Updates from พฤศจิกายน, 2017 สลับแสดงความคิดเห็น

  • Amanda

    Amanda เวลา 9:57:01 pm on Saturday ที่ 4 November 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    พูดให้กำลังใจเพื่อนเป็นภาษาอังกฤษ 

    How to cheer someone up.

    มาพูดให้กำลังใจเพื่อนเป็นภาษาอังกฤษ กันเถอะ 😃
    1. Cheer up! (เชียร์ อัพ) ร่าเริงไว้เพื่อน!
    2. Chill out! (ชิล เอ๊าท์) ชิลๆ ไว้
    3. Don’t stress out! (ด๊อนท์ สเตร๊ส เอ๊าท์) อย่าเครียดไปเลย
    4. Pull yourself together! (พูล โยเออร์ เซ้ลฟ์ ทะเก๊ทเท่อะ) ทำตัวเข้มแข็งไว้
    5. Don’t give up! (ด๊อนท์ กิ๊ฟ อั้พ) อย่ายอมแพ้นะ
    6. It’s gonna be ok. (อิทส์ ก๊อนนา บี โอเค) มันจะดีขึ้นเอง
    7. Chin up! (ชิน อั้พ) เชิดไว้ อย่าไปแคร์ค่ะ
    8. You can do it! (ยู แคน ดู อิท) เธอทำได้อยู่แล้ว
    9. Get over it! (เก๊ท โอเฟ่อร์ อิท) เลิกคิดได้แล้ว [ใช้เวลาเพื่อนอกหัก]
    สุดท้ายยย… ตบท้ายให้ซึ้งใจว่า
    10. I will be here for you. (ไอ วิล บี เฮีย ฟอร์ ยู) ฉันจะอยู่ตรงนี้กับเธอนะ
    จะเลือกใช้คำพูดไหน จดและจำและเลือกกันเลยค่าา ใครมีคำถาม เพิ่มเติม สามารถถามมาได้เลยเช่นกันนะคะ แล้วเจอกันใหม่โพสหน้าค่ะ 🤗😘
    FB: maii.english 💕

     
  • Amanda

    Amanda เวลา 8:29:29 pm on Friday ที่ 3 November 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    คำศัพท์ภาษาอังกฤษ วันลอยกระทง 

    Hi! Everyone. Happy Loy Krathong Day ค่ะ 😀
    สวัสดีค่ะ ทุกคน สุขสันต์วันลอยกระทงนะคะ วันนี้ครูก็ไม่พลาดที่จะหยิบคำศัพท์สำคัญๆเกี่ยวกับวันลอยกระทงมาฝากกัน จำกันให้แม่นเลย 9 คำนี้ เริ่มที่คำแรกเลยยยยยย
    1. Banana leaves vessel (บานาเน่อะ ลีฟซ์ เวซเซิ่ล) แปลว่า กระทง นั่นเอง หรือบางคนก็เรียกทับศัพท์ไปเลยว่า Krathong ก็ได้ค่ะ
    Ex: Banana leaves vessel is made of banana leaves. กระทงทำมาจากใบตอง
    2. Candle (แคนเดิ้ล) แปลว่า เทียน
    3. Joss stick จ๊อซ สติ๊ก แปลว่า ธูป
    Ex: The Krathong usually contains a candle, three joss sticks, and some flowers
    กระทงมักจะบรรจุเทียน 1 เล่ม ธูป 3 ดอก และดอกไม้
    4. Goddess of water (ก๊อดเด้ส อั๊ฟ วอเท่อะ) แปลว่า พระแม่คงคา
    Ex: The festival is for people to worship and to thank the Goddess of water.
    เทศกาลจัดขึ้นเพื่อให้ผู้คนได้บูชาและขอบคุณพระแม่คงคา
    5. Wish (วิช) แปลว่า คำอธิษฐาน
    Ex: Make a wish and place your Krathongs on canals or rivers.
    อธิษฐานและปล่อยกระทงของพวกคุณลอยไปบนคลองหรือแม่น้ำ
    6. Floating lantern (โฟล๊ตทิ่ง แลนเทิ่น) แปลว่า โคมลอย
    Ex: On Loy krathong night, many floating lanterns are launched into the air.
    ในวันลอยกระทง โคมลอยมากมายถูกลอยขึ้นไปบนอากาศ
    7. Fireworks (ฟายเย่อร์ เวิค) แปลว่า ดอกไม้ไฟ
    Ex: The highlights of the festival include the Noppamas Queen contest and the firework displays
    ไฮไลท์ของงานรวมไปถึงการประกวดเทพีนพมาศ และ การแสดงดอกไม้ไฟ
    8. Firecrackers (ฟายเย่อร์ แครกเกอร์) แปลว่า ประทัด
    Ex: . Firecrackers are dangerous for kids.present-loy-krathong-festival-1-728
    ประทัดอันตรายสำหรับเด็กๆ
    9. The Twelfth Thai Lunar Month (เดอะ ทเว้ลฟ์ ไท ลูน่าร์ มั๊นธ์) แปลว่า วันเพ็ญเดือนสิบสอง
    Ex: Loy Krathong festival takes place on the Full-Moon Day of the Twelfth Lunar Month.
    เทศกาลลอยกระทงเกิดขึ้นในคืนพระจันทร์เต็มดวงวันเพ็ญเดือนสิบสอง
    เป็นยังไงกันบ้างคะ 9 คำศัพท์น่ารู้เกี่ยวกับวันลอยกระทง พร้อมตัวอย่างประโยคที่ทุกๆคนสามารถหยิบไปใช้อธิบายให้เพื่อนๆต่างชาติฟังเกี่ยวกับประเพณีสำคัญของประเทศเราได้
    อย่าลืมฝึกฝน ทบทวนคำศัพท์ และติดตามเพจสม่ำเสมอนะคะ เราจะพูดอังกฤษ พิชิต AEC ไปด้วยกัน #EnglishwithKrumai #TeacherMaii #EnjoyEnglish

