Updates from พฤศจิกายน, 2017 สลับแสดงความคิดเห็น

  • judjudcom

    judjudcom เวลา 1:15:21 am on Sunday ที่ 12 November 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    หนาวนี้ที่ปางอุ๋ง

     
  • judjudcom

    judjudcom เวลา 12:06:08 am on Wednesday ที่ 1 November 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    ..เที่ยวเล่าเรื่อง เรื่องท่องเที่ยว..Vol.1 

    ..ครั้งหนึ่งในชีวิตคนเกิดในรัชกาลที่๙..

    ..ครั้งหนึ่งในชีวิตคนเกิดในรัชกาลที่๙..

    สถิตย์ในดวงใจตราบนิจนิรันดร์น้อมศิระกรานกราบแทบพระยุคลบาท ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น อันหาที่สุดมิได้

    ข้าพระพุทธเจ้า..judjudcom.

    ..แล้วพบกันนะครับ..

     
  • goten เวลา 5:25:38 pm on Friday ที่ 6 October 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    เทคนิคทัวร์พม่าเพียงคนเดียว 

    บางคนอาจจะกำลังมองหาสถานที่ในการที่จะไปเที่ยวให้ได้อย่างที่ต้องการ เพราะฉะนั้นอยากจะแนะนำเลยว่า ทัวร์พม่า นั้น ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ถือว่าดีเป็นอย่างมาก แต่ไม่รู้ว่าในการที่จะเลือกในการไป ทัวร์พม่า นั้น ก็อาจจะต้องมีเทคนิคโดยวิธีการบ้านถ้าหากไป ทัวร์พม่า เพียงคนเดียว โดยที่ไม่จำเป็นต้องกังวลเลยซึ่งสำหรับและเรื่องของเทคนิคหรืวิธีในการที่จะไป ทัวร์พม่า เพียงคนเดียวนั้นก็มีดังนี้

    โดยสำหรับใครที่อยากที่จะไป ทัวร์พม่า เพียงคนเดียวนั้นวิธีที่ง่ายที่สุดคือ ลองทำทุกอย่างด้วยตัวเอง บางคนอาจจะสงสัยว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดในไทยจะบอกได้เลยว่าวิธีนี้นั้นจะเป็นวิธีที่สอนให้ตัวคุณได้เรียนรู้ในหลายๆสิ่ง โดยสถานที่ที่เหมาะสมในการ ทัวร์พม่า เพียงคนเดียวนั้นก็แนะนำหรือว่าพุกามถือเป็นสถานที่ที่ดีและน่าสนใจของ ทัวร์พม่า ร้านแนะนำหรือว่าไม่จำเป็นที่จะต้องพึ่งไกด์เพราะคุณสามารถที่จะสอบถามกับชาวบ้านได้เลย

    ซึ่งวิทยุนานก็อาจจะทำให้คุณได้เพื่อนเพิ่มมากยิ่งขึ้น และในบางครั้งคุณก็อาจจะรู้อะไรในสิ่งที่เขารักคุณไม่รู้ก็ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารที่น่าสนใจหรือสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจแต่นักท่องเที่ยวหลายๆคนไม่เคยทราบในการ ทัวร์พม่า เพราะฉะนั้นในการ ทัวร์พม่า เพียงแค่คนเดียวก็บอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากแต่เพียงแค่ว่าต้องลองให้ตัวเองได้ออกมาทำอะไรใหม่ๆบ้าง เพราะฉะนั้นถ้าหากใครอยากท่องเที่ยวคนเดียวแนะนำว่าการ ทัวร์พม่า ถือเป็นทางเลือกที่ดี ใครสนใจอยากเที่ยวพม่า เข้าไปดูรายละเอียดได้ตามลิงก์นี้เลยครับ http://www.angelstartravel.com/ทัวร์พม่า.html

     
  • Shin28

    Shin28 เวลา 3:52:03 pm on Thursday ที่ 17 August 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    ชำแหละ เจแปน 3 เช้าตรู่ในโอซากะ 

    เท่าที่จำไดัมีรายการทีวีรายการหนึ่งเคยนำเสนอส้วมรุ่นใหม่ ที่ถือเป็นสิ่งประดิษฐ์สำหรับยุคสมัยก็ว่าได้. ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้มาเห็นและได้ใช้ ในห้องพักธรรมดาๆแบบนี้. หน้าตาเจ้าชักโครกรุ่นประหยัดนี้ ดูไม่ต่างจากรุ่นธรรมดาที่เห็นกันทั่วไปในบ้านเรา. เพียงแต่ตรงด้านบนมีก๊อกน้ำ ไว้สำหรับล้างมือเมื่อเราล้างมือแล้วน้ำที่ล้างมือจะเอาไปใช้ที่ถังชักโครกด้านล่างอีกที. ทีนี้มาถึงทีเด็ดด้านขวามือมีกล่องสีขาวๆขนาดประมาณรีโมทแปะอยู่มีภาษาอังกฤษเอ้ย ภาษาญี่ปุ่นกำกับพร้อมภาพสัญลักษณ์. ต่อให้เราไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นก็เดาจากภาพออกว่า ปุ่มไหนทำหน้าที่อะไร. ครับที่นี่เขาเลิกใช้สายชำระกันไปนานแล้วล่ะครับราวๆยี่สิบปี ส้วมมาตรฐานญี่ปุ่นยุคนี้จึงมีระบบชำระล้างแบบกดปุ่มกันทุกบ้าน พร้อมระบบเป่าลมให้แห้งเป็นระบบเสริม. ราคาก็คงไม่แพงมากเนื่องจากผลิตกันจำนวนมาก. มารู้ที่หลังว่าในบ้านเราก็มีเข้ามาแล้วแต่เนื่องจากราคาแพงและมีประกันแค่ปีเดียว. เลยไม่ได้รับความนิยม. ตอนแรกผมนึกในใจว่าเกิดนั่งไปแล้วมันเสียหรือฉีดน้ำไม่ออกจะทำไงหว่า. ลองกดดูดีไหม ถ้ากดแล้ว เกิดน้ำแรงมิพุ่งมาโดนน้ำเอาสิ. สุดท้ายผมก็ปลดทุกข์แรกในญี่ปุ่นสำเร็จอย่างนุ่มนวล.

