางชนิด หากร่างกายได้รับในปริมาณที่มากเกินไป อาจจะมีผลต่อการเจริญเติบโตต่อตัวอ่อนที่มีอยู่ในครรภ์ได้ บรรดาคุณแม่ทั้งหลายควรจะปรึกษาแพทย์เมื่อวางแผนจะมีลูกหรือในช่วงตั้งครรภ์เองจะรับอาหารเสริมชนิดไหนก็อ่านฉลากข้างขวดดีๆ ก่อนเพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย
    3.แอลกอฮอล์อันตราย ผลการวิจัยมากมายระบุว่าการสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการใช้ยาบางชนิดในขณะตั้งครรภ์ จะทำให้เกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ การดื่มแอลกอฮอล์ของคุณแม่ขี้เมาและใช้ยาบางชนิดอาจจะทำให้ตั้งท้องได้ยากด้วย

    33เลือกอาหารให้ลูกน้อยอย่างเหมาะสมตามวัย

     

     

     

     
c
เขียนโพสต์ใหม่
j
โพสต์ต่อไป / ความคิดเห็นต่อไป
k
โพสต์ก่อนหน้า / ความคิดเห็นก่อนหน้า
r
ตอบกลับ
e
แก้ไข
o
แสดง / ซ่อนความคิดเห็น
t
ไปที่ด้านบนสุด
l
เข้าสู่ระบบ
h
แสดง / ซ่อนความช่วยเหลือ
shift + esc
ยกเลิก