Updates from สิงหาคม, 2017 สลับแสดงความคิดเห็น

  • timelife เวลา 4:17:20 pm on Wednesday ที่ 2 August 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    แนะนำตัวเอง...ด้วยบล็อกแรก 

     

    สวัสดีค่ะ ชาวบล็อกเกอร์ไทยและนักอ่านทุกๆคน  ^^

    เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า…  อ่ะๆ แนะนำตัวเองก่อนละกันนะ  อันตัวเรามีชื่อว่า “ดอกหญ้าแห้ง” (จะลิเกไปไหนคะ?) เราเป็นสาวเอ๊าะๆเลยล่ะ เรียกเราสั้นๆว่า “ดอกหญ้า” ก็ได้ แต่ที่จริงเราชื่อ “ดอกหญ้าแห้ง” ไง ดอกหญ้าเฉยๆก็ดูเก๋ๆดีอ่ะแก  เราเป็นคนง่ายๆ กินก็ง่าย นอนก็ง่าย ไปไหนก็ไป

    เอาล่ะค่ะ… ไม่ว่าวันนี้จะเขียนอะไรก็อ่านๆไปก่อนนะคะ

    [บทสัมภาษณ์ : สมมติว่าตัวเองเป็นดารา]

    Q: ทำไมถึงตั้งชื่อว่า “ดอกหญ้าแห้ง” คะ

    ดอกหญ้าแห้ง: ดอกหญ้าเป็นดอกไม้ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์มันขึ้นมา มันก็จะดูสวยในแบบของมัน โดยที่ไม่ต้องแต่งเติมอะไรให้มันมากมาย

    Q: แล้วทำไมถึงสร้างบล็อกนี้ขึ้นมาคะ

    ดอกหญ้าแห้ง: ง่ายๆเลยก็คืออยากเป็นนักเขียนบทความ นิยาย รีวิว บลาๆๆๆ สาระพัดอ่ะค่ะ เพื่อมันจะได้เป็นประโยชน์กับคนอื่นๆ

    Q: ความตั้งใจหรือความคาดหวังล่ะคะ

    ดอกหญ้าแห้ง: ตั้งใจอยากที่จะสร้างสรรค์ผลงานของตนเอง ไว้อ่านเองบ้าง แบ่งปันคนอื่นบ้าง (ถามเค้าหรือยังว่าอยากรับมั๊ย)

    คาดหวังว่าอยากให้มีคนเข้ามาอ่าน เข้ามาติดตาม คนเขียนอย่างเราก็ดีใจค่ะ

    Q: แล้วดอกหญ้าคิดว่าบล็อกแรกที่จะทำคืออะไร แบบไหน

    ดอกหญ้าแห้ง: บล็อกแรกก็กำลังทำอยู่ไงคะ เนี่ยกำลังเขียน ที่โดนสัมภาษณ์อยู่เนี่ย

    Q: =  = ‘  ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ คือผลงานชิ้นแรกอ่ะค่ะ อยากเขียนออกมาแนวไหน แบบไหน (ตลกหรอนังดอกหญ้า)

    ดอกหญ้าแห้ง: ล้อเล่นคร่าาา ก็สิ่งแรกที่อยากเขียนก็คือเรื่องออกเดินทางท่องเที่ยว เพราะตัวเองเป็นคนชอบเที่ยวค่ะ ไม่มีเงินก็จะเที่ยว 555+

    Q: แล้วคำถามสุดท้ายสำหรับวันนี้นะคะ ผลงานชิ้นแรกจะออกมาให้ชมตอนไหนคะ

    ดอกหญ้าแห้ง: ก็คงจะเร็วๆนี้อ่ะค่ะ รับรองไม่ผิดหวัง ติดตามดอกหญ้าแห้งกันเยอะๆนะคะ

     

    ปล. ทักเข้ามาคุยกันได้นะคะ เราเป็นมิตรกับทุกคนค่ะ

     

     

    ขอบคุณเจ้าของรูปภาพทุกๆรูปค่ะ

     

    บทส่งท้าย  : ดอกหญ้าแห้ง ถึงแม้ว่าจะดูไม่มีค่า แต่ก็มีประโยชน์ในยามที่จำเป็น  (เหมือนจะมีสาระ…)

     

    บั๊ยบายค่ะ ……………………………….เจอกันใหม่บล็อกต่อไป

     

     

     

     
  • saowaneWeb เวลา 1:53:04 pm on Sunday ที่ 30 July 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    ความเป็นพี่สาว 

    ในยุคและปัจจุบันนี้ต้องทำความเข้าใจว่ายุคสมัยนี้ได้เปลี่ยนไปมากขึ้นต่างจากเมื่อก่อนมากโดยมีสื่อเข้ามามากมายและเทคโนโลยีต่างๆทำให้เด็กติดโซเซี่ยลไม่ว่าจะเป็นfacebook, line, instargram etc. ซึ่งมันเป็นช่องทางที่ง่ายและกลายเป็นช่องโหว่สำหรับเด็กๆยุคนี้ ซึ่งโลกได้เปลี่ยนไปเร็วมากขึ้น บางครั้งทำให้น้องสาวติดงอมแงมถึงกับขั้นจะไม่อยากไปเรียน ไม่รู้จะหาวิธีแก้ไขปัญหานี้ได้ยังไง ความเป็นพี่สาวก็อยากให้น้องตั้งใจเรียนมีอนาคต สอนแล้วก็ไม่ฟังเหมือนเดิม เห้ออ!