    คืนแรกในญี่ปุ่นของผมก็ราบรื่นตลอดคืนไม่มีสะดุดตรงไหน. กังวลนิดๆว่าจะมีผีไร้หน้ามานอนเตียงข้างๆไหมเนี่ย. แถมมีเสียงการ้อง เป็นเสียงประกอบแทนเสียงหมาหอน. กา. กา. กา. เช้าวันแรกในญี่ปุ่น. ตีห้าในเดือนพฤษภาคมฟ้าสว่างเหมือนเจ็ดโมงบ้านเรา ผู้คนออกจากบ้านเพื่อไปทำภาระกิจของใครของมัน. ผมล้างหน้าล้างตาแล้วจัดการกับมื้อเช้า. เอาโซบะใส่เตาไมโครเวฟทั้งซองแล้วมันก็พองขึ้นๆ จนน่ากลัวจะแตกตูม ผมรีบปลดล็อคแล้วเอาออกมา. ทั้งกลิ่นและรสชาดพอจะรองท้องแก้ขัดได้ไม่เลว. หลังจากนั้นก็ไปสมทบกับชาวคณะที่หน้าห้องพัก อาจารย์ดีกับคณะมารออยู่แล้ว ทราบมาว่าท่านนัดกับเพื่อนให้มารับของฝาก. เพื่อนของอาจารย์ดี เป็นประธานโรตารี่ฯ ไปเมืองไทยปีละหลายครั้ง ทุกครั้งจะนำเงินบริจาคไปให้โรงพยาบาลที่ขาดแคลนอุปกรณ์ เป็นประธานบริษัทธุรกิจด้านการศึกษา. ชื่อ คุณโอกาโมโตะ. พอคุณโอกาโมโตะมาถึงก็ทักทายพวกเราด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แกสวมเสื้อยืดฮาร์ดร็อคคาเฟ่ สาขาแบงค้อก ไว้ด้านใน สวมทับด้วยแจ็คเก็ตสีขาว กางเกงสีอ่อนๆดูสุภาพแต่เท่ห์สุดขีด ด้วยวัย66ปี ประมาณจิ้กโก๋รุ่นแรก คุณโอกาโมโตะ เสนอตัวจะพาชาวคณะเราเที่ยวโอซากะในวันนี้ พร้อมกับโชว์ตารางและแผนการเดินทางตลอดวัน มีลายมือกำกับในแผนการเดินทาง. พี่แกทำการบ้านมาอย่างดี (ทำไมโชคดีอย่างงี้นะพวกเรา) แต่……… รถของพี่แกนั่งได้แค่หกคน นั่นหมายความว่าพวกเราสองคนจะอด. ไม่ได้ไปเที่ยวกัน. ต้องจับไม้สั้น ไม้ยาวไหมเนี่ย. เอาล่ะสิครับ. พี่. น้องงงงงง

     
  • Shin28

    Shin28 เวลา 3:49:56 pm on Thursday ที่ 17 August 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    ชำแหละ เจแปน 2 มื้อแรก และคืนแรกในโอซากะ 

    หลังจากขึ้นรถไฟขบวนเกือบสุดท้ายเพื่อมาที่พัก. (ภาษาญี่ปุ่นเรียก. Ryokan แปลว่าโรงเตี๊ยม )ตามข้อมูลของ อาจารย์ปุ้ม เป็นอพาร์ทเม้นท์แบ่งให้เช่ารายวัน มีห้องละสองเตียง มีตู้เย็นและเตาไมโครเวฟพร้อมประกอบอาหาร”.แต่ขนาดเล็กนะคะ.” อ.ปุ้มสำทับทิ้งท้าย. ในที่สุดรถไฟก็จอดป้ายสุดท้ายแต่ไม่ใช่ป้ายที่เราต้องการลง. หมายความว่าเราพลาดอะไรสักอย่าง. ทีมงานบางคนช่วยกันดูป้ายสถานที่. เปิดแผนที่ในโทรศัพท์เพื่อตรวจเช็ค. ทันใดนั้นเอง. สุภาพสตรีชาวญี่ปุ่นแต่งเครื่องแบบเหมือนเจ้าพนักงานบริการบนรถโดยสาร เธอสวมถุงมือสีขาวท่าทางสง่า ดูเป็นทางการมากแม้ว่าเวลาใกล้จะเที่ยงคืนเต็มที่. เราเข้าไปสอบถามถึงบริเวณที่เราต้องการไป หล่อนผายมือไปที่รถคันเดิมที่คนเริ่มลงจากรถไปหมดแล้ว. คนกลุ่มใหม่เริ่มขึ้นบนรถ. เราต้องนั่งรถย้อนไปหนึ่งสถานีแล้วลงเดินอีกประมาณห้านาทีก็ถึง. หล่อนโค้งคำนับตามมารยาทชาวญี่ปุ่นก่อนจาก. ผมมองหล่อนเดินลงสถานีไป คิดในใจว่านี่คงเป็นภาระกิจสุดท้ายของเธอในวันนี้แล้วสินะ