     
  • พงศธร กันทวงค์ เวลา 11:01:26 pm on Friday ที่ 27 October 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    กฎของโรงเรียนที่ไม่ยอมปรับเปลี่ยนให้เป็นสากล 

    FB_IMG_15091205349837809

     

    ขอบคุณรูปภาพ : กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท

    ในปัจจุบันการศึกษาไทยแม้มีการพัฒนาอยู่บ้างแต่เราก็ยังพบปัญหาที่เกิดขึ้นหลายๆอย่างเช่น ปัญหาเรื่องทรงผม การใช้ความรุนแรงในสถานศึกษา ดังที่มีคลิปวิดีโอและรูปภาพออกมาทางสื่อโซเชียลมากมาย นั่นคือภาพสะท้อนปัญหาที่ถูกกดทับออกสู่สาธารณะเพื่อรอรับการแก้ไขจากส่วนที่เกี่ยวข้อง

    ในเรื่องกฎระเบียบเกี่ยวกับทรงผมของโรงเรียนนั้นแม้กระทรวงศึกษาธิการ อนุญาตให้นักเรียนชายไว้รองทรงสูงนักเรียนหญิงไว้ผมยาวแต่มัดรวบได้ แต่ยังมีหลายโรงเรียนที่ยังบังคับให้นักเรียนชายตัดเกรียน นักเรียนหญิงยาวเท่าติ่งหู โดยอ้างถึงความเป็นระเบียบและความน่ารัก (ซึ่งเป็นความน่ารักที่ถูกยัดเยียด)แบบไม่คำนึงถึงสิทธิมนุษยชน และโลกสากลที่เขาไม่มีการบังคับให้นักเรียนตัดทรงผมตามระเบียบของโรงเรียน

    สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นซึ่งการพยายามคงไว้ซึ่งอำนาจที่ครูมีต่อนักเรียนด้วยการจำกัดทรงผม ซึ่งถ้านักเรียนไม่ตัดก็จะถูกแหกหรือหนีบ ซึ่งแสดงออกถึงการไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพราะมนุษย์ทุกคนย่อมมีเสรีภาพในการที่เราจะตัดผม เพราะการตัดผมไม่ได้ไปละเมิดสิทธิ เสรีภาพของผู้อื่น แต่ครูก็ไม่คำนึงถึงเรื่องแบบนี้เพราะคำว่าระเบียบ(ที่ห่วย!)ช่วยให้การละเมิดสิทธิมนุษยชนและไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมุษย์ ดังนั้นปัญหาเหล่านี้จึงจะต้องได้รับการแก้ไขจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และทัศนคติของผู้สอนเอง😊

     

     

     
  • pkmae เวลา 10:53:37 pm on Tuesday ที่ 24 October 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    ฝนเมื่อweekday (1) 

    เปรยตามองนาฬิกา มือเอื้อมปิดนาฬิกาปลุกซ้ำๆ ความฝันช่างสวยงาม ยอดภูเขา กลิ่นของดินที่เข้ามาทักทาย ลมเย็นพัดผ่านร่างกายของฉันไปอย่างแผ่วเบา  “ตื่น!” มืออยากจะเอื้อมไปปิดคลื่นความถี่สูงนั้น แต่….เสียงนาฬิมัมปลุกกดปิดไม่ได้

    ความเร่งรีบของเช้าวันอังคารไม่สามารถทำให้ฉันลืมดื่มน้ำอุ่นหนึ่งแก้ว เกือบเจ็ดโมงเช้าความเร่งรีบถาโถมเข้ามาใส่ความคิดอีกครั้ง สายแล้วๆๆๆๆ

    ซ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา! ฝนตก.. อย่างหนัก… ไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย… มีเพียงฉันที่เร่งรีบอยู่ภายใต้หลังคาบ้านสีแดงหลังนี้

    แม่ลืมปิดไฟ แม่ลืมปิดWifi และล็อกประตูบ้าน ความเร่งรีบยิ่งกลับทำให้ความเข้มข้นของเวลายิ่งหนืดขึ้นคล้ายกับข้าวเหนียวที่เริ่มเกาะตัวบนนิ้วชี้และนิ้วโป้ง ฉันเหลือบไปเห็นUSB kingstonสีฟ้าสดใสบนโต๊ะสีขาวหน้าบ้าน ถุงเครื่องสำอางที่วางอยู่บนเช้ล ระหว่างทางที่เดินเข้าไปปิดไฟ ระหว่างทางที่เดินกลับเข้าไปในบ้าน มีหลายสิ่ง หลายอย่างที่ฉันหลงลืมไป จนกระทั่ง…..