    ปล. .ใครมีคำแนะนำ ทักมาคุยได้น่ะค่ะ :) รับฟังแลกเปลี่ยนประสบการ์ณ คุยได้ทุกเรื่อง

     
  • LifeJourney เวลา 11:55:55 am on Sunday ที่ 18 June 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    เกรดสำคัญไฉน 

    เริ่มแรกก่อน เกรดคือไร??? ก่อนจะพูดถึงเกรด จะทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อน เกรดในที่นี้หมายถึง ระดับคะแนนในการเรียน ที่ถูกมองเป็น “ตัวชี้วัด” ไม่ใช่เกรดสินค้า บลาๆๆ ===== ตัวชี้วัด ??? วัดอะไร ใครเคยสงสัยมั้ยว่าเกรดมันวัดอะไร คนได้เกรดแพงๆ ฉลาดกว่าจริงหรอ คนได้เกรดดีๆ ตอนนี้ยังเก่งอยู่มั้ย ??? ………………………………………..ถ้ามองดีๆ ตัวชี้วัดที่พูดถึงเมื่อกี้ ทิ้ง key ไว้ 2 ตัว……… ไม่สิ 3  นอกจาก เวลา และความฉลาด ก็ความรับผิดชอบอีกอย่างที่ไม่ปรากฏตัว

    เริ่มจาก key ที่ซ่อนตัวอยู่ละกัน “ความรับผิดชอบ” === driving factor ตัวใหญ่ๆ ของเกรด เกรดสามารถใช้วัดความรับผิดชอบของคุณได้จริงๆสำหรับคนธรรมดา ที่ไม่ได้เทพ (อ่านหนังสือคืนเดียว กดเอ ) เรื่องนี้เกรดวัดได้จริงๆ ส่วนตัวเคยพิสูจน์มาแล้ว ปีหนึ่งปีสอง ฟิตมาก แรงเหมือนกราฟเส้นตรงสโลป0 แรงไม่ตก แต่มันไม่มีอะไรที่จะอยู่กับเราไปได้ตลอดหรอก ปีสามเลยเป็นการพิสูจน์ว่าที่ เค้าบอกกันว่า ไม่ค่อยได้อ่านเลย แต่กดเอ (ในแง่คิดของคนธรรมดาเราๆ) มันจริงมั้ย  ก็ยิ้มกันไปตอนผลออก

    เพื่อนอีกคนนึงของความรับผิดชอบก็อาจจะ “ความฉลาด” มั้ง ทำไมมันถึงเป็นเพื่อนกันน่ะหรอ เหตุผลมันก็คือ สองอย่างนี้เป็นสิ่งที่ เกรดแยกแยะไม่ได้ ถ้าจะให้อธิบาย ได้เกรดดีๆ บอกไม่ได้ว่า ฉลาด เพราะเพื่อนของมันซ่อนตัวอยู่ ขับดันอยู่ข้างหลัง ได้เกรดดี ไม่เท่ากับ ฉลาดขั้นเทพ ก็ได้ แต่มีความรับผิดชอบมากพอ แต่ในทางเดียวกันคุณจะรู้ได้ยังว่า จริงๆอาจจะฉลาดขั้นเทพ แต่ไม่ได้รับผิดชอบมากขนาดนั้นหล่ะ หรือทั้งฉลาดทั้งขยัน

    ตัวสุดท้าย “เวลา” ตัวนี้ค่อนข้างโดดเดี่ยวออกมาจาก อีก 2 ตัว เพราะมันไม่ใช่ สิ่งที่เกรดต้องการชี้วัด แต่ส่วนตัวคิดว่าสำคัญพอควร     เพราะเวลาสื่อถึง “การหมดอายุ” ได้ ====เกรดตอนนี้ฉันดี อนาคตฉันยังเก่งอยู่แน่??? วลีนี้เป็นตลกร้ายของคนหลายคน “เพราะ” ในแง่มุมส่วนตัวของเรา มันไม่จริงเลย อย่างที่รู้กันเวลาพรากอะไรหลายๆอย่างไปจากเรา ความรู้ก็เช่นกัน “เคย” ได้เกรดดี มีความรู้  แต่มันอยู่ในกรอบของอดีต เกรดบอกได้ว่า ในอดีตคุณเคยทำได้ดีขนาดไหน ความรับผิดชอบตอนนั้นเป็นอย่างไร ความฉลาดที่สามารถพัฒนาหรือเสื่อมถอยได้เป็นอย่างไร “ตอนนั้น”  แล้วตอนนี้หล่ะ ??? สำหรับบางคนมันวัดผลได้ สำหรับบางคนไม่