    เมื่อรถไฟจอดเราช่วยกันดูแลข้าวของ บางคนก็อาสาถือกระเป๋าให้สตรีสูงวัยดูท่าทางเป็นมิตร ทราบภายหลังว่าท่านเป็นผู้ดูแลโครงการฯที่พวกเรามาครั้งนี้. สมมุติว่าชื่อ อาจารย์ดี ละกันนะครับ. เราเดินลงบันไดมาถึงชั้นล่าง. เห็นคนจรจัด นั่งก้มหน้าอยู่บนฟุตบาท “อ๋อสายสืบน่ะพี่” บัดดี้ผมบอก “คงขึ้นกับโรงพักแถวนี้แหละ”. ถัดไปสักพัก เห็นชายชราสูงวัยถือถุงพลาสติคใบใหญ่ ในนั้นมีกระป๋องเครื่องดื่ม. ขวดน้ำเปล่า. แกเดินไปคุ้ยที่ถังขยะหน้าร้านสะดวกซื้อ หยิบกระป๋องเปล่าใส่ในถุงของแก แล้วเดินถ่อมๆลับสายตาไป. ” ผิดค่ะ. ผิด” “เรามาผิดทางค่ะ” อ.ปุ้มบอก เราต้องย้อนกลับไปที่สถานีแล้วเดินไปอีกทางค่ะ. สายสืบยังนั่งก้มหน้าที่เดิม.ระหว่างทางผ่านร้านราเม็งที่มีป้ายโฆษณาหน้าร้านเป็นภาษาไทย ผมนึกในใจว่าอย่างน้อยคงสั่งอาหารได้ง่าย. ทันใดนั้นมีสาวน้อยหน้าตาดีโผล่ออกมาเชิญเราเข้าไป ผมชะโงกดูในร้านที่ไม่ใหญ่นัก. มีคนท้องถิ่นนั่งกันอยู่ เราก็เลยถือโอกาสถามทาง. “อุ้ยขอโทษค่ะ.” เมื่อกี้ถูกทางแล้วค่ะ. แฮะๆ”. เราเดินผ่านสายสืบสามครั้ง. คืนนี้เค้าคงกลับไปรายงานว่าเหตุการณ์ปกติครับ. ยกเว้นมีกะเหรี่ยงหลงทางมาเจ็ด แปดคน เดินไปอีกนิดก็ถึงแล้วค่ะ. แต่แถวนั้นคงไม่มีอะไรกิน. เราหาร้านอะไรกินกันก่อนเข้าที่พักดีกว่านะคะ. ตกลงตามนั้น เราต้องแยกเป็นสองกลุ่มเพราะร้านร้านราเมงเป็นร้านเล็กๆ. ส่วนอีกร้านก็ไม่ใหญ่ไปกว่ากันมากนัก. ผมเลือกร้านที่คนเยอะกว่า.

    เปิดประตูเข้าไปมีที่ว่างสองโต๊ะ ลักษณะการตบแต่งร้าน ออกวัยรุ่นกว่า. เพลงในร้านก็เป็นเพลงวัยรุ่น. มีหนุ่มญี่ปุ่นท่าทางกึ่มๆ สวมเสื้อสีดำนั่งก้มหน้าเข้าหาผนังร้าน ค่อยๆซดราเม็งอย่างเงียบๆ. เรานั่งโต๊ะริมหน้าต่างกระจก โชคดีเมนูอาหารมีภาพประกอบ และมีภาษาอังกฤษกำกับ. ผมเลือกspicy ramen จำนวนพริก1เม็ด ตามภาพ คงหมายความว่าเผ็ดน้อย. เพื่อนร่วมก๊วนอีกสองคนเลือกสามเม็ด คือเผ็ดที่สุด. ส่วน อาจารย์อั้ม(ชื่อสมมุติอีกนั่นแหละ)เจ้าของโครงการฯที่ผมเป็นผู้ช่วย สั่งอะไรผมจำไม่ๆได้ รู้แต่ว่าแกสั่งเบิ้ลสองเลย. เล่นเอาผมตกใจเพราะราเม็ง ราคาญี่ปุ่นราคาเกือบ700เยน. ขนาดชามที่เห็นโต๊ะข้างๆนั่งซด. พี่แกคงนั่งมาสักพักยังเหลืออีกตั้งครึ่ง. หันไปดูพนักงานในร้านก็เป็นสาวน้อยหน้าตาดี(อีกนั่นแหละ). มีผู้ช่วยพ่อครัวอายุไม่น่าเกินสามสิบและพ่อครัววัยเดียวกันที่กำลังลวกราเม็งอย่างพิถีพิถัน. แต่ไม่ช้าจนเอื่อย. แล้วอาหารค่ำ. มื้อแรกในญี่ปุ่นก็ลงไปนอนอุ่นในกระเพาะของทุกคน. ดูท่าทางร้านที่ผมเลือกรสชาดน่าจะคบได้มากกว่า. พรุ่งนี้ทางที่พักมีคูปองอาหารเช้าเป็นขนมปังและน้ำส้ม. ซึ่งมีแจกแบบสุ่มๆมาให้. บังเอิญคณะของเราได้รับมาถือว่าโชคดี. แต่คงไม่อิ่ม. อ.ปุ้มเสนอว่าเราควรหาซื้ออาหารเช้าขึ้นไปเลยเพราะจะเดินลงมาหาอะไรกินตอนเช้าจะไม่ทัน.