     

    ผู้คนมากมายพยายามจะหยุดฉัน จะหยุดฉัน ไม่ว่าคิวจะยาวสักแค่ไหนนนน ฉันจะไปให้ถึง ให้ได้นั่งอย่างใจฝัน โอ้ยย ต้องย้อนกี่ สถานี สถานี ฉันจะย้อนไป! ที่นั่งสีฟ้าพลาสติกตรงนั้นกำลังกวักมือเรียกฉันอยู่ ฮร้าาาาา ไม่นิ่มอย่างโซฟาแต่ก็ครอบครองมงได้ ไม่ต้องกลายเป็นปลากระป๋องแช่บ๊วยตรงกลางขบวน ประตูสถานีสุขุมวิทเปิดออก ขาทั้งสองข้างของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์กำลังจ้ำจ้ำจ้ำจ้ำไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ใครได้ขึ้นบันไดเลื่อนก่อนชนะ! ตัดแถวบ้างสายแล้วแปดโมงแล้วฉันรีบ เดินชนบ้างกระเป๋าฉันใหญ่โซซอรี่ บ้างก็ยืนรอ บ้างก็ไปต่อคิวตามระเบียบ การแข่งขันมันยังไม่จบเพียงเท่านี้ ใครถึงที่ตื้ดบัตรคนแรกชนะ! ทุกคนคงรีบกันจริงๆสินะ ไม่มีเวลามาใช้สอยเวลาอย่างปะปังหรอก

    ที่อยู่อาศัยของผีเสื้อนับหมื่นตัวร้องโอดโอยขึ้น โคร่กกกกก หิวแล้วแกรีบๆไปซื้อขนมจีบมาให้กินเดี๋ยวนี้ เสียงบ่นท้องฉันเอง.. ขณะลงลิฟท์จากชั้น 114 เกร็งท้องไว้ เกร็งท้องไว้ อย่าดังออกมาเชียวนะ ไม่ทั้งขาดคำ จ๊อยยยยย! คุณป้าที่ยืนอยู่ทางขวามือยิ้มกริ่ม ฉันได้แต่ขำแห้งๆให้กับเธอ

    โอเครวบรวมสติเอาไว้ ใจต้องแข็งพอที่จะทำภารกิจนี้ให้คอมพลีท ก้าวเดินแต่ล่ะก้าว ก้าวเดินอย่างหนักแน่นเพื่อเธอขนมจีบ ‘โอ้ยยยเปียกๆๆ ตกอีกแล้วหล่า’ เสียงทุ้มจากผู้หญิงร่างเล็กใส่เสื้อสีโทนเข้ม ก็แค่ฝนตกเองฉันคิดในใจ เอ้ะ! เอ้ะ! เอออออออออออออออออออออ๋! ฝนตกสุขุมวิทตกหนักเหมือนแข่งกับฝนสายไหมที่ถล่มลงมาเมื่อเช้า ไซโยนาระขนมจีบหมู กระเทียมเจียวกรุบกริบ น้ำจิ้มเปรี้ยวหวานเพื่อนรัก เราจะมาพบกันใหม่ เราจะมาพบกันอีก สักวัน….

    (to be continued)

     
  • ROOM.HT BLACK

    ROOM.HT BLACK เวลา 12:23:42 pm on Thursday ที่ 19 October 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    กาลครั้งหนึ่งในพื้นที่ของเรา 

    rain

     