    แล้วสงสัยมั้ย ทำไมเกรดจึงสำคัญๆทั้งที่ชี้ความชัดเจน ของความรับผิดชอบ ความฉลาดไม่ได้ชัดเจน จะเสนอคีย์เวิร์ดอีกหนึ่งคำ คือ ความเก่ง ด้วยความที่ความเก่งค่อนข้างเป็น คำที่นามธรรมพอควร ไม่รู้ว่าความเก่งจริงๆมันมีอะไรเป็นส่วนประกอบชัดเจนที่ชั่งตวงวัดได้เลย  ว่าอะไรกี่ส่วน ส่วนตัวจึงมองว่า ความรับผิดชอบ กับความฉลาด รวมๆกันก็คงเป็นความเก่ง แต่ความเก่งก็มีข้อกังขาอยู่ดีเพราะ “เวลา” คำเดียว เวลาทำให้เกิดการบิดเบือนเกรดได้ มันจึงวัดได้แค่แนวโน้มที่ควรจะเป็น แต่มันเป็นแค่แนวโน้ม มีโอกาสสูงที่จะเป็นจริง แต่โอกาสที่ผิดก็ไม่มีอะไรบอกว่าน้อย เพราะ เกรดชี้วัดคนที่เป็นสิ่งมีชีวิต ที่ยกตัวเองเป็นสัตว์ประเสิร์ฐ มีชีวิตจิตใจ พลิกขาวเป็นดำได้ง่าย ถึงแม้มันจะไม่ได้บอกผลได้ 100 % แต่มันก็ดูจะน่าเชื่อมากที่สุดแล้ว (ละเรื่องประสบการณ์เอาไว้) และสิ่งสุดท้ายที่มีประโยชน์คือ การประเมินคนคร่าวๆด้วยเกรดจะช่วยลดระยะเวลาได้ เพราะถ้าไม่มีตัวชีวัด จะสามารถตัดเรื่องเวลาได้ คือ ไม่สนใจอดีตของคุณ มาดูปัจจุบัน และพิสูจน์ด้วยการกระทำเลยดีกว่า real กว่า แต่……..ใครจะทนรอคุณขนาดนั้น ต้องเสี่ยง จำเป็นมั้ย???

    ทั้งหมดนี้เป็นความเห็นส่วนตัวไม่มีเจตนาในการบิดเบือนโต้แย้งแง่คิดใดๆ หรือพาดพิงผู้ใด และผู้เขียนยังอ่อนหัดในการเขียนนัก ผิดพลาดใดๆขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย 

     
  • prangthegorgeous

    prangthegorgeous เวลา 1:57:53 pm on Friday ที่ 17 March 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    01--Kuwait Airways สมัครสายการบินแรก ตึงงงงง 

    เริ่มที่ตอนปีสี่เทอมสองนะคะ ตั้งใจว่าเริ่มลุยช่วงนี้แหละ แต่แอบบอกว่าช้าไป น้องๆที่เรียนมหาลัยเตรียมตัวเร็วๆไว้ยิ่งดีค่ะ เดี๋ยวจะอธิบายนะคะว่าทำไมถึงช้าไป

    เห็นประกาศรับสมัครลูกเรือคูเวตจากในเฟสบุ๊คของเพื่อนสักคน

    เราก็สะดุดกึกในใจนะ แบบ วะ เอาวะลองเถอะ เอาวุฒิแค่มอหกเอง ลองไปโลดดดดดดดด

    สนามแรกเนอะ ตื่นเต้นมันก็ตื่นเต้นแหละ แต่มีความกังวล ไม่มั่นใจหลายๆอย่าง

    หาสูท รองเท้า หน้า ผม เอกสาร ทุกอย่างดูรีบๆไม่เป๊ะเท่าไหร่ แต่อยากลองล้วนๆ

    เราหาทุกอย่างจากสยามนะคะ ใส่สูทสีดำแขนสั้นธรรมดามาก เสื้อตัวในสีแดง

    คือมันก็สวยแหละค่ะ แต่มันจะซ้ำๆกันเยอะมากๆๆๆๆๆๆๆๆ บางชุดนี่แฝดชัดๆ เราคิดว่าจุดนี้ส่วนหนึ่งทำให้เรากลืนไปกับคน ไม่โดดเด่นนะ

    เพราะเราก็ไม่ชอบที่เราดูคล้ายคนอื่นนะคะ เลยตั้งใจว่าคราวหน้าจะต้องแตกต่างและเด่นกว่านี้

    พอดีว่าเราเคยสอบโทอิคไว้แล้วนานแล้วล่ะเกือบหมดอายุ จริงๆไม่ต้องใช้นะ แต่เรามีเลยเอาติดไปด้วย ได้795

    First Session

    Pre-screen: ตัดภาพมาที่โรงแรมที่รีครูทเลยนะคะ เกริ่นก่อนว่า คูเวตใช้เอเจนซี่หาลูกเรือให้คือ meccti ซึ่งดำเนินการโดยโรงเรียนสอนแอร์แห่งหนึ่ง

    ทั้งกรรมการ และสตาฟคือคนจากโรงเรียนนี้ทั้งหมด  ***ซึ่งเรามาทราบหลังเข้าพรีสกรีนแล้วนะคะ แล้วแบบประมาณ80%ของคนที่ได้คือมาจากนักเรียนของรร.นี้ค่ะ

    ช่างมันก่อนเนอะ เราว่าไปตามสเตปปกติ

    เราหาข้อมูลมาว่าสตาฟทำงานช้ามาก และคนเยอะ ให้ไปเช้าๆซึ่งจริงนะคะ ทุกโพรเสสคือนานมากๆ มากกกกกกกกกกกกกกกก