    ผมเดินเข้าร้านสะดวกซื้อที่ใกล้ๆได้ราเม็งห่อนึง ราคา300กว่าเยน. ดูๆคงพอพึ่งพาได้พร้อมกับกาแฟกระปุก (ขวดอลูมิเนียมแบบสั้นๆ)กับโยเกิร์ต. เอาล่ะสิที่นั้ใครจะซวยนอนคู่กับผมล่ะเนี่ย. เพราะนอนกรนเสียงดังอย่างร้ายกาจ เนื่องจากชายชาวคณะนอนกรนเกือบทุกคน. อ. ปุ้มที่เป็นห่วงว่าจะเกิดสงครามย่อยๆระหว่างเสียงกรนแข่งกัน. เพื่อเป็นการตัดปัญหา เลยให้นอนแยกกันไปเลย. หน้าตาห้องพัก. ไม่ขี้ริ้วเลยล่ะครับ จัดว่าดีมากเสียด้วยซ้ำไป. ทิวทัศน์ตรงระเบียงก็ตระการตา. ด้วยหอคอยฮิตาชิ. ไหนดูห้องน้ำหน่อยสิ. ที่นี่แยกห้องสุขากะห้องอาบน้ำออกจากกัน. ตรงกันข้ามมีอ่างล้างจานและตู้เก็บของ ถัดไปเป็นตู้เย็น ส่วนนี้เขายกพื้นสูงกว่า เพื่อวางท่อน้ำ ซึ่งก็ดูสะดวกดีถ้าเกิดปัญหา ก็แค่เปิดพื้นขึ้นแล้วซ่อมได้เลย ต่างจากบ้านเราที่มักจะวางท่อทะลุพื้นลงไปชั้นล่าง. บริเวณที่นอน แบ่งสองเตียงซ้าย ขวา มีทางเดินตรงกลาง แถมอ่างล้างหน้าพร้อมกระจกและตู้เสื้อผ้าด้วย. มีทีวีจอบางวางหัวเตียง ทุกอย่างจัดวางครบถ้วนตามความจำเป็น. ผมวางกระเป๋าลงท้ายๆเตียง. แล้วเข้าห้องสุขาเพื่อจะปลดทุกข์. แต่เมื่อเปิดเข้าไป. เฮ้ยยยยย..งงงง. นี่มันชักโครกประเภทไหนกันล่ะเนี่ยยยยยย. ปวดก็. ปวด. จะถามใครก็อาย. แบบเกรงใจด้วย. ต่อตอนถัดไปละกันครับ

     
  • timelife เวลา 4:17:20 pm on Wednesday ที่ 2 August 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    แนะนำตัวเอง...ด้วยบล็อกแรก 

     

    สวัสดีค่ะ ชาวบล็อกเกอร์ไทยและนักอ่านทุกๆคน  ^^

    เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า…  อ่ะๆ แนะนำตัวเองก่อนละกันนะ  อันตัวเรามีชื่อว่า “ดอกหญ้าแห้ง” (จะลิเกไปไหนคะ?) เราเป็นสาวเอ๊าะๆเลยล่ะ เรียกเราสั้นๆว่า “ดอกหญ้า” ก็ได้ แต่ที่จริงเราชื่อ “ดอกหญ้าแห้ง” ไง ดอกหญ้าเฉยๆก็ดูเก๋ๆดีอ่ะแก  เราเป็นคนง่ายๆ กินก็ง่าย นอนก็ง่าย ไปไหนก็ไป

    เอาล่ะค่ะ… ไม่ว่าวันนี้จะเขียนอะไรก็อ่านๆไปก่อนนะคะ

    [บทสัมภาษณ์ : สมมติว่าตัวเองเป็นดารา]

    Q: ทำไมถึงตั้งชื่อว่า “ดอกหญ้าแห้ง” คะ

    ดอกหญ้าแห้ง: ดอกหญ้าเป็นดอกไม้ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์มันขึ้นมา มันก็จะดูสวยในแบบของมัน โดยที่ไม่ต้องแต่งเติมอะไรให้มันมากมาย

    Q: แล้วทำไมถึงสร้างบล็อกนี้ขึ้นมาคะ

    ดอกหญ้าแห้ง: ง่ายๆเลยก็คืออยากเป็นนักเขียนบทความ นิยาย รีวิว บลาๆๆๆ สาระพัดอ่ะค่ะ เพื่อมันจะได้เป็นประโยชน์กับคนอื่นๆ

    Q: ความตั้งใจหรือความคาดหวังล่ะคะ

    ดอกหญ้าแห้ง: ตั้งใจอยากที่จะสร้างสรรค์ผลงานของตนเอง ไว้อ่านเองบ้าง แบ่งปันคนอื่นบ้าง (ถามเค้าหรือยังว่าอยากรับมั๊ย)

    คาดหวังว่าอยากให้มีคนเข้ามาอ่าน เข้ามาติดตาม คนเขียนอย่างเราก็ดีใจค่ะ

    Q: แล้วดอกหญ้าคิดว่าบล็อกแรกที่จะทำคืออะไร แบบไหน

    ดอกหญ้าแห้ง: บล็อกแรกก็กำลังทำอยู่ไงคะ เนี่ยกำลังเขียน ที่โดนสัมภาษณ์อยู่เนี่ย

    Q: =  = ‘  ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ คือผลงานชิ้นแรกอ่ะค่ะ อยากเขียนออกมาแนวไหน แบบไหน (ตลกหรอนังดอกหญ้า)

    ดอกหญ้าแห้ง: ล้อเล่นคร่าาา ก็สิ่งแรกที่อยากเขียนก็คือเรื่องออกเดินทางท่องเที่ยว เพราะตัวเองเป็นคนชอบเที่ยวค่ะ ไม่มีเงินก็จะเที่ยว 555+

    Q: แล้วคำถามสุดท้ายสำหรับวันนี้นะคะ ผลงานชิ้นแรกจะออกมาให้ชมตอนไหนคะ

    ดอกหญ้าแห้ง: ก็คงจะเร็วๆนี้อ่ะค่ะ รับรองไม่ผิดหวัง ติดตามดอกหญ้าแห้งกันเยอะๆนะคะ

     

    ปล. ทักเข้ามาคุยกันได้นะคะ เราเป็นมิตรกับทุกคนค่ะ

     

     

    ขอบคุณเจ้าของรูปภาพทุกๆรูปค่ะ

     

    บทส่งท้าย  : ดอกหญ้าแห้ง ถึงแม้ว่าจะดูไม่มีค่า แต่ก็มีประโยชน์ในยามที่จำเป็น  (เหมือนจะมีสาระ…)

     

    บั๊ยบายค่ะ ……………………………….เจอกันใหม่บล็อกต่อไป

     

     

     

     
  • อบรมบุคลากรด้านการท่องเที่ยว

    อบรมบุคลากรด้านการท่องเที่ยว เวลา 8:33:31 pm on Wednesday ที่ 19 July 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    โครงการฝึกอบรมบุคลากรทางการท่องเที่ยว ยกระดับการผลิตบุคลากรกลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซียน 