    …………………..ผมเชื่อว่าหลายๆคนต้องเคยมีความรักสมัยเรียนกัน ไม่ว่าจะช่วงปฐม มัธยมตอนต้น มัธยมตอนปลาย หรือระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งมันก็เป็นทั้งความทรงจำที่ดีและอาจจะมีไม่ดีบ้าง แต่มันก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ความรักที่ดี เรื่องที่ผมจะเล่าต่อไปผมความรักของผมกับผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งที่เป็นความรักที่ดีความทรงจำที่ดี ผมมาแชร์เรื่องนี้เพื่อเป็นเกียรติแด่เธอคนนั้น ซึ่งปัจจุบันได้แยกทางกันไปแล้ว…เริ่มเลย ขออนุญาติใช้ชื่อสสมมตินะครับ ขออภัยด้วย ผมมีเหตุผลบ้างประการ ผมขอใช้ชื่อแทนตัวเองว่า เอ็ม และแทนเธอคนนั้นว่า ใหม่ ผมเป็นเด็กบ้านนอกอาศัยอยู่จังหวัดนึ่งของภาคตะวันตกเช่นเดียวกับใหม่ เราสองคนเจอกันที่โรงเรียนแห่งนึ่งซึ่งผมมาเรียนต่อที่นี่ตอนมัธยมศึกษาปีที่ 4 ส่วนใหม่เรียนที่นี่ตั้งแต่ ม.3 อยู่แล้ว เราเรียนห้องเดียวกัน ผมเป็นคนที่หน้าตาไม่ได้หล่อ ดำนิดๆ ส่วนใหม่ ขาวออกเหลืองๆ หน้าตาออกหมวยๆ เพราะบ้านเธอมีเชื้อสายจีน ครั้งแรกที่ผมพบเธอ ผมก็แอบชอบเธอเลยนะ ในต่างจังหวัดไม่ได้มีสาวสวยเหมือนใน กทม ซักเท่าไร ผมถือว่าเธอสวยที่สุดในห้อง ในช่วงแรกเราแทบไม่ได้คุยกัน ผมก็อยู๋กับกลุ่มผู้ชายของผม ส่วนเธออยู่กับแก็งค์สาวๆของเธอ เธอมักจะมาโรงเรียนสายเกือบทุกวัน ซึ่งบ้านเธออยู่ใกล้กับโรงเรียนแค่ 1 กิโลเมตร ส่วนผมหรอ ไกลจากโรงเรียน 15 กิโลเมตรได้ ผมมารถรับส่ง เราสองคนอยู่คนล่ะตำบลกัน ในแต่วันล่ะ ผมมักจะเข้าแถวเคารพธงชาติคนสุดท้าย ทำไมนะหรอครับ เพราะว่าเวลาใหม่มา ก็จะมาต่อแถวผมซึ่งมีจำนวนผู้ชายน้อยกว่า ซึ่งผมก็จะมีโอกาสใกล้ชิดเธอเกือยทุกๆวันในช่วงเวลาเช้า ช่วงเทอมแรกเราแทบไม่ค่อยได้คุยกันเลย ก็เพื่อนผู้ชายในห้องก็ชอบเธอ เดินตามเธอนั่งกับเธออยู่เรื่อย ซึ่งผมเองก็แอบอิจฉาไอ้หนุ่มคนนั้นที่มันใจกล้ามากๆ ส่วนผมก็ได้แต่แอบมองเธออยู่ห่างๆ หลายครั้งที่ผมพยายามขอเบอร์ของ ใหม่ ด้วยการอ้างเหตุผลเรื่องเรียนต่างๆ แต่ก็ไม่ได้ผล ซึ่งเธอค่อนข้างเข้มงวดเรื่องนี้มาก เพราะบ้านของเธอเข้มงวดเรื่องแฟน ใหม่ไม่เคยมีแฟนมาก่อน แต่ใหม่ก็เคยเล่าให้ฟังว่าตอนม.ต้น เธอแอบก็เคยแอบชอบรุ่นพี่คนนึ่งแต่ก็ไม่ได้มีอะไร ตลอดระยะเวลา 1 ปีของ ม.4 ผมก็ได้คุยกับใหม่บ้างเป็นครั้งคราว ส่วนมากก็เรื่องเรียน ใหม่เคยบอกผมว่า เธอสาบานว่าจะไม่คุยกับผม เพราะผมน่ากลัว อันนี้มารู้ทีหลังหลังจากครบกัน 2 ปี กาลเวลาผ่านมาถึงช่วง ม.5 เราก็เริ่มใกล้กัน คุยกันมากขึ้น ผมก็อาศัยเข้าทางเพื่อเธอ 555 และแล้วจุดเริ่มต้นของเรื่องราวความรักที่ผมจะสมหวังก็มาถึง ทางโรงเรียนมีกิจกรรมให้ได้ไปทัศนศึกษาที่นึ่ง และเลยมาถึงสวนสนุกดรีมเวิร์ด ด้วยความที่รถบัสของพวกเราชั้น ม.5 อยู่คันเดียวกันผมก็ได้คุยกับเธอในวันนั้นมากๆเลยล่ะ จนสุดท้ายตอนกลับบ้าน ผมได้ขอเบอร์โทรศัพท์ของเธออีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เธอยอมให้ ผมใช้มุก ขอเบอร์เพื่อนเธอในกลุ่มก่อนจากนั้น ก็ขอเบอร์ของเธอคนสุดท้าย ได้ผล มุกนี้เก่าแต่ใครจะเอาไปใช้ก็ใช้ได้นะครับ 555 ไม่ว่ากัน จากวันนั้นที่ผมได้เบอร์โทรศัพท์มา เย็นของอีกวันผมก็โทรซิครับ แม้รอมาเป็นปี โทรหลายสายมากๆกว่าเธอจะรับสาย ความรู้สึกตอนนั้นคงไม่ต้องบอกนะครับ ดีใจสุดๆเลย กระโดดตีลังกาไปหลายรอบ เราคุยกันไม่นานมาก แต่มันเป็นอะไรที่ดีมากๆ ผมจำไม่ได้แล้วว่าคุยเรื่องอะไรกัน บ้านของเธอค่อนข้างมีฐานะเธอไม่ได้เป็นลูกคนเดียว ผมโทรหาเธออีกทีวันเสาร์ช่วงเที่ยงๆ เพราะเธอตื่นสายประมาณ 10 โมงครึ่ง วันนั้นเราคุยกันเรื่องทั่วๆไปเสมือนเป็นการแนะนำตัวกันแบบจริงๆจังๆ ผมก็เลยทราบมาว่า นอกจากใหม่จะตื่นสาย มื้อแรกของใหม่แต่ล่ะวันก็ไข่ทอด จากนนั้นเธอก็จะไปช่วยแม่เฝ้าหน้าร้านขายของ ส่วนโทรศัพท์จะไม่ค่อยพก เพราะเธอบอกว่าแม่กับพ่อค่อนข้างดุ เลยไม่ค่อยมีหนุ่มหรือเพื่อนคนไหนโทรมาหาเธอเท่าไร แหละผมก็เป็นไอ้หนุ่มคนนั้นโทรบ่อยที่สุดเท่าที่มีคนเคยโทรมา ก็คนจะจีบอ่ะนะมันก็ต้องโทรบ่อยๆ เธอเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองและไม่ค่อยแคร์ใครเท่าไรยอกจากเพื่อนที่สนิทและครอบครัว อย่างผมหรอ แรกๆก็เธอก็เงียบฟังผมซะมากกว่า เป็นผมเองที่เป็นฝ่ายคุย

     
  • timelife เวลา 4:17:20 pm on Wednesday ที่ 2 August 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    แนะนำตัวเอง...ด้วยบล็อกแรก 

     

    สวัสดีค่ะ ชาวบล็อกเกอร์ไทยและนักอ่านทุกๆคน  ^^

    เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า…  อ่ะๆ แนะนำตัวเองก่อนละกันนะ  อันตัวเรามีชื่อว่า “ดอกหญ้าแห้ง” (จะลิเกไปไหนคะ?) เราเป็นสาวเอ๊าะๆเลยล่ะ เรียกเราสั้นๆว่า “ดอกหญ้า” ก็ได้ แต่ที่จริงเราชื่อ “ดอกหญ้าแห้ง” ไง ดอกหญ้าเฉยๆก็ดูเก๋ๆดีอ่ะแก  เราเป็นคนง่ายๆ กินก็ง่าย นอนก็ง่าย ไปไหนก็ไป

    เอาล่ะค่ะ… ไม่ว่าวันนี้จะเขียนอะไรก็อ่านๆไปก่อนนะคะ

    [บทสัมภาษณ์ : สมมติว่าตัวเองเป็นดารา]