    เราได้คิวแรกๆนะ ไปถึงประมาณเจ็ดโมง รับคิวเพื่อชั่งนนและสส—ต่อคิวชั่งนน+สส—ต่อคิวตรวจเอกสาร—ตรวจเอกสาร—รับหมายเลขประจำตัว–เข้าห้องรวมรอพรี

    ซึ่งทั้งหมดนี้ 11 โมงก็ยังไม่ได้เริ่มพรีนะคะ

    กรรมการมาช้ามากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก รอจนเมื่อยค่ะ แล้วยังมีพักกินข้าวด้วยนะเออ

    เราได้พรีประมาณเที่ยงครึ่งค่ะ คนสัมภาษณ์ก็คือครูฝรั่งในรร.สอนแอร์อันนั้นแหละ ถามถั่วไป และเร็วมากค่ะ ไม่ถึงนาทีเนอะ

    ประมานนี้นะคะไม่เป๊ะนะ

    Good morning sir  — good morning. How are you today?

    I’m very good. How about you?— Good.  Wow Can you speak ***?

    Yes I can. I study this language as my major.— Very good. So tell me about your work experience.

    Certainly, เล่าไปค่ะ คือเรายังเรียนอยู่เนอะ เราเลยเล่าเรื่องฝึกงานกับตอนไปเวิคที่อเมริกาค่ะ

    Okay Thank for coming today.  Have a great day.

    Thank you very much. You too

    แค่นี้แหละค่ะ เราพูดเสียงดัง ยิ้มและดูมั่นใจนะ แต่ในใจนี่สั่นมาก555555

    ยังค่ะยัง  ยังไม่จบ

    ก่อนก่อนจากห้องต้องให้กรรมการผู้หญิงคนไทยที่เป็นเจ้าของโรงเรียนดูสภาพผิวหน้าและฟันค่ะ

    เขาจะพูดว่า Give me big smile แล้วให้เราแบบเอียงหน้าไปมา ไรงี้

    จบละค่ะ ขั้นตอนนี้

    เราต้องรอให้เข้าพรีกรีนครบ200คนแรกก่อนถึงจะทราบผลนะคะ รอถึงประมาณบ่ายสอง กรรมการก็จะมาประกาศหมายเลขที่ได้ไปต่อค่ะ

    โอเค……เราผ่านนะ แต่งงๆ ก็ดีใจแหละ ตกพรีสกรีนนี่เจ็บอย่าบอกใคร ตกรอบแรกอะ เอ๊ะ หรือจะเรียกด่วนชั่งนนสสว่าด่านแรก5555

    ที่นี้

    เขานัดหมายให้มาร่วมฟังรายละเอียดสายการบินและขั้นตอนต่อไปตอน 18.30

    ซึ่งจริงๆคือ 20.30 ค่ะ เขาให้อ่านข้อตกลงเบื้องต้น เงื่อนไข เงินเดือน บลาๆ แล้วเซ็นรับทราบ เสร็จเกือบสี่ทุ่ม!!!!!!

    ทั้งวันหมดไปกับการรอ TT

    สรุปคือเรามา 7.00 ออกจากรร เกือบ 22.00

     

    Final Session

    English test นัดมาที่รรเดิมนะคะ หลังจากพรีสองวัน นัดเวลามา8.30 กรรมการมา 11โมง เริ่มสอบ 11.30ได้ เซ็งมากกกกกก ไม่โปรเลย เสียเวลาสุดๆ

    ข้อสอบเป็นเลือกตอบ50ข้อ 20หรือ30นาทีเนี่ยแหละ มีเลขประมาน 10กว่าข้อ เกี่ยวกับคิดtime zone+exchange rate ไม่ยากค่ะ เราเรียนสายศิลป์มาทั้งชีวิตยังคิดได้

    ส่วนอังกฤษประมานโทอิคแต่ง่ายกว่าและสั้นกว่ามาก รอบนี้คัดคนออกอีกครึ่ง เหลือสัก80คนได้ อ้อ ผ่านพรีกรีนเข้ามาน่าจะ100นิดๆค่ะ

     

    Group discussion  กลุ่มละ10คนค่ะ เรียงตามหมายเลข เขาบรีฟว่าหน้าผมต้องเป๊ะๆๆๆๆๆๆ เพราะเขาดูทุกอย่าง และหลังจากขั้นตอนนี้ต้องไปถ่ายรูป

    เข้าไปก็มีเก้าอี้ล้อมเป้นวงกลม ให้เราคิดอีเว้นของสายการบิน คือเราไม่รู้จริงๆว่าเขาดูอะไร คือคนมันเยอะมาก แบ่งกันพูดก็ไม่เชิง มันกลัวไม่ได้พูดมากกว่า

    บางคนสำเนียงไม่ได้เลย บางคนภาษาคือตะกุกตะกัก บางคนพูดเยอะ เราได้พูด2-3ครั้ง นี่แบบหาจังหวะมากนะ มันไม่มีช่องเลย