    ติดตามข่าวสารโครงการฝึกอบรมบุคลากรทางการท่องเที่ยว ยกระดับการผลิตบุคลากรกลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซียน โดย คณะพัฒนาการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยแม่โจ้  ได้ทาง http://www.blogger.in.th เร็ว ๆ นี้คะ

     
  • chusak_up เวลา 8:56:28 pm on Wednesday ที่ 21 June 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    เที่ยวโรงงานเซรามิกส์ประเทศญี่ปุ่น 

    ceramic_japannest

    ไปชมเซรามิกส์ท์ที่เกียวโต

    เกียวโต ประเทศญี่ปุ่น เป็นเมืองหนึ่งที่มีชื่อเสียงมากเรื่องผลงาน เซรามิก มีรูปแบบเฉพาะตัวเรียกว่าเกียวยากิ (Kyo-yaki)ซึ่งถ้ามองภาพรวมแล้วจะเห็นว่าผลงานมีความหลากหลาย แต่ถ้ากล่าวถึงลักษณะงานที่มีความเฉพาะตัวแล้ว จะเน้นการขึ้นรูปด้วยแป้นหมุนซึ่งสามารถทำได้ในระดับบางเฉียบ และการตกแต่งด้วยการวาดด้วยมือที่ละเอียดลออ โดยเฉพาะการใช้สีใต้เคลือบและสีบนเคลือบระบายลวดลายที่เป็นรูปภาพบนรูปทรงภาชนะที่เรียบง่าย อาจเป็นลวดลายที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติหรือเป็นรูปคน ภาชนะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจาน ชาม ถ้วย กานํ้าชา เน้นประโยชน์ใช้สอยควบคู่มากับสุนทรียะ ดังนั้นจึงนิยมเผาไฟสูงเพื่อความแกร่งและทนทาน ในปัจจุบันนี้เรียกเซรามิกเกียวโตว่าแบบ Kyo-yaki และ Kiyomizu-yaki ซึ่งนับรวมภาชนะในแถบ พื้นที่วัดคิโยมิสึไปด้วย (Kyoto Kiyomizu ware)

    2017-06-21_2039392017-06-21_204109

    ในโอกาสที่อาจารย์และนิสิตวิชาเอกหัตถศิลป์ (เซรามิก) คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ไปชมการทำงานเซรามิกที่เมืองเกียวโตและโอซากา จึงขอเข้าชมโรงงานอุนระขุ (Unraku) ที่ก่อตั้งมานาน 125 ปี ประวัติของสถานที่นี้เริ่มจาก อุนระขุ ไซโตะ ที่ 1 (Unraku Saito 1) ผู้ก่อตั้ง Unraku-gama ซึ่งสร้างสรรค์ผลงานเซรามิกตามแบบดั้งเดิมของเมืองเกียวโต และได้ถ่ายทอดฝีมือ ความรู้และประสบการณ์จนมาถึงรุ่นที่ 3 ในปัจจุบัน

    20170621_204400 20170621_204338

    ช่่างปัั้้นสาธิตการขึ้นรูปกาน้ํ้ำชา

    ขั้นตอนการทำงานนั้นเริ่มจาก นวดดินให้หมุนซ้อนทับกันจนมีลักษณะคล้ายกับดอกเบญจมาศญี่ปุ่น แล้วขึ้นรูปด้วย
    แป้นหมุน เมื่อภาชนะทรงตัวได้ดีจึงนำไปแต่งฐาน (Trimming)ซึ่งขั้นตอนนี้ช่างปั้นจะใช้ปลายนิ้วสัมผัสและเคาะฟังเสียงเพื่อ
    ตรวจสอบความหนาที่เหมาะสม เมื่อภาชนะแห้งสนิทก็นำไปเผาดิบที่อุณหภูมิ 700-800 องศาเซลเซียส จากนั้นระบายสีบน
    ภาชนะเผาดิบแล้วชุบเคลือบใส เผา 1,300 องศาเซลเซียส โดยเผาเตาไฟฟ้าเป็นเวลา 3 วัน 3 คืน หากอุณหภูมิมีความต่างกัน

    20170621_204745

    เพียง 2-3 องศา จะทำให้เคลือบมีความหลากหลายจากสีขาวไปถึงสีเขียวอ่อนจางได้ หลังจากนั้นเป็นการเขียนสีบนเคลือบอุณหภูมิตํ่า ซึ่งการเผาอุณหภูมิเท่าใดนั้นขึ้นอยู่กับชนิดของสีช่างปั้นซึ่งเป็นคนเก่าแก่ของอุนระขุได้สาธิตการขึ้นรูปกานํ้าชาให้กับคณาจารย์และนิสิตชมโดยยึดถือรูปลักษณ์แบบดั้งเดิม ขณะที่ช่างอธิบายถึงแต่ละชิ้นส่วนนั้น พบว่ารูปทรงที่ดูเรียบง่ายนี้ต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญในการปั้นอย่างยิ่ง เริ่มตั้งแต่ตัวกาซึ่งจะต้องมีนํ้าหนักที่พอดี ไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป ซึ่งมีขนาดมาตรฐานของทางโรงงาน ระดับของพวยต้องเหมาะสมและติดในองศาที่สามารถเทนํ้าชาได้อย่างสะดวกโดยไม่สูงหรือตํ่าจนเกินไป ด้านในพวยมีที่กรองชาทรงครึ่งวงกลมติดอยู ่ ซึ่งที่กรองนี้ต้องเจาะรูให้พอดีไม่ใหญ่หรือเล็ก