    Q: ทำไมถึงตั้งชื่อว่า “ดอกหญ้าแห้ง” คะ

    ดอกหญ้าแห้ง: ดอกหญ้าเป็นดอกไม้ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์มันขึ้นมา มันก็จะดูสวยในแบบของมัน โดยที่ไม่ต้องแต่งเติมอะไรให้มันมากมาย

    Q: แล้วทำไมถึงสร้างบล็อกนี้ขึ้นมาคะ

    ดอกหญ้าแห้ง: ง่ายๆเลยก็คืออยากเป็นนักเขียนบทความ นิยาย รีวิว บลาๆๆๆ สาระพัดอ่ะค่ะ เพื่อมันจะได้เป็นประโยชน์กับคนอื่นๆ

    Q: ความตั้งใจหรือความคาดหวังล่ะคะ

    ดอกหญ้าแห้ง: ตั้งใจอยากที่จะสร้างสรรค์ผลงานของตนเอง ไว้อ่านเองบ้าง แบ่งปันคนอื่นบ้าง (ถามเค้าหรือยังว่าอยากรับมั๊ย)

    คาดหวังว่าอยากให้มีคนเข้ามาอ่าน เข้ามาติดตาม คนเขียนอย่างเราก็ดีใจค่ะ

    Q: แล้วดอกหญ้าคิดว่าบล็อกแรกที่จะทำคืออะไร แบบไหน

    ดอกหญ้าแห้ง: บล็อกแรกก็กำลังทำอยู่ไงคะ เนี่ยกำลังเขียน ที่โดนสัมภาษณ์อยู่เนี่ย

    Q: =  = ‘  ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ คือผลงานชิ้นแรกอ่ะค่ะ อยากเขียนออกมาแนวไหน แบบไหน (ตลกหรอนังดอกหญ้า)

    ดอกหญ้าแห้ง: ล้อเล่นคร่าาา ก็สิ่งแรกที่อยากเขียนก็คือเรื่องออกเดินทางท่องเที่ยว เพราะตัวเองเป็นคนชอบเที่ยวค่ะ ไม่มีเงินก็จะเที่ยว 555+

    Q: แล้วคำถามสุดท้ายสำหรับวันนี้นะคะ ผลงานชิ้นแรกจะออกมาให้ชมตอนไหนคะ

    ดอกหญ้าแห้ง: ก็คงจะเร็วๆนี้อ่ะค่ะ รับรองไม่ผิดหวัง ติดตามดอกหญ้าแห้งกันเยอะๆนะคะ

     

    ปล. ทักเข้ามาคุยกันได้นะคะ เราเป็นมิตรกับทุกคนค่ะ

     

     

    ขอบคุณเจ้าของรูปภาพทุกๆรูปค่ะ

     

    บทส่งท้าย  : ดอกหญ้าแห้ง ถึงแม้ว่าจะดูไม่มีค่า แต่ก็มีประโยชน์ในยามที่จำเป็น  (เหมือนจะมีสาระ…)

     

    บั๊ยบายค่ะ ……………………………….เจอกันใหม่บล็อกต่อไป

     

     

     

     
  • saowaneWeb เวลา 1:53:04 pm on Sunday ที่ 30 July 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    ความเป็นพี่สาว 

    ในยุคและปัจจุบันนี้ต้องทำความเข้าใจว่ายุคสมัยนี้ได้เปลี่ยนไปมากขึ้นต่างจากเมื่อก่อนมากโดยมีสื่อเข้ามามากมายและเทคโนโลยีต่างๆทำให้เด็กติดโซเซี่ยลไม่ว่าจะเป็นfacebook, line, instargram etc. ซึ่งมันเป็นช่องทางที่ง่ายและกลายเป็นช่องโหว่สำหรับเด็กๆยุคนี้ ซึ่งโลกได้เปลี่ยนไปเร็วมากขึ้น บางครั้งทำให้น้องสาวติดงอมแงมถึงกับขั้นจะไม่อยากไปเรียน ไม่รู้จะหาวิธีแก้ไขปัญหานี้ได้ยังไง ความเป็นพี่สาวก็อยากให้น้องตั้งใจเรียนมีอนาคต สอนแล้วก็ไม่ฟังเหมือนเดิม เห้ออ!

    ปล. .ใครมีคำแนะนำ ทักมาคุยได้น่ะค่ะ :) รับฟังแลกเปลี่ยนประสบการ์ณ คุยได้ทุกเรื่อง

     
  • LifeJourney เวลา 11:55:55 am on Sunday ที่ 18 June 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    เกรดสำคัญไฉน 

    เริ่มแรกก่อน เกรดคือไร??? ก่อนจะพูดถึงเกรด จะทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อน เกรดในที่นี้หมายถึง ระดับคะแนนในการเรียน ที่ถูกมองเป็น “ตัวชี้วัด” ไม่ใช่เกรดสินค้า บลาๆๆ ===== ตัวชี้วัด ??? วัดอะไร ใครเคยสงสัยมั้ยว่าเกรดมันวัดอะไร คนได้เกรดแพงๆ ฉลาดกว่าจริงหรอ คนได้เกรดดีๆ ตอนนี้ยังเก่งอยู่มั้ย ??? ………………………………………..ถ้ามองดีๆ ตัวชี้วัดที่พูดถึงเมื่อกี้ ทิ้ง key ไว้ 2 ตัว……… ไม่สิ 3  นอกจาก เวลา และความฉลาด ก็ความรับผิดชอบอีกอย่างที่ไม่ปรากฏตัว