    ตัดจบเลยแล้วกัน ว่า เราตกรอบนี้

    บอกตรงๆเราเฟลมาก เพราะคนตกรอบนี้น้อยมากอ่ะ 10กว่าคนเองที่ตก แล้วทำไมเราถึงตก

    ถึงเราจะมาแบบไม่ได้เตรียมตัวและยังเรียนไม่จบ พอตกรอบเข้าจริงๆ คือสะเทือนใจอ่ะ55555 เสียใจอยู่ดี เฮ้อ

     

    เป็นไงคะ สายการบินแรก ไม่มีอะไรยากขนาดนั้น แค่รอ รอ รอ รออออออออออออออออออออ ฝึกความอดทนขั้นสุดค่ะ

    เราคงไม่ไปอีกแล้วค่ะสายนี้ เราคิดว่ามันไม่โปร่งใส เราคนนอกสถาบันเค้านี่นา ฮ่าๆ แต่ก็มีคนนอกที่ได้เป็นนะ น้อยมากค่ะ นอกนั้นเด็กรรนั้นได้

     

    ***ใช้วิจารณญานในการอ่านนะคะ เราเขียนจากประสบการณ์ตรงและความรู้สึกของเรา

     
  • prangthegorgeous

    prangthegorgeous เวลา 1:11:19 pm on Friday ที่ 17 March 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    Let me introduce myself :D แนะนำตัวกันก่อนค่า 

    สวัสดีค่ะทุกคน  ยินดีที่ได้ร่วมแบ่งปันและพูดกันนะค้าาา

    เขียนบล็อกครั้งแรก ไม่ราบรื่นมากขออภัยไว้ล่วงหน้านะคะ

    ตั้งใจว่าจะเขียนเรื่องประสบการณ์สมัครแอร์ล่าปีกของเรา จนกว่าจะได้น้า และจิปาถะ บลาๆ

    ตอนนี้ยังไม่ได้เป็นน้า ยังเรียนไม่จบเลยค่ะ แฮ่ๆ แต่ใกล้มากแล้ว

    ^^

    เราเรียนอยู่ปีสุดท้าย เทอมสุดท้าย คณะทางภาษา มหาลัยสีชมพูแถวสามย่านค่า

    ณ วันนี้ที่เรากำลังเขียนเราสมัครไปแล้วถึงสามสายการบิน ตั้งใจจะบันทึกไว้ทุกครั้ง แต่คิดว่าเล่าให้เพื่อนๆทราบด้วยน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า

    เลยนำมาเล่าสู่กันฟัง ซึ่งข้อมูลอาจจะไม่เหมือนกันทุกครั้งที่สมัคร บางอย่างปรับเปลี่ยน เพิ่มหรือลด เพื่อนๆต้องติดตามจากสายการบินโดยตรงน้า

     

    พอแค่นี้ก่อนแล้วกันค่า ติดตามอ่านกันได้นะคะ

     

     
  • Blogger siam

    Blogger siam เวลา 10:17:36 am on Tuesday ที่ 14 March 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    อะไรที่เด็กรุ่นใหม่ควรจะมี มากกว่าความเก่ง [ไอที] 

    วันนี้มีเรื่องราวดีๆ ข้อคิดจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเกี่ยวกับเด็กรุ่นใหม่ในด้านไอทีมาฝากครับ

    Juizy

    สมัยนี้ คนเก่งๆ มีเยอะนะครับ โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ ที่เก่งเพราะมีเครื่องมือให้ใช้เยอะ สมัยผม กว่าจะรู้อะไรสักเรื่องต้องค้นคว้ากันตั้งแต่ รากเหง้า เพื่อเอามาสอนคนรุ่นใหม่ๆให้เก่งโดยไม่ต้องไปทำอะไรแบบผม … จริงๆ คนเก่งๆเหล่านั้น ถ้าพัฒนาไปในทางที่ถูก เขาก็จะเป็นประโยชน์ต่อตัวเองและผู้อื่นได้ แต่ส่วนใหญ่ ก็มักเอาไปใช้ในทางผิดๆเสมอ ยกตัวอย่างที่เห็นบ่อยคือ เจอ ช่องโหว่ของแอพพลิเคชั่น แทนที่จะแจ้งเตือนไปยังเจ้าของแอพพลิเคชั่น กลับพาพวกไปถล่มเล่นเป็นที่สนุกสนานซะงั้น … ที่บ่นมานี่ไม่ใช่ทุกคนนะครับ เพราะส่วนตัวที่ผมเจอมาก็เจอคนดีๆ บางคนก็แจ้งเฉยๆ ไม่ได้เรียกร้องอะไร บางคนก็แจ้ง แลวก็ขออนุญาต อันนี้ก็เข้าใจ (ถือซะว่าเป็นเครดิต ในวงการ) ก็มีบ้างที่มีข้อเรียกร้อง และ ไอ้ที่เจอแต่ไม่เคยแจ้ง ก็คงมี … จริงๆ ผมว่าถ้าอยากมีชือนะ ไม่ยากหรอก คนที่ทำอะไรเปิดเผยจะมีชื่อเสียงที่สุด กลุ่มคนที่ปิดเงียบ พวกนี้น่ากลัวแถมได้ประโยชน์จากความสามารถของตัวเองน้อยที่สุด เพราะอย่างเก่งเขาก็จะเปิดเผยสิ่งที่เขารู้แค่ในกลุ่มของตัวเอง (ไม่กี่คน) ในขณะที่กลุ่มคนที่เปิดเผยเรื่องราวของตัวเองในสื่อต่างๆ พวกนี้จะมีชื่อเสียงที่สุด เพราะการเปิดเผย จะทำให้คนภายนอกได้รับรู้ และตัวเราก็มีผลงาน ซึ่งหากบุคคลภายนอกมาเห็นผลงานดังกล่าว การจ้างงานก็เกิดขึ้นได้ ซึ่งจะไม่มีโอกาศเกิดขึ้นเลยกับพวกที่ไม่ยอมเปิดเผยตัว

    จริงๆ ถ้าเราเก่ง เราต้องประกาศนะครับ ให้โลกรู้ว่าเรามีความสามารถ เก็บไว้กับตัวเสียดายความรู้ ยิ่งเราเปิดเผยเท่าไร โอกาศยิ่งเข้ามาหาเรามากขึ้นเท่านั้น … สมัยผมเขียน windows app ผมมีลูกค้าแค่ละแวกบ้าน พอผมหันมาเขียนเว็บ โดยเลือกวิธีเขียนบทความเผยแพร่ความรู้ ทำให้ผมมีลูกค้า ทั่วทั้งประเทศ …. โอกาศต่างกันเห็นๆ … โดยเฉพาะการให้ความช่วยเหลือคนอื่นๆ ก็ให้องค์ความรู้ใหม่ๆกับผมอยู่เรื่อยๆ ถ้าใกล้ๆบ้าน บุกมายันบ้านก็เคยมื ถึงจะไม่ได้ตัง แต่ก้ได้ความรู้นะครับ (บางคนก็ฮาดี เขาถามว่าผมคิดเท่าไร ผมบอกว่าไม่ได้คิดตัง เพราะผมแก้ไป 2-3 บรรทัดเอง วันรุ่งขึ้นเขาแอบเอาของมาแขวนไว้หน้าบ้านก็เคยมี แถมมาแบบไม่บอกด้วยนะ คนในบ้านบอกมีเด็กวัยรุ่นเอามาแขวนไว้แบบรึบๆ)

     
  • my idea

    my idea เวลา 1:02:27 pm on Monday ที่ 6 February 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    คุณเคยมีความฝันไหม??? 

    ชีวิตของเรานี่มันเหนื่อยเนอะ เรียน เล่น กิน นอน แต่หลายๆคนคงถามนี่หรอที่เรียกว่าเหนื่อยอะ บางสิ่งบางอย่างมันรับรู้ได้นะ แต่มันก็อธิบายไม่ได้ ความรู้สึกทุกอย่างมันเสียใจไปหมดอะ มันคิดมากว่าเราจะต้องไปต่อที่ไหน คนอื่นคิดกับเรายังไง(หลายๆคนบอกอย่าได้แคร์แต่จิงๆมันทำได้ยากมากเลยนะ) แต่ช่างเหอะมันไม่ได้สำคัญ แต่ที่สำคัญคือเราทำตามความฝันเราได้ไหม

    ความฝันคืออะไร?? นิยามในความคิดของเราคือ สิ่งที่เราคิดเราต้องการและต้องทำมันให้สำเร็จ แต่มันคงไม่ใช่ทุกคนหรอกนะที่ทำได้อะ มันต้องอยู่ที่ว่าเราจะทำยังไงไปให้ถึงความฝันของเรา เส้นทางมันเต็มไปด้วยอุปสรรคทุกอย่างเราก็ต้องผ่านมันไปให้ได้ ฝันมาคู่กับความหวัง มันอาจจะมีผิดหวังบ้าง สมหวังบ้าง แต่ทั้งหมดมันก็คือประสบการณ์ชีวิตนะ เราเคยล้ม เราเคยพลาด แต่มันขึ้นอยู่กับว่าใครที่จะลุกขึ้นมาทำให้ความฝัน ให้ความหวังเป็นจริงก็เท่านั้นเอง เรารู้ทุกคนมีความฝัน เราก็เป็นคนหนึ่งนะที่มีความฝันเราทำมันสำเร็จแล้วด้วยซ้ำ แต่มันก็ไปอยู่ที่ตรงนั้นไม่ได้ ถ้าถามว่าเพราะอะไร มันไม่ใช่เพราะเราแต่มันเป็นเพราะอุปสรรครอบข้างไง ฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับเรา50%และสิ่งรอบข้าง50% ชีวิตมันไม่ได้เป็นที่เราตามที่เราหวังหรอก ถ้าเราทำมันสำเร็จมันก็มีความสุขและhappy and a good life. Everything in the world we can do it love you all

    ชีวิตมันเป็นของเราต้องเป็นคนกำหนดมันเอง แต่มันต้องดูรอบข้างด้วย มันอาจจะมีอะไรหลายๆอย่างที่ขัดใจเราแต่จำเอาไว้ คนที่พยามเท่านั้นที่จะถึงจุดหมาย อาจจะไม่ใช่ในเร็วๆนี้แต่มันก็ต้องมีสักวันหนึ่งละ😊

     

     
  • Pichaya Wongves เวลา 12:42:41 pm on Tuesday ที่ 24 January 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    เทคนิคมัดใจลูกค้าสำหรับแม่ค้าขายบิ๊กอาย 