    2010621_205027

    ลวดลายจากสีใต้เคลือบ

    จนเกินไป ส่วนก้นกานํ้าชาจะเว้าเข้าด้านในเล็กน้อยเพื่อให้ตะกอนชาที่หลงเหลือนอนก้นตามเส้นรอบวงด้านใน ลักษณะ
    มือจับด้านข้างเป็นแบบดั้งเดิม ติดตั้งฉากกับพวยกาทำให้เทนํ้าชาได้สะดวก ที่น่าสนใจคือมือจับนี้จะทำไว้สำหรับคนถนัด

    20170621_205104

    เตาเผากาน้ำชา

    ขวาเท่านั้น ทางโรงงานได้ให้นิสิตลองฝึกเขียนลายบนภาชนะเผาดิบด้วย เจ้าของรุ่นที่ 3 ซึ่งมีอายุเฉียดร้อยปี แต่ยังแข็งแรงอยู่ได้นำภาชนะที่ตกแต่งลายนูนสีดำ-ทองมาให้ชม ซึ่งผ่านการค้นคว้าทดลองจนได้รูปลักษณ์สวยงามสมบูรณ์ พร้อมทั้งอธิบายว่า หลักในการทำงานให้ได้ผลอย่างดีเยี่ยมของที่นี่ก็คือ “ความมุ่งมั่นที่จะทดลองทุกอย่างและตรวจสอบอย่างละเอียดลออทุกจุด”แม้ว่าคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มจะทำงานแบบดั้งเดิมน้อยลงแต่ทางโรงงานอุนระขุและในพื้นที่ใกล้เคียงยังคงยึดถือแนวทางการทำงานตามขนบเดิมและค้นคว้าพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งเสริมว่า การที่คนเรามีอายุยืนนานโดยมีสุขภาพที่ดีนั้นเกิดจากภายในจิตใจ หากได้ทำงานที่ชอบอย่างมีความสุขแล้ว ก็ย่อมทำให้จิตใจ เบิกบานและร่างกายแข็งแรง

     
  • tiewtookduan

    tiewtookduan เวลา 3:18:45 pm on Friday ที่ 16 June 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    Green Season กับ แม่กำปอง - เชียงดาว 

    แม่กำปอง ในหน้าฝนยังคงมีเสน่ห์ในตัวเอง ถึงแม้ผู้คนจะไม่เยอะเท่าหน้าหนาวแต่ก็ดีไปอย่างคือไม่ต้องแย่งถ่ายรูป ไม่ต้องแย่งกิน มองไปทางไหนก็มีแต่ความเขียวชะอุ่ม อากาศที่เย็นตลอดทั้งปี พอฝนตกลงมาก็ทำให้อุณหภูมิช่วงกลางคืนนั้นเย็นลงอีก ขนาดที่บ้านพักไม่มีแอร์แต่ต้องนอนห่มผ้านวมกันเลยทีเดียว

    ……………………………………………………………………………………………………………………….

    1

    หมู่บ้านแม่กำปองในวันธรรมดาที่ไม่ใช่ไฮซีซั่น

    2

    มุมถ่ายรูปยอดฮิตที่ใครมาแม่กำปองต้องมาถ่ายรูป ร้านกาแฟลุงปุ๊ดป้าเป็ง

    3

    ร้านค้าเปิดไม่ครบทุกร้าน เพราะเป็นช่วงกรีนซีซั่น

    4

    ร้านค้าเปิดไม่ครบทุกร้าน เพราะเป็นช่วงกรีนซีซั่น

    5

    ร้านค้าเปิดไม่ครบทุกร้าน เพราะเป็นช่วงกรีนซีซั่น

    6

    บ้านแม่กำปอง ร้านกาแฟและโฮมเสตย์

    8

    มองไปทางไหนก็มีแต่ภูเขา

    9

    วิวบนกิ่วฝิ่น

    10

    จุดชมวิวกิ่วฝิ่น อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน สามารถขึ้นมาชมพระอาทิตย์ตกได้ อากาศบนกิ่วฝิ่นนั้นเย็นสบายตลอดเวลา ถ้าเป็นช่วงเดือน พ.ย.-ก.พ. คงต้องใส่เสื้อกันหนาวกันเลย

    11

    พระอาทิตย์ตกที่กิ่วฝิ่น

    12

    แสงช่วงก่อนพระอาทิตย์ตกเป็นแสงที่สวยงามมาก

    13

    โบสถ์กลางน้ำ วัดคันธาพฤกษา (วัดแม่กำปอง)

    14

    ร้านกาแฟลุงปุ๊ดป้าเป็ง

    15

    ร้านกาแฟที่แม่กำปองทุกร้านจะมีน้ำตกไหลผ่าน นั่งจิบกาแฟฟังเสียงน้ำตกไปชิวๆ

    16

    ร้านกาแฟลุงปุ๊ดป้าเป็ง

    17

    ร้านกาแฟลุงปุ๊ดป้าเป็ง

    18

    ร้านกาแฟลุงปุ๊ดป้าเป็ง

    19

    ร้านกาแฟลุงปุ๊ดป้าเป็ง

    20

    ร้านกาแฟลุงปุ๊ดป้าเป็ง

    21

    ร้านกาแฟลุงปุ๊ดป้าเป็ง

    22

    ร้านกาแฟชมนกชมไม้

    23

    ร้านกาแฟชมนกชมไม้

    24

    รายการเครื่องดื่มของร้านชมนกชมไม้

    25

    รายการขนมของร้านชมชนชมไม้

    26

    ร้านนี้เหมาะกับทุกคนทุกวัยที่ขึ้นมาจิบกาแฟและชมวิวหมู่บ้านแม่กำปอง

    27

    หมู่บ้านแม่กำปองเมื่อมองจากร้านชมนกชมไม้

    28

    กาแฟและสโคน รสชาติอร่อยใช้ได้

     

    29

    กาแฟและสโคน

     

     

    เชียงดาว ก็เป็นอีกที่ ที่หน้าหนาวนั้นที่พักถูกจองเต็มตั้งแต่ช่วงกลางปี ถึงแม้ในหน้าฝนจะไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยวของเชียงดาว แต่บรรยากาศหลังฝนตกนั้นทำให้ความชุ่มชื้นและดอยหลวงเชียงดาวที่เป็นสีเขียวทำให้ดูสบายตาและสดชื่นบอกไม่ถูก บางครั้งการที่ได้นอนดูดาวหน้าบ้านกับอากาศเย็นๆ ก็เป็นวิธีผ่อนคลายความเหนื่อยล้าได้อีกอย่างนึง

    ……………………………………………………………………………………………………………………….