    เริ่มจาก key ที่ซ่อนตัวอยู่ละกัน “ความรับผิดชอบ” === driving factor ตัวใหญ่ๆ ของเกรด เกรดสามารถใช้วัดความรับผิดชอบของคุณได้จริงๆสำหรับคนธรรมดา ที่ไม่ได้เทพ (อ่านหนังสือคืนเดียว กดเอ ) เรื่องนี้เกรดวัดได้จริงๆ ส่วนตัวเคยพิสูจน์มาแล้ว ปีหนึ่งปีสอง ฟิตมาก แรงเหมือนกราฟเส้นตรงสโลป0 แรงไม่ตก แต่มันไม่มีอะไรที่จะอยู่กับเราไปได้ตลอดหรอก ปีสามเลยเป็นการพิสูจน์ว่าที่ เค้าบอกกันว่า ไม่ค่อยได้อ่านเลย แต่กดเอ (ในแง่คิดของคนธรรมดาเราๆ) มันจริงมั้ย  ก็ยิ้มกันไปตอนผลออก

    เพื่อนอีกคนนึงของความรับผิดชอบก็อาจจะ “ความฉลาด” มั้ง ทำไมมันถึงเป็นเพื่อนกันน่ะหรอ เหตุผลมันก็คือ สองอย่างนี้เป็นสิ่งที่ เกรดแยกแยะไม่ได้ ถ้าจะให้อธิบาย ได้เกรดดีๆ บอกไม่ได้ว่า ฉลาด เพราะเพื่อนของมันซ่อนตัวอยู่ ขับดันอยู่ข้างหลัง ได้เกรดดี ไม่เท่ากับ ฉลาดขั้นเทพ ก็ได้ แต่มีความรับผิดชอบมากพอ แต่ในทางเดียวกันคุณจะรู้ได้ยังว่า จริงๆอาจจะฉลาดขั้นเทพ แต่ไม่ได้รับผิดชอบมากขนาดนั้นหล่ะ หรือทั้งฉลาดทั้งขยัน

    ตัวสุดท้าย “เวลา” ตัวนี้ค่อนข้างโดดเดี่ยวออกมาจาก อีก 2 ตัว เพราะมันไม่ใช่ สิ่งที่เกรดต้องการชี้วัด แต่ส่วนตัวคิดว่าสำคัญพอควร     เพราะเวลาสื่อถึง “การหมดอายุ” ได้ ====เกรดตอนนี้ฉันดี อนาคตฉันยังเก่งอยู่แน่??? วลีนี้เป็นตลกร้ายของคนหลายคน “เพราะ” ในแง่มุมส่วนตัวของเรา มันไม่จริงเลย อย่างที่รู้กันเวลาพรากอะไรหลายๆอย่างไปจากเรา ความรู้ก็เช่นกัน “เคย” ได้เกรดดี มีความรู้  แต่มันอยู่ในกรอบของอดีต เกรดบอกได้ว่า ในอดีตคุณเคยทำได้ดีขนาดไหน ความรับผิดชอบตอนนั้นเป็นอย่างไร ความฉลาดที่สามารถพัฒนาหรือเสื่อมถอยได้เป็นอย่างไร “ตอนนั้น”  แล้วตอนนี้หล่ะ ??? สำหรับบางคนมันวัดผลได้ สำหรับบางคนไม่

    แล้วสงสัยมั้ย ทำไมเกรดจึงสำคัญๆทั้งที่ชี้ความชัดเจน ของความรับผิดชอบ ความฉลาดไม่ได้ชัดเจน จะเสนอคีย์เวิร์ดอีกหนึ่งคำ คือ ความเก่ง ด้วยความที่ความเก่งค่อนข้างเป็น คำที่นามธรรมพอควร ไม่รู้ว่าความเก่งจริงๆมันมีอะไรเป็นส่วนประกอบชัดเจนที่ชั่งตวงวัดได้เลย  ว่าอะไรกี่ส่วน ส่วนตัวจึงมองว่า ความรับผิดชอบ กับความฉลาด รวมๆกันก็คงเป็นความเก่ง แต่ความเก่งก็มีข้อกังขาอยู่ดีเพราะ “เวลา” คำเดียว เวลาทำให้เกิดการบิดเบือนเกรดได้ มันจึงวัดได้แค่แนวโน้มที่ควรจะเป็น แต่มันเป็นแค่แนวโน้ม มีโอกาสสูงที่จะเป็นจริง แต่โอกาสที่ผิดก็ไม่มีอะไรบอกว่าน้อย เพราะ เกรดชี้วัดคนที่เป็นสิ่งมีชีวิต ที่ยกตัวเองเป็นสัตว์ประเสิร์ฐ มีชีวิตจิตใจ พลิกขาวเป็นดำได้ง่าย ถึงแม้มันจะไม่ได้บอกผลได้ 100 % แต่มันก็ดูจะน่าเชื่อมากที่สุดแล้ว (ละเรื่องประสบการณ์เอาไว้) และสิ่งสุดท้ายที่มีประโยชน์คือ การประเมินคนคร่าวๆด้วยเกรดจะช่วยลดระยะเวลาได้ เพราะถ้าไม่มีตัวชีวัด จะสามารถตัดเรื่องเวลาได้ คือ ไม่สนใจอดีตของคุณ มาดูปัจจุบัน และพิสูจน์ด้วยการกระทำเลยดีกว่า real กว่า แต่……..ใครจะทนรอคุณขนาดนั้น ต้องเสี่ยง จำเป็นมั้ย???

    ทั้งหมดนี้เป็นความเห็นส่วนตัวไม่มีเจตนาในการบิดเบือนโต้แย้งแง่คิดใดๆ หรือพาดพิงผู้ใด และผู้เขียนยังอ่อนหัดในการเขียนนัก ผิดพลาดใดๆขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย 

     
  • prangthegorgeous

    prangthegorgeous เวลา 1:57:53 pm on Friday ที่ 17 March 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    01--Kuwait Airways สมัครสายการบินแรก ตึงงงงง 

    เริ่มที่ตอนปีสี่เทอมสองนะคะ ตั้งใจว่าเริ่มลุยช่วงนี้แหละ แต่แอบบอกว่าช้าไป น้องๆที่เรียนมหาลัยเตรียมตัวเร็วๆไว้ยิ่งดีค่ะ เดี๋ยวจะอธิบายนะคะว่าทำไมถึงช้าไป

    เห็นประกาศรับสมัครลูกเรือคูเวตจากในเฟสบุ๊คของเพื่อนสักคน

    เราก็สะดุดกึกในใจนะ แบบ วะ เอาวะลองเถอะ เอาวุฒิแค่มอหกเอง ลองไปโลดดดดดดดด

    สนามแรกเนอะ ตื่นเต้นมันก็ตื่นเต้นแหละ แต่มีความกังวล ไม่มั่นใจหลายๆอย่าง

    หาสูท รองเท้า หน้า ผม เอกสาร ทุกอย่างดูรีบๆไม่เป๊ะเท่าไหร่ แต่อยากลองล้วนๆ

    เราหาทุกอย่างจากสยามนะคะ ใส่สูทสีดำแขนสั้นธรรมดามาก เสื้อตัวในสีแดง

    คือมันก็สวยแหละค่ะ แต่มันจะซ้ำๆกันเยอะมากๆๆๆๆๆๆๆๆ บางชุดนี่แฝดชัดๆ เราคิดว่าจุดนี้ส่วนหนึ่งทำให้เรากลืนไปกับคน ไม่โดดเด่นนะ

    เพราะเราก็ไม่ชอบที่เราดูคล้ายคนอื่นนะคะ เลยตั้งใจว่าคราวหน้าจะต้องแตกต่างและเด่นกว่านี้

    พอดีว่าเราเคยสอบโทอิคไว้แล้วนานแล้วล่ะเกือบหมดอายุ จริงๆไม่ต้องใช้นะ แต่เรามีเลยเอาติดไปด้วย ได้795

    First Session

    Pre-screen: ตัดภาพมาที่โรงแรมที่รีครูทเลยนะคะ เกริ่นก่อนว่า คูเวตใช้เอเจนซี่หาลูกเรือให้คือ meccti ซึ่งดำเนินการโดยโรงเรียนสอนแอร์แห่งหนึ่ง

    ทั้งกรรมการ และสตาฟคือคนจากโรงเรียนนี้ทั้งหมด  ***ซึ่งเรามาทราบหลังเข้าพรีสกรีนแล้วนะคะ แล้วแบบประมาณ80%ของคนที่ได้คือมาจากนักเรียนของรร.นี้ค่ะ

    ช่างมันก่อนเนอะ เราว่าไปตามสเตปปกติ

    เราหาข้อมูลมาว่าสตาฟทำงานช้ามาก และคนเยอะ ให้ไปเช้าๆซึ่งจริงนะคะ ทุกโพรเสสคือนานมากๆ มากกกกกกกกกกกกกกกก

    เราได้คิวแรกๆนะ ไปถึงประมาณเจ็ดโมง รับคิวเพื่อชั่งนนและสส—ต่อคิวชั่งนน+สส—ต่อคิวตรวจเอกสาร—ตรวจเอกสาร—รับหมายเลขประจำตัว–เข้าห้องรวมรอพรี

    ซึ่งทั้งหมดนี้ 11 โมงก็ยังไม่ได้เริ่มพรีนะคะ

    กรรมการมาช้ามากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก รอจนเมื่อยค่ะ แล้วยังมีพักกินข้าวด้วยนะเออ

    เราได้พรีประมาณเที่ยงครึ่งค่ะ คนสัมภาษณ์ก็คือครูฝรั่งในรร.สอนแอร์อันนั้นแหละ ถามถั่วไป และเร็วมากค่ะ ไม่ถึงนาทีเนอะ

    ประมานนี้นะคะไม่เป๊ะนะ

    Good morning sir  — good morning. How are you today?

    I’m very good. How about you?— Good.  Wow Can you speak ***?

    Yes I can. I study this language as my major.— Very good. So tell me about your work experience.

    Certainly, เล่าไปค่ะ คือเรายังเรียนอยู่เนอะ เราเลยเล่าเรื่องฝึกงานกับตอนไปเวิคที่อเมริกาค่ะ

    Okay Thank for coming today.  Have a great day.

    Thank you very much. You too

    แค่นี้แหละค่ะ เราพูดเสียงดัง ยิ้มและดูมั่นใจนะ แต่ในใจนี่สั่นมาก555555

    ยังค่ะยัง  ยังไม่จบ

    ก่อนก่อนจากห้องต้องให้กรรมการผู้หญิงคนไทยที่เป็นเจ้าของโรงเรียนดูสภาพผิวหน้าและฟันค่ะ

    เขาจะพูดว่า Give me big smile แล้วให้เราแบบเอียงหน้าไปมา ไรงี้

    จบละค่ะ ขั้นตอนนี้

    เราต้องรอให้เข้าพรีกรีนครบ200คนแรกก่อนถึงจะทราบผลนะคะ รอถึงประมาณบ่ายสอง กรรมการก็จะมาประกาศหมายเลขที่ได้ไปต่อค่ะ

    โอเค……เราผ่านนะ แต่งงๆ ก็ดีใจแหละ ตกพรีสกรีนนี่เจ็บอย่าบอกใคร ตกรอบแรกอะ เอ๊ะ หรือจะเรียกด่วนชั่งนนสสว่าด่านแรก5555

    ที่นี้

    เขานัดหมายให้มาร่วมฟังรายละเอียดสายการบินและขั้นตอนต่อไปตอน 18.30

    ซึ่งจริงๆคือ 20.30 ค่ะ เขาให้อ่านข้อตกลงเบื้องต้น เงื่อนไข เงินเดือน บลาๆ แล้วเซ็นรับทราบ เสร็จเกือบสี่ทุ่ม!!!!!!

    ทั้งวันหมดไปกับการรอ TT

    สรุปคือเรามา 7.00 ออกจากรร เกือบ 22.00

     

    Final Session

    English test นัดมาที่รรเดิมนะคะ หลังจากพรีสองวัน นัดเวลามา8.30 กรรมการมา 11โมง เริ่มสอบ 11.30ได้ เซ็งมากกกกกก ไม่โปรเลย เสียเวลาสุดๆ

    ข้อสอบเป็นเลือกตอบ50ข้อ 20หรือ30นาทีเนี่ยแหละ มีเลขประมาน 10กว่าข้อ เกี่ยวกับคิดtime zone+exchange rate ไม่ยากค่ะ เราเรียนสายศิลป์มาทั้งชีวิตยังคิดได้

    ส่วนอังกฤษประมานโทอิคแต่ง่ายกว่าและสั้นกว่ามาก รอบนี้คัดคนออกอีกครึ่ง เหลือสัก80คนได้ อ้อ ผ่านพรีกรีนเข้ามาน่าจะ100นิดๆค่ะ

     

    Group discussion  กลุ่มละ10คนค่ะ เรียงตามหมายเลข เขาบรีฟว่าหน้าผมต้องเป๊ะๆๆๆๆๆๆ เพราะเขาดูทุกอย่าง และหลังจากขั้นตอนนี้ต้องไปถ่ายรูป

    เข้าไปก็มีเก้าอี้ล้อมเป้นวงกลม ให้เราคิดอีเว้นของสายการบิน คือเราไม่รู้จริงๆว่าเขาดูอะไร คือคนมันเยอะมาก แบ่งกันพูดก็ไม่เชิง มันกลัวไม่ได้พูดมากกว่า

    บางคนสำเนียงไม่ได้เลย บางคนภาษาคือตะกุกตะกัก บางคนพูดเยอะ เราได้พูด2-3ครั้ง นี่แบบหาจังหวะมากนะ มันไม่มีช่องเลย

    ตัดจบเลยแล้วกัน ว่า เราตกรอบนี้

    บอกตรงๆเราเฟลมาก เพราะคนตกรอบนี้น้อยมากอ่ะ 10กว่าคนเองที่ตก แล้วทำไมเราถึงตก

    ถึงเราจะมาแบบไม่ได้เตรียมตัวและยังเรียนไม่จบ พอตกรอบเข้าจริงๆ คือสะเทือนใจอ่ะ55555 เสียใจอยู่ดี เฮ้อ

     

    เป็นไงคะ สายการบินแรก ไม่มีอะไรยากขนาดนั้น แค่รอ รอ รอ รออออออออออออออออออออ ฝึกความอดทนขั้นสุดค่ะ

    เราคงไม่ไปอีกแล้วค่ะสายนี้ เราคิดว่ามันไม่โปร่งใส เราคนนอกสถาบันเค้านี่นา ฮ่าๆ แต่ก็มีคนนอกที่ได้เป็นนะ น้อยมากค่ะ นอกนั้นเด็กรรนั้นได้

     

    ***ใช้วิจารณญานในการอ่านนะคะ เราเขียนจากประสบการณ์ตรงและความรู้สึกของเรา

     
  • prangthegorgeous

    prangthegorgeous เวลา 1:11:19 pm on Friday ที่ 17 March 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    Let me introduce myself :D แนะนำตัวกันก่อนค่า 

    สวัสดีค่ะทุกคน  ยินดีที่ได้ร่วมแบ่งปันและพูดกันนะค้าาา

    เขียนบล็อกครั้งแรก ไม่ราบรื่นมากขออภัยไว้ล่วงหน้านะคะ

    ตั้งใจว่าจะเขียนเรื่องประสบการณ์สมัครแอร์ล่าปีกของเรา จนกว่าจะได้น้า และจิปาถะ บลาๆ

    ตอนนี้ยังไม่ได้เป็นน้า ยังเรียนไม่จบเลยค่ะ แฮ่ๆ แต่ใกล้มากแล้ว

    ^^

    เราเรียนอยู่ปีสุดท้าย เทอมสุดท้าย คณะทางภาษา มหาลัยสีชมพูแถวสามย่านค่า

    ณ วันนี้ที่เรากำลังเขียนเราสมัครไปแล้วถึงสามสายการบิน ตั้งใจจะบันทึกไว้ทุกครั้ง แต่คิดว่าเล่าให้เพื่อนๆทราบด้วยน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า

    เลยนำมาเล่าสู่กันฟัง ซึ่งข้อมูลอาจจะไม่เหมือนกันทุกครั้งที่สมัคร บางอย่างปรับเปลี่ยน เพิ่มหรือลด เพื่อนๆต้องติดตามจากสายการบินโดยตรงน้า

     

    พอแค่นี้ก่อนแล้วกันค่า ติดตามอ่านกันได้นะคะ

     

     
c
เขียนโพสต์ใหม่
j
โพสต์ต่อไป / ความคิดเห็นต่อไป
k
โพสต์ก่อนหน้า / ความคิดเห็นก่อนหน้า
r
ตอบกลับ
e
แก้ไข
o
แสดง / ซ่อนความคิดเห็น
t
ไปที่ด้านบนสุด
l
เข้าสู่ระบบ
h
แสดง / ซ่อนความช่วยเหลือ
shift + esc
ยกเลิก