    สวัสดีค่ะ วันนี้นุ่นและร้านขายส่งบิ๊กอาย BIGEYEINW ก็ได้มีสาระดีๆมาฝากกับทุกท่านอีกเช่นเคยนะคะ สำหรับวันนี้นุ่นอยากจะให้คำแนะนำกับแม่ค้าเกี่ยวกับเทคนิคในการมัดใจลูกค้าค่ะ นุ่นเชื่อว่า หากท่านสามารถมัดใจลูกค้าได้ ก็จะทำให้ได้เก็บสะสมฐานลูกค้าให้เพิ่มมากขึ้น รายได้ก็จะเพิ่มขึ้นตามมาค่ะ เคยสังเกตไหมคะว่าทำไมบางร้านค้าถึงได้มีลูกค้ามากมาย และ ทำไมลูกค้าถึงได้ไม่เปลี่ยนใจเลย แม้ว่าก็มีสินค้าของร้านอื่นที่ขายเหมือนกัน นั่นก็เป็นเพราะนอกจากร้านค้านั้นจะมีสินค้าเป็นที่ต้องการของลูกค้าแล้ว เขาก็ยังสามารถมัดใจลูกค้าได้ จนกลายเป็นลูกค้าประจำนั่นเองค่ะ

    เทคนิคมัดใจลูกค้าจนกลายเป็นลูกค้าประจำ

    1. มารยาทของแม่ค้าบิ๊กอาย ไม่ว่าจะเป็นแม่ค้าขายบิ๊กอายปลีก หรือ แม่ค้าขายบิ๊กอายราคาส่งก็ตาม นับว่าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง กับการกล่าวคำว่า “สวัสดีค่ะ” “ขอบคุณค่ะ” “ขอโทษค่ะ” รวมทั้งการพูดแบบมีหางเสียงต่างๆ
    2. การให้คำแนะนำที่ดีกับลูกค้าที่ต้องการซื้อบิ๊กอาย ซึ่งมาจากความรู้ในตัวสินค้า และประสบการณ์จากการขายสินค้า ที่จะทำให้ตัวแม่ค้ารู้ว่า บิ๊กอายแบบไหนที่ซึ่งเป็นโจทย์ที่ลูกค้ากำลังต้องการอยู่ นั่นเองค่ะ
    3. อย่าสักแต่ “ ขาย ” อย่างเดียว สิ่งที่สำคัญมากกว่าการเอาแต่ขายก็ คือ การทำสิ่งที่ลูกค้าจะได้ประโยชน์มากที่สุด พูดง่ายๆก็คือ เห็นแก่ผลประโยชน์ของลูกค้า ไม่ใช่ผลประโยชน์ของตัวเอง เราต้องแนะนำลูกค้าด้วยความจริงใจ หาสินค้าที่จะดีที่สุดต่อลูกค้า ไม่ว่าท้ายที่สุดแล้วลูกค้าจะตัดสินใจซื้อหรือไม่ก็ตาม แต่อย่างน้อยๆเมื่อลูกค้ารู้สึกว่าได้อะไรกลับไป โอกาสหน้าเมื่อเค้าต้องการบิ๊กอายสักคู่เค้าจะนึกถึงเราค่ะ
    4. อ่านสถานการณ์แล้วทำในสิ่งที่ลูกค้ารู้สึกสบายใจ ซึ่งน่าจะต้องประกอบกับประสบการณ์ของแม่ค้าในการอ่านสถานการณ์ด้วยค่ะ แต่สิ่งนึงที่พึงสังเกต คือ ลูกค้ามี 2 ประเภท คือ ชอบเลือกเองแบบเงียบๆ กับ ชอบถามชอบคุย และ ต้องการคำแนะนำ สำหรับในกลุ่มแรกเค้าจะไม่ยิงคำถามเราเยอะ จะเข้าเรื่องเลยว่าเค้าต้องการบิ๊กอายแบบไหน สีไหน ค่าสายตาอะไร เราก็เพียงแค่แนะนำโซนที่มีคอนแทคเลนส์ตามที่ลูกค้าต้องการ แล้วให้เค้ามีพื้นที่ส่วนตัวในการเลือก เราเพียงพูดแค่ว่า “คอนแทคเลนส์ตามที่พี่ต้องการอยู่ทางโซนนี้ค่ะ พี่เลือกตามสะดวกเลย หากพี่ต้องการอะไรก็เรียกหนูได้เลยนะคะ” เป็นต้น สำหรับลูกค้ากลุ่มที่สอง เค้าจะเปิดตัวกับเราเองเลย ซึ่งเราจะรู้ได้เอง เราต้องสังเกตว่าเขาต้องการอะไรบ้าง เช่น ชอบคุยเล่น หรือ ชอบได้รับคำแนะนำแบบเป็นเรื่องเป็นราว เราก็จัดให้เค้าเลยจ้า สิ่งสำคัญ คือ ไม่ว่าเขาจะซื้อหรือไม่ก็ต้องให้เค้าได้อะไรกลับไป อย่างน้อยๆก็รอยยิ้มค่ะ