     

    30

    ดอยหลวงเชียงดาวและสายหมอกที่ไหลผ่านตลอดเวลา

    31

    ดอยหลวงเชียงดาวและสายหมอกที่ไหลผ่านตลอดเวลา

    32

    ดอยหลวงเชียงดาวและสายหมอกที่ไหลผ่านตลอดเวลา

    33

    ดอยหลวงเชียงดาวและสายหมอกที่ไหลผ่านตลอดเวลา

    34

    ดอยหลวงเชียงดาวและสายหมอกที่ไหลผ่านตลอดเวลา

    35

    มุมนี้เคยเห็นผ่านในรูป แต่วันนี้ได้มาเห็นด้วยตาของตัวเอง เป็นความรู้สึกที่สวยจนไม่รู้จะบรรยายยังไง อยากให้ได้มาชมด้วยตัวเองจะดีกว่า เพราะทุกคนที่มาบ้านระเบียงดาวจะต้องมาถ่ายรูปตรงนี้

    36

    บ้านระเบียงดาวโฮมสเตย์ จากเดิมมีบ้านทั้งหมด 13 หลัง แต่ช่วงที่ไปนั้นกำลังรื้อถอนออกไป 10 หลัง เพราะทางอุทยานมีคำสั่งให้เหลือแค่โฮมสเตย์ละไม่เกิน 3 หลัง

    37

    บ้านระเบียงดาว A3 เอื้องทราย ราคาในช่วงนี้จะอยู่ที่ 500 บาท/คน โดยรวมอาหาร 2 มื้อ เช้าและเย็น ถ้าเป็นช่วงไฮซีซั่น ราคาจะเพิ่มเป็น 700 บาท/คน

    38

    บ้านนี้นอนได้ถึง 6 คน ภายในมีไฟแค่ดวงเดียว ไม่มีปลั๊กไฟในบ้าน

    39

    ห้องน้ำมีชักโครก แต่ไม่มีน้ำอุ่น น้ำเย็นมากกว่าจะอาบได้นี่ทำใจอยู่แปปนึงเลยล่ะ

    40

    มื้อเย็นจะยกมาเสิร์ฟให้ถึงหน้าบ้าน นั่งทานข้าวไปดูวิวไป ฟินมาก

    41

    ค่าที่พักหลักร้อยแต่วิวข้างหน้าหลักล้านมาก

    42

    แกงจืดแตงกวายัดไส้

    43

    ผัดผักรวม จากผักที่ปลูกเอง ผักสดและกรอบมาก

    44

    น้ำพริกดอย

    45

    ไข่เจียวบนความสูงและวิวหลักล้าน

    46

    ตอนไปถึงฝนตกหนักมาก รอซักพักก็หยุดตก

    47

    หลังจากถ่ายรูปนี้ได้ 5 นาที ฝนก็ตกหนักมาก

    48

    ปิดท้ายด้วยไฮไลท์ของบ้านระเบียงดาว ไก่จะขันตลอดทั้งวัน ไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน ยิ่งช่วงกลางคืนจะขันตั้งแต่เที่ยงคืนเป็นต้นไป หากใครมาเชียงดาวแล้วไม่ได้ยินเสียงไก่ขัน แสดงว่ามาไม่ถึงแน่นอน

     
  • Shin28

    Shin28 เวลา 6:22:48 pm on Wednesday ที่ 14 June 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    ชำแหละเจแปน 1 ทริปแอ่วญี่ปุ่นแบบงงๆ 

    kansai…. เมื่อปลายเดือน พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา จะว่าเป็นโชคดี หรือเพราะโชคชะตา ทำให้ผมได้ไปเที่ยวญี่ปุ่น แบบ กึ่งสำเร็จรูป จะว่าไปเที่ยวก็ไม่เชิง เพราะเป็นงานเก็บข้อมูลพื้นที่ศึกษา…แต่ที่ได้มา ผมว่ามีมากกว่านั้น

        ทริปที่ไปครั้งนี้ ผมทำตัวให้ตื่นเต้นมากๆ พยายามไม่จดจำรายละอียดของพื้นที่ที่ต้องไป เพื่อจะให้รู้สึกได้เต็มประสาทรับรู้  สัมผัสทุกอณูแห่งดินแดนอาทิตย์อุทัยแบบสดๆ ประมาณว่าจะไปดูหนังเรื่องนึง ซื้อตั๋วมั่วๆ แล้วเดินเข้าโรงหนังเลย เพื่อนอีกคนที่มาด้วยกันบอก “ผมเองก็มาแบบตาบอดเลยนะ ไม่ได้เตรียมตัวอะไรสักอย่าง เค้าชวนมาก็มา” ที่สุดเราก็เป็นบัดดี้แบบหายไหน หายด้วยกัน หลงก็หลงด้วยกัน….

    ….ของที่น้องสาวฝากซื้อ ผมเตรียมรูปไว้อย่างดี ใจก็คิดว่าจะไปหาซื้อที่ไหนดีน้อ…เพราะน้องกำชับว่าให้ซื้อในห้างฯนะจะได้ราคาถูกกว่าบ้านเรามากเลย….แต่ที่ที่ผมจะไปน่ะ ใช่เราพักในเมืองก็จริง แต่รุ่งขึ้นอีกวันต้องออกไปพักนอกเมือง ฉะนั้นโอกาสเดียวที่จะได้ซื้อของฝากให้น้องสาวตัวดี….ไม่รู้ว่าวันไหน… ช่วงไหน….อาจจะเป็นมีโอกาสแค่ครั้งเดียวเท่านั้น….

    …..และแล้วคณะของเราก็มาถึงสนามบิน ราวๆสี่ทุ่มของญี่ปุ่น (ตอนแรกผมก็นับนิ้วดูว่า เครื่องบินเดินทางแค่5ชัวโมง แต่ทำไมมาถึงตั้ง4-5ทุ่ม เพราะเราออกจากดอนเมืองราวบ่ายสาม นับยังไ ยังไง ก็ไม่น่าเกินสามทุ่ม ลืมไปว่าเวลาที่ญี่ปุ่นเร็วกว่าบ้านเราสองชั่วโมง) ซึ่งก็ไม่รู้ว่าสนามบินอะไร ผมยืนอยู่ส่วนไหนของเมือง เอาล่ะรู้ว่าโอซากะ แต่มันที่ไหนล่ะ ชาวคณะนำโดย น้องปุ้ม(นามสมมุติ) อาจารย์ประจำภาควิชาท่องเที่ยว จากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง น้องเค้าดูคล่องแคล่ว สามีเคยพามาญี่ปุ่นหลายหน…ซึ่งต่อจากนี้และตลอดทริป ทั้งผมและทุกคนที่เคยมาญี่ปุ่นครั้งแรกจะฝากชีวิตไว้กับน้องเค้า ลองนึกเอานะครับว่า สมมุติเราเป็นเด็ก อ่านหนังสือไม่ออก แม่พาไปเที่ยว เราก็จะดูว่าแม่ทำอะไรบ้าง…..ไม่รู้ว่าอะไร เป็นอะไร ….ทั้งมึน ทั้งง…รอฟังคำสั่งและดูเพื่อนๆว่าไปไหนกัน หู ตาต้องเร็ว…เพราะกำชับไว้ว่าเรามีเวลาน้อย ต้องไปขึ้นรถไฟให้เร็วที่สุด

    …พอหยิบกระเป๋าได้ก็วิ่งไปขึ้นรถไฟคันเล็กๆ ….ที่จะพาเราไปสถานีรถไฟ ประมาณรถไฟฟ้าบ้านเรา…ลงจากรถไฟเล็ก ก็รีบกรูลงมาที่ชานชาลา มีตู้ขายตั๋วอัตโนมัติ เรียงกันเป็นตับราวๆ สิบกว่าตู้…แม่เจ้า ภาษาท้องถิ่นทั้งนั้นเลย….แต่พอเงยหน้าขึ้นไปดูผังรถไฟ น้องปุ้มแทบตาถลน เพราะมันดูแล้วเข้าใจยาก (จริงๆผมตาถลนกว่าอีกนะ)…ผังรถไฟฟ้า รถใต้ดินบ้านเราดูเป็นเด็กอนุบาลไปเลย ยิ่งชื่อสถานี ยิ่งไปกันใหญ่ นี่ขนาดผมผูกพันกับชื่อภาษาญี่ปุ่นมาเยอะแล้ว มาเห็นของจริงครั้งแรก ก็เข่าอ่อนไปเลย

    หลังจาก น้องปุ้ม ค้นดูชื่อที่พักคืนนี้ สักพักใหญ่ ก็ยังหาไม่เจอ คณะเราต้องรีบขึ้นเพื่อจะไม่ให้ตกรถไฟ รถไฟจะหมดตอนห้าทุ่มกว่าๆ ยิ่งรีบ ยิ่งลนลาน ชาวคณะพยายามสงบสติ ไม่ให้หล่อนรู้….”โทรหาหัวหน้าสิ”  “โทรแล้วค่ะ แกไม่รับสาย…!!!” “อ้ะ เห็นแล้ว ต้องไปลงที่ นัมบะ”  “..มาๆๆๆๆ เอาเหรียญหยอด กดปุ่ม” “….อ้าว  แล้วไงต่อ ทำไมไ่ให้กดล่ะ ” กดไปไฟไม่ติด…ทำไงล่ะที่นี้ ผมพยายามเบียดไปดู คนญี่ปุ่นข้างๆ ว่า เค้ากดอะไรบ้าง…. “อ๋อ ไม่ได้กดปุ่มระบุจำนวนตั๋วนี่เอง” …สุดท้ายกว่าจะควานหาวิธีซื้อตั๋วจากตู้ เล่นเอาเหงื่อตกทั้งๆที่อากาศเย็นสบายมากๆ…และแล้วชาวคณะทั้งเจ็ดชีวิต ก็สามารถขึ้นรถไฟญี่ปุ่นครั้งแรกได้แบบเฉียดฉิว…..ได้ชมวิวโอซากะตอนกลางคืนปลอบใจ…

    …….อ้ะ อ้ะ !!!!! บางคนในคณะตะโกนบอก(ด้วยท่าทาง) คนญี่ปุ่นมีมารยาทครับ เขาไม่คุยกันเสียงดัง…เข้าเมืองญี่ปุ่น ต้องทำตัวญี่ปุ่นตามเมือง  จริงๆ เราต้องลงสถานี เมื่อกี้เพื่อเปลี่ยนเส้นทางครับ อาจารย์….!!!!

    …….ผม (เหวออออออ……ในใจ)…..โปรดติดตามตอนต่อไป

    ขอรับรองว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นเหตุการณ์จริง แม้จะต้องใช้นามสมมุติก็เถอะ**

     
c
เขียนโพสต์ใหม่
j
โพสต์ต่อไป / ความคิดเห็นต่อไป
k
โพสต์ก่อนหน้า / ความคิดเห็นก่อนหน้า
r
ตอบกลับ
e
แก้ไข
o
แสดง / ซ่อนความคิดเห็น
t
ไปที่ด้านบนสุด
l
เข้าสู่ระบบ
h
แสดง / ซ่อนความช่วยเหลือ
shift + esc
ยกเลิก