อัพเดทล่าสุด Page 5 สลับแสดงความคิดเห็น

  • SomTeprada เวลา 4:03:05 pm on Monday ที่ 11 September 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    งานอดิเรกที่หายไปนาน 

    เมื่อสมัยวัยละอ่อน เคยจับเจ้างานอดิเรกชิ้นนี้อยู่พักนึง ได้กล่องจากต่างประเทศที่ป้าส่งมาให้กล่องหนึ่ง อ้อนแม่ซื้อให้สองสามกล่อง แต่ต่อได้ไม่เท่าไร ก็วางมือ

    เห็นคำว่าต่อ ใช่ มันคือ jigsaw นั่นแหละ สมัยก่อน หาลายสวยๆ ยากมาก ของต่างประเทศก็แพงเกินเด็กมัธยมจะซื้อมาต่อเองได้ เลยเลิกต่อมาเกือบสิบปี

    จนวันหนึ่งนึกยังไงไม่รู้ จู่ๆ เกิดคิดถึงขึ้นมา เลยค้นหาร้านที่ขายจากอากู๋ จนเจอร้านแถววังหิน ลาดพร้าว “ปัตโตะจัง” ได้มา 1000 ชิ้น อีกทีเจอพิกัดห้างเครือเซ็นทรัลที่แว่วว่ามีขายอยู่เหมือนกันในแผนกของเล่น ได้มา 1 กล่อง 500 ชิ้น

    กลับบ้านมาเลยจัด 500 ชิ้นก่อน ฟื้นทักษะซะหน่อย

    เออ ยังสนุกได้อยู่นะ —-

     
  • Blogger siam

    Blogger siam เวลา 2:14:58 am on Thursday ที่ 7 September 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    ไลน์จำกัดเพื่อนกี่คน และกลุ่มจำกัดไว้ที่กี่คน 

    ไลน์จำกัดเพื่อนกี่คน

    ไลน์ แอพแชทยอดนิยมมากในเมืองไทย คุณรู้หรือไม่ว่า 1 คนสามารถที่จะมีเพื่อนให้บัญชีของเขาได้กี่คนกัน

    จริงๆ แล้ว ทางไลน์ได้จำกัดการมีเพื่อนของหนึ่งบัญชีไว้ที่ จำนวน 5,000 คนครับ

    ซึ่งถือว่าเยอะมากๆ แล้วโดยปกติบัญชีทั่วไป เพราะในห้าพันคนนี้ เชื่อแน่นอนว่าคุณไม่สามารถที่จะคุยได้ครบทั้งห้าพันคนจริงๆ

    แล้วทำอย่างไร ถึงจะมีเพื่อนหรือทำให้ไม่จำกัดได้ คำตอบที่น่าจะโอเคที่สุดในตอนนี้ก็คือ สมัครใช้งานบัญชีแบบ LINE@ เพื่อใช้งานครับ เพราะจะทำให้สามารถที่จะแชทพูดคุยกับใครได้ไม่จำกัด แต่ LINE@ มันเป็นเหมือนเพจไว้ให้ลูกค้าติดตาม พูดคุยเกี่ยวกับธุรกิจมากกว่าการพูดคุยเรื่องส่วนตัวครับ

    และอีกข้อสงสัยก็คือ กลุ่ม LINE จำกัดไว้ที่กี่คน?

    ปัจจุบัน 1 กลุ่มไลน์ สามารถมีสมาชิกได้ไม่เกิน 500 คน ส่วนในอนาคตทางไลน์จะมีการปรับเปลี่ยนหรือไม่อย่างไร รอติดตามได้ที่บล็อกไอทีของเราได้เลยครับ

     
  • EnJoY EaTinG เวลา 8:54:07 pm on Wednesday ที่ 6 September 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    มินิโรล วนิลาครีมชีส 7-11 ENJOYEATING 