    เป็นอย่างไรบ้างคะสำหรับทริคง่ายๆที่ช่วยมัดใจลูกค้า นุ่นเป็นร้านคอนแทคเลนส์ราคาส่งจึงได้มีโอกาสคลุกคลีกับลูกค้าทุกวัน สิ่งหนึ่งที่เป็นได้อย่างชัดเจน คือ ลูกค้าต้องการความจริงใจมากกว่าการที่เราจ้องแต่จะขายค่ะ

    ขายส่งบิ๊กอาย

     
  • BUMbaka_❤️:D

    BUMbaka_❤️:D เวลา 4:17:30 pm on Wednesday ที่ 4 January 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    เริ่มต้นชีวิตใหม่ 

    ก่อนอื่นขอสวัสดีเพื่อนๆก่อนนะคะ😊

    เพิ่งเริ่มต้นเขียนblogครั้งแรก ปีใหม่แล้วก็เลยอยากเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆที่ไม่เคยทำมาก่อนค่ะ😁ดิฉันเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ(รึป่าว)คนนึงค่ะ เพิ่งอกหักมา ชีวิตรัก7ปีมันจบลงแล้ว เศร้ารับปีใหม่กันเลยทีเดียว ก็นั่นแหละค่ะชีวิตคนเรามันอนิจจัง มีความไม่เที่ยง ชีวิตเราต้องเดินต่อไป จะเศร้าไปตลอดก็คงไม่ได้ ใครที่เป็นเหมือนกันก็สู้ๆนะคะ ต่อไปดิฉันจะขอเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทำชีวิตตัวเองให้มีความสุขทุกๆวัน เรื่องที่ผ่านมาก็จะเก็บไว้เป็นประสบการณ์ เก็บไว้ในความทรงจำ เราจะรักตัวเองและคนที่ควรรักค่ะ เป็นกำลังใจให้ดิฉันด้วยนะคะ✌️😊

     
  • Aun

    Aun เวลา 10:38:44 am on Friday ที่ 30 December 2016 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    สวัสดีไดอารี่ที่รัก EP.2 

    หลังจากวันนั้นที่เจอกันในสนามบาส เราได้รู้จักกัน แรกๆรำคาญไอ้แห้งพลังคนเหล็กอย่างหมอนี้มาก คอยตอแยตามแกล้งเราทุกวัน จนเราหลายเป็นเพื่อยสนิทกันที่คอยจะกัดกันจลอด หลายวันผ่านไปจากวันเป็นเดือน เราดันถลำใจหลงชอบหมอนี้สะงั้น แต่พีชมีพี่อร แฟนพีชและพีช..รักพี่อรมากทั้งคู่รักกันดี เราไม่อาจแทรกกลางและไม่มีวันแทรกเป็นมือที่สามใครเด็ดขาด เราเลยเลือกที่จะเก็บไว้ในส่วนลึกและเราชอบเขียนเรื่องราวของตัวเองไว้ในไดอารี่เซฟอย่างดีติดตัวตลอดเวลาและไม่คิดว่าการเอาติดตัวไว้นอกจากจะเก็บรักษาไว้ใกล้ตัวแต่มันเกือบเป็นภัยด้วย เพราะเพื่อนตัวแสบไอ่มายด์ ขอยืมสมุดวิชาคณิตฯ เราไม่เอะใจก็ให้หยิบออกจากจาคอป(กระเป๋าหนังนักเรียนทรงแบนแบบถือสีดำด้านหน้ามีที่ล็อค) มันดันหยิบไดอารี่เราออกมาเปิดดู (มันคนเดียวที่รู้เรื่องทั้งหมด)ตอนนั้นตกใจเพราะอีพีชมันนั่งกินข้าวอยู่โต๊ะเดียวกัน!! (โต๊ะนั่งในโรงอาหาร. รร เราเป็นแบบยาวนั่งได้ครั้งละ10-12คน) รีบตะครุบแล้วใส่กระเป๋าทันที แล้วตอนนั้นไม่คิดหรอกว่าพีชจะเห็น (มารู้ทีหลังว่าพีชช่างสังเกตมากก) และวันวิปโยคก็มาถึงในวันที่อีพีชมันแอบขโมยไดอารี่เราตอนเผลอ ซึ่งมันไม่รู้หรอกว่าสมุดอะไร มันแค่บอกว่าเห็นเราหวงก็เลยอยากแกล้งเอามาซ่อนไม่ได้เปิดดู พีชรีบอธิบายเพราะเราเกือบจะโกรธจริงๆ พีชบอกแค่แกล้งเฉยๆ เราก็เชื่อว่ามันไม่อ่าน เพราะพีชทำตัวเหมือนเดิมคงเส้นคงว่า(คงเส้นโดนเราทืบด้วย – -) เพราะเราคิดว่าถ้ามันรู้คงเปลี่ยนไป.

     

     
c
เขียนโพสต์ใหม่
j
โพสต์ต่อไป / ความคิดเห็นต่อไป
k
โพสต์ก่อนหน้า / ความคิดเห็นก่อนหน้า
r
ตอบกลับ
e
แก้ไข
o
แสดง / ซ่อนความคิดเห็น
t
ไปที่ด้านบนสุด
l
เข้าสู่ระบบ
h
แสดง / ซ่อนความช่วยเหลือ
shift + esc
ยกเลิก