    DSC_5886  DSC_5887  DSC_5888  DSC_5889

    วันนี้จะพาเพื่อนๆ ไปชิมมินิโรลวนิลาครีมชีสของ 7-11 กัน

    แพคเกจจิ้งดูหรูหราด้วยสีทอง ฝาปิดใสทำให้เห็นขนมข้างในชัดเจน หนึ่งกล่องมี 4 ชิ้นแบ่งกันให้ลงตัวนะ ไม่ต้องแย่งกัน 555

    เนื้อเค้กโรลนุ่มละมุนลิ้น และไส้ครีมชีสรสวนิลา ซึ่งมีกลิ่นวนิลาอ่อนๆ กำลังดี ดีจนฟูจึงละลายในปาก เนื้อครีมชีสบางเบา เมื่อกินกับเค้กโรลแล้วถือว่าโอเครเลยทีเดียว

    ควรแช่เย็นก่อนกินเพือความอร่อยและครีมชีสจะได้ไม่ละลายซะก่อน

     
  • EnJoY EaTinG เวลา 8:31:57 pm on Tuesday ที่ 5 September 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    Matcha White Chocolate Affogato Starbucks EnJoYEaTinG 

    อากาศร้อนๆ แบบนี้ทำให้นึกอยากกินน้ำปั่นหวานเย็นสดชื่นคลายร้อนสักแก้ว ยิ่งตอนนี้มีเมนูใหม่จากสตาร์บัคทำให้เราอยากลองมาก

    Matcha White Chocolate Affogato 🍵🍫

    แค่ชื่อก้ออลังการแล้ว รสชาติจะเวอร์วังขนาดไหนต้องลอง…

    DSC_5911

    ดูจากชื่อแล้วนึกถึงชาเขียวและไวท์ช็อก แต่ปรากฏว่าเมนูนี้เน้นไปที่กาแฟซะมาก ทั้งมอคค่าและเอสเพรสโซ ☕️ ที่ผสมผสานกับไวท์ช็อกและกรีนทีช็อตอย่างลงตัว

    แต่ที่เด็ดและแปลกใหม่คงจะเป็นวิปครีมชาเขียวววววที่บอกเลยว่าอร่อยมาก หอมกลิ่นชาเขียว 🍵

    เราว่ารสชาติอร่อยกลมกล่อมลงตัว ไม่เน้นโดดไปที่อย่างใดอย่างหนึ่ง มีความเข้มข้น ดีงามพระรามแปดมากคร่า 😁

     

     

     
  • unlimitwebdesign เวลา 4:51:09 pm on Wednesday ที่ 23 August 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    สํานักงานทนายความรับเป็นที่ปรึกษาทางด้านกฎหมาย รับว่าความ 

    page0007

    สํานักงานทนายความ  ฉันให้บริการคือที่ปรึกษาทางด้านกฎหมาย กับรับว่าความทั้งหมดคดี รวมหมดราชอาณาจักร   ทำไมเราต้องมีการ ว่าจ้างทนาย ?  ทนายความมีความสำคัญยังไร ?  เมื่อเราต้องขึ้นศาล หรือเกิดกรณีพิพาทที่ตกลงกันไม่ได้ และต้องมีกฎหมายมาเกี่ยวข้อง   ทนายจึงเป็นสิ่งแรกที่เราจำเป็นต้องมี  เพราะฉะนั้น ทนายจึงมีความสำคัญมาก ที่จะช่วยชี้แนะเราเวลาขึ้นศาล เราจะได้ไม่เหน็ดเหนื่อยหรือเสียเวลาในเวลาขึ้นศาล เพราะทนายส่วนใหญ่รู้ข้อกฎหมายปลีกย่อยต่างๆได้ดี  ที่สามารถเอื้อประโยชน์ให้กับเราได้ เพราะทนายจะคอยแนะนำเราทุกอย่าง ทำให้เราไม่เครียดเมื่อถูกฟ้องร้อง แถมยังช่วยประหยัดเงินและเวลาอีกด้วย

     

    บริษัทของเรา ให้บริการกฎหมายอย่างเต็มรูปแบบและครบวงจร  ทีมงานของเราประกอบไปด้วยทนายความว่าความและทนายความที่ปรึกษาเป็นผู้ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเป็นเวลานับสิบปี และเป็นที่ยอมรับในสำนักงานกฎหมายระดับนานชาติและมีชื่อเสียงในประเทศไทย บริษัทเราใส่ใจดูแลลูกค้าเป็นอย่างดี เปรียบเสมือนดุจญาติ ให้ความเป็นกันเอง ลูกค้ามั่นใจได้กับการบริการที่มีคุณภาพและราคาที่เหมาะสม

     

    บริษัทของเรา ให้บริการกฎหมายเกี่ยวกับการอนุญาโตตุลาการ การไกล่เกลี่ยและระงับข้อพิพาทนอกศาล การว่าความและการดำเนินคดีในชั้นศาล ครบทุกรูปแบบ อธิเช่น กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค  กฎหมายปกครอง กฎหมายอาญา   กฎหมายแรงงาน กฎหมายภาษี กฎหมายก่อสร้าง  กฎหมายคดีเด็กและเยาวชน  กฎหมายครอบครอง กฎหมายมรดกและพินัยกรรม กฎการตรวจคนเข้าเมือง กฎหมายปกครอง กฎหมายการเงินและ การธนาคาร กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา และกฎหมายระดับประเทศ เป็นต้น พร้อมทั้งการรับรองเอกสารและลายนิ้วมือ (โนตารีพับลิค)และการแปลเอกสารอีกด้วย  ลูกค้าจึงมั่นใจได้กับบริการที่ครบวงจรและบุคลากรที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมด้วยคุณภาพและราคาที่เหมาะสม บริษัทเราพร้อมให้คำปรึกษาอย่างเป็นกันเอง

     

    ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ : http://www.adlawadvice.com/

    Facebook : https://www.facebook.com/adlawadvice/

     
  • Shin28

    Shin28 เวลา 3:52:03 pm on Thursday ที่ 17 August 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    ชำแหละ เจแปน 3 เช้าตรู่ในโอซากะ 

    เท่าที่จำไดัมีรายการทีวีรายการหนึ่งเคยนำเสนอส้วมรุ่นใหม่ ที่ถือเป็นสิ่งประดิษฐ์สำหรับยุคสมัยก็ว่าได้. ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้มาเห็นและได้ใช้ ในห้องพักธรรมดาๆแบบนี้. หน้าตาเจ้าชักโครกรุ่นประหยัดนี้ ดูไม่ต่างจากรุ่นธรรมดาที่เห็นกันทั่วไปในบ้านเรา. เพียงแต่ตรงด้านบนมีก๊อกน้ำ ไว้สำหรับล้างมือเมื่อเราล้างมือแล้วน้ำที่ล้างมือจะเอาไปใช้ที่ถังชักโครกด้านล่างอีกที. ทีนี้มาถึงทีเด็ดด้านขวามือมีกล่องสีขาวๆขนาดประมาณรีโมทแปะอยู่มีภาษาอังกฤษเอ้ย ภาษาญี่ปุ่นกำกับพร้อมภาพสัญลักษณ์. ต่อให้เราไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นก็เดาจากภาพออกว่า ปุ่มไหนทำหน้าที่อะไร. ครับที่นี่เขาเลิกใช้สายชำระกันไปนานแล้วล่ะครับราวๆยี่สิบปี ส้วมมาตรฐานญี่ปุ่นยุคนี้จึงมีระบบชำระล้างแบบกดปุ่มกันทุกบ้าน พร้อมระบบเป่าลมให้แห้งเป็นระบบเสริม. ราคาก็คงไม่แพงมากเนื่องจากผลิตกันจำนวนมาก. มารู้ที่หลังว่าในบ้านเราก็มีเข้ามาแล้วแต่เนื่องจากราคาแพงและมีประกันแค่ปีเดียว. เลยไม่ได้รับความนิยม. ตอนแรกผมนึกในใจว่าเกิดนั่งไปแล้วมันเสียหรือฉีดน้ำไม่ออกจะทำไงหว่า. ลองกดดูดีไหม ถ้ากดแล้ว เกิดน้ำแรงมิพุ่งมาโดนน้ำเอาสิ. สุดท้ายผมก็ปลดทุกข์แรกในญี่ปุ่นสำเร็จอย่างนุ่มนวล.

    คืนแรกในญี่ปุ่นของผมก็ราบรื่นตลอดคืนไม่มีสะดุดตรงไหน. กังวลนิดๆว่าจะมีผีไร้หน้ามานอนเตียงข้างๆไหมเนี่ย. แถมมีเสียงการ้อง เป็นเสียงประกอบแทนเสียงหมาหอน. กา. กา. กา. เช้าวันแรกในญี่ปุ่น. ตีห้าในเดือนพฤษภาคมฟ้าสว่างเหมือนเจ็ดโมงบ้านเรา ผู้คนออกจากบ้านเพื่อไปทำภาระกิจของใครของมัน. ผมล้างหน้าล้างตาแล้วจัดการกับมื้อเช้า. เอาโซบะใส่เตาไมโครเวฟทั้งซองแล้วมันก็พองขึ้นๆ จนน่ากลัวจะแตกตูม ผมรีบปลดล็อคแล้วเอาออกมา. ทั้งกลิ่นและรสชาดพอจะรองท้องแก้ขัดได้ไม่เลว. หลังจากนั้นก็ไปสมทบกับชาวคณะที่หน้าห้องพัก อาจารย์ดีกับคณะมารออยู่แล้ว ทราบมาว่าท่านนัดกับเพื่อนให้มารับของฝาก. เพื่อนของอาจารย์ดี เป็นประธานโรตารี่ฯ ไปเมืองไทยปีละหลายครั้ง ทุกครั้งจะนำเงินบริจาคไปให้โรงพยาบาลที่ขาดแคลนอุปกรณ์ เป็นประธานบริษัทธุรกิจด้านการศึกษา. ชื่อ คุณโอกาโมโตะ. พอคุณโอกาโมโตะมาถึงก็ทักทายพวกเราด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แกสวมเสื้อยืดฮาร์ดร็อคคาเฟ่ สาขาแบงค้อก ไว้ด้านใน สวมทับด้วยแจ็คเก็ตสีขาว กางเกงสีอ่อนๆดูสุภาพแต่เท่ห์สุดขีด ด้วยวัย66ปี ประมาณจิ้กโก๋รุ่นแรก คุณโอกาโมโตะ เสนอตัวจะพาชาวคณะเราเที่ยวโอซากะในวันนี้ พร้อมกับโชว์ตารางและแผนการเดินทางตลอดวัน มีลายมือกำกับในแผนการเดินทาง. พี่แกทำการบ้านมาอย่างดี (ทำไมโชคดีอย่างงี้นะพวกเรา) แต่……… รถของพี่แกนั่งได้แค่หกคน นั่นหมายความว่าพวกเราสองคนจะอด. ไม่ได้ไปเที่ยวกัน. ต้องจับไม้สั้น ไม้ยาวไหมเนี่ย. เอาล่ะสิครับ. พี่. น้องงงงงง

     
  • Shin28

    Shin28 เวลา 3:49:56 pm on Thursday ที่ 17 August 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    ชำแหละ เจแปน 2 มื้อแรก และคืนแรกในโอซากะ 

    หลังจากขึ้นรถไฟขบวนเกือบสุดท้ายเพื่อมาที่พัก. (ภาษาญี่ปุ่นเรียก. Ryokan แปลว่าโรงเตี๊ยม )ตามข้อมูลของ อาจารย์ปุ้ม เป็นอพาร์ทเม้นท์แบ่งให้เช่ารายวัน มีห้องละสองเตียง มีตู้เย็นและเตาไมโครเวฟพร้อมประกอบอาหาร”.แต่ขนาดเล็กนะคะ.” อ.ปุ้มสำทับทิ้งท้าย. ในที่สุดรถไฟก็จอดป้ายสุดท้ายแต่ไม่ใช่ป้ายที่เราต้องการลง. หมายความว่าเราพลาดอะไรสักอย่าง. ทีมงานบางคนช่วยกันดูป้ายสถานที่. เปิดแผนที่ในโทรศัพท์เพื่อตรวจเช็ค. ทันใดนั้นเอง. สุภาพสตรีชาวญี่ปุ่นแต่งเครื่องแบบเหมือนเจ้าพนักงานบริการบนรถโดยสาร เธอสวมถุงมือสีขาวท่าทางสง่า ดูเป็นทางการมากแม้ว่าเวลาใกล้จะเที่ยงคืนเต็มที่. เราเข้าไปสอบถามถึงบริเวณที่เราต้องการไป หล่อนผายมือไปที่รถคันเดิมที่คนเริ่มลงจากรถไปหมดแล้ว. คนกลุ่มใหม่เริ่มขึ้นบนรถ. เราต้องนั่งรถย้อนไปหนึ่งสถานีแล้วลงเดินอีกประมาณห้านาทีก็ถึง. หล่อนโค้งคำนับตามมารยาทชาวญี่ปุ่นก่อนจาก. ผมมองหล่อนเดินลงสถานีไป คิดในใจว่านี่คงเป็นภาระกิจสุดท้ายของเธอในวันนี้แล้วสินะ

    เมื่อรถไฟจอดเราช่วยกันดูแลข้าวของ บางคนก็อาสาถือกระเป๋าให้สตรีสูงวัยดูท่าทางเป็นมิตร ทราบภายหลังว่าท่านเป็นผู้ดูแลโครงการฯที่พวกเรามาครั้งนี้. สมมุติว่าชื่อ อาจารย์ดี ละกันนะครับ. เราเดินลงบันไดมาถึงชั้นล่าง. เห็นคนจรจัด นั่งก้มหน้าอยู่บนฟุตบาท “อ๋อสายสืบน่ะพี่” บัดดี้ผมบอก “คงขึ้นกับโรงพักแถวนี้แหละ”. ถัดไปสักพัก เห็นชายชราสูงวัยถือถุงพลาสติคใบใหญ่ ในนั้นมีกระป๋องเครื่องดื่ม. ขวดน้ำเปล่า. แกเดินไปคุ้ยที่ถังขยะหน้าร้านสะดวกซื้อ หยิบกระป๋องเปล่าใส่ในถุงของแก แล้วเดินถ่อมๆลับสายตาไป. ” ผิดค่ะ. ผิด” “เรามาผิดทางค่ะ” อ.ปุ้มบอก เราต้องย้อนกลับไปที่สถานีแล้วเดินไปอีกทางค่ะ. สายสืบยังนั่งก้มหน้าที่เดิม.ระหว่างทางผ่านร้านราเม็งที่มีป้ายโฆษณาหน้าร้านเป็นภาษาไทย ผมนึกในใจว่าอย่างน้อยคงสั่งอาหารได้ง่าย. ทันใดนั้นมีสาวน้อยหน้าตาดีโผล่ออกมาเชิญเราเข้าไป ผมชะโงกดูในร้านที่ไม่ใหญ่นัก. มีคนท้องถิ่นนั่งกันอยู่ เราก็เลยถือโอกาสถามทาง. “อุ้ยขอโทษค่ะ.” เมื่อกี้ถูกทางแล้วค่ะ. แฮะๆ”. เราเดินผ่านสายสืบสามครั้ง. คืนนี้เค้าคงกลับไปรายงานว่าเหตุการณ์ปกติครับ. ยกเว้นมีกะเหรี่ยงหลงทางมาเจ็ด แปดคน เดินไปอีกนิดก็ถึงแล้วค่ะ. แต่แถวนั้นคงไม่มีอะไรกิน. เราหาร้านอะไรกินกันก่อนเข้าที่พักดีกว่านะคะ. ตกลงตามนั้น เราต้องแยกเป็นสองกลุ่มเพราะร้านร้านราเมงเป็นร้านเล็กๆ. ส่วนอีกร้านก็ไม่ใหญ่ไปกว่ากันมากนัก. ผมเลือกร้านที่คนเยอะกว่า.

    เปิดประตูเข้าไปมีที่ว่างสองโต๊ะ ลักษณะการตบแต่งร้าน ออกวัยรุ่นกว่า. เพลงในร้านก็เป็นเพลงวัยรุ่น. มีหนุ่มญี่ปุ่นท่าทางกึ่มๆ สวมเสื้อสีดำนั่งก้มหน้าเข้าหาผนังร้าน ค่อยๆซดราเม็งอย่างเงียบๆ. เรานั่งโต๊ะริมหน้าต่างกระจก โชคดีเมนูอาหารมีภาพประกอบ และมีภาษาอังกฤษกำกับ. ผมเลือกspicy ramen จำนวนพริก1เม็ด ตามภาพ คงหมายความว่าเผ็ดน้อย. เพื่อนร่วมก๊วนอีกสองคนเลือกสามเม็ด คือเผ็ดที่สุด. ส่วน อาจารย์อั้ม(ชื่อสมมุติอีกนั่นแหละ)เจ้าของโครงการฯที่ผมเป็นผู้ช่วย สั่งอะไรผมจำไม่ๆได้ รู้แต่ว่าแกสั่งเบิ้ลสองเลย. เล่นเอาผมตกใจเพราะราเม็ง ราคาญี่ปุ่นราคาเกือบ700เยน. ขนาดชามที่เห็นโต๊ะข้างๆนั่งซด. พี่แกคงนั่งมาสักพักยังเหลืออีกตั้งครึ่ง. หันไปดูพนักงานในร้านก็เป็นสาวน้อยหน้าตาดี(อีกนั่นแหละ). มีผู้ช่วยพ่อครัวอายุไม่น่าเกินสามสิบและพ่อครัววัยเดียวกันที่กำลังลวกราเม็งอย่างพิถีพิถัน. แต่ไม่ช้าจนเอื่อย. แล้วอาหารค่ำ. มื้อแรกในญี่ปุ่นก็ลงไปนอนอุ่นในกระเพาะของทุกคน. ดูท่าทางร้านที่ผมเลือกรสชาดน่าจะคบได้มากกว่า. พรุ่งนี้ทางที่พักมีคูปองอาหารเช้าเป็นขนมปังและน้ำส้ม. ซึ่งมีแจกแบบสุ่มๆมาให้. บังเอิญคณะของเราได้รับมาถือว่าโชคดี. แต่คงไม่อิ่ม. อ.ปุ้มเสนอว่าเราควรหาซื้ออาหารเช้าขึ้นไปเลยเพราะจะเดินลงมาหาอะไรกินตอนเช้าจะไม่ทัน.

    ผมเดินเข้าร้านสะดวกซื้อที่ใกล้ๆได้ราเม็งห่อนึง ราคา300กว่าเยน. ดูๆคงพอพึ่งพาได้พร้อมกับกาแฟกระปุก (ขวดอลูมิเนียมแบบสั้นๆ)กับโยเกิร์ต. เอาล่ะสิที่นั้ใครจะซวยนอนคู่กับผมล่ะเนี่ย. เพราะนอนกรนเสียงดังอย่างร้ายกาจ เนื่องจากชายชาวคณะนอนกรนเกือบทุกคน. อ. ปุ้มที่เป็นห่วงว่าจะเกิดสงครามย่อยๆระหว่างเสียงกรนแข่งกัน. เพื่อเป็นการตัดปัญหา เลยให้นอนแยกกันไปเลย. หน้าตาห้องพัก. ไม่ขี้ริ้วเลยล่ะครับ จัดว่าดีมากเสียด้วยซ้ำไป. ทิวทัศน์ตรงระเบียงก็ตระการตา. ด้วยหอคอยฮิตาชิ. ไหนดูห้องน้ำหน่อยสิ. ที่นี่แยกห้องสุขากะห้องอาบน้ำออกจากกัน. ตรงกันข้ามมีอ่างล้างจานและตู้เก็บของ ถัดไปเป็นตู้เย็น ส่วนนี้เขายกพื้นสูงกว่า เพื่อวางท่อน้ำ ซึ่งก็ดูสะดวกดีถ้าเกิดปัญหา ก็แค่เปิดพื้นขึ้นแล้วซ่อมได้เลย ต่างจากบ้านเราที่มักจะวางท่อทะลุพื้นลงไปชั้นล่าง. บริเวณที่นอน แบ่งสองเตียงซ้าย ขวา มีทางเดินตรงกลาง แถมอ่างล้างหน้าพร้อมกระจกและตู้เสื้อผ้าด้วย. มีทีวีจอบางวางหัวเตียง ทุกอย่างจัดวางครบถ้วนตามความจำเป็น. ผมวางกระเป๋าลงท้ายๆเตียง. แล้วเข้าห้องสุขาเพื่อจะปลดทุกข์. แต่เมื่อเปิดเข้าไป. เฮ้ยยยยย..งงงง. นี่มันชักโครกประเภทไหนกันล่ะเนี่ยยยยยย. ปวดก็. ปวด. จะถามใครก็อาย. แบบเกรงใจด้วย. ต่อตอนถัดไปละกันครับ

     
  • Nadine

    Nadine เวลา 1:55:00 am on Sunday ที่ 13 August 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    RE- Annabelle 2 creation : [สปอย+บ่น] 

    ไม่ได้รีวิวอะ บ่นเฉยๆ ดีก็อวย ไม่ดีก็จะด่าให้เสีย ตามประสาคนอย่างเราๆ 😀

    Day 1 : Annabelle 2 (เปิดด้วยหนังผีให้เหมาะกับหน้าคนอ่าน)

    มันก็สนุกดีนะคะ หลายคนบอกน่ากลัวชิปหาย แต่เราว่ามันไม่ได้เรียกว่าน่ากลัวอะ มันแค่ตกกะใจฉากจัมสแกร์รึป่าววะ ช่วงแรกของหนังบรรยากาศมันดีมากๆ เหมือนดูหนังครอบครัว เด็กทุกคนน่าตาจิ้มลิ้ม อารมณ์มันหลอนๆอยู่อ่าพวกฉากสำรวจบ้าน เจนิสอยู่คนเดียวงี้ แต่หลังๆมันเริ่มแบบซาตานจ๋าตามสูตรอะ แต่ชอบมากกว่าเรื่องอื่นในจักรวาล คือจัมสแกร์เรื่องนี้มันไม่ทำทุเรศด้วย ทุเรศของกูคือเป็นโรคจิตชอบเห็นคนดูนั่งกระตุก สะดุ้ง ในหนังมันก็จั๊มเยอะอยู่แต่มันออกมาแบบอยากโชว์วิธีหลอกไม่ใช่ตะพึดตะพือหลอกให้เมิงออกจากโรงมาบอกว่าโครตตกใจ น่ากลัวๆ เหว๊ยๆ งานภาพชอบความเก่ายุคนั้นมันดีค่ะ งานซาวด์มันดีค่ะ งานแอคติ้งมันดีมากค่ะ โดยเฉพาะน้องลูลู่กับทาลิธา ดูจบออกมาละมีอะไรให้พูดอยู่ มี end credits 2 ฉาก มันก็คือการเชื่อมเรื่องนี้กับอีก 2 เรื่อง สรุปคือกู ชอบ>ไม่ชอบ แต่น่ากลัวมั๊ย กูไม่กลัว เพราะกูน่ากลัวกว่าผีอีก ได้หรอ

    เออกูขอด่าหน่อยตัวละครทุกตัวเมิงเป็นอะไรมากป่ะ ท้าทายผีจริงๆ ใจหาญมากเลย ขนาดมีคนตายละยังอยู่ได้ โรคจิต ด่าแค่นี้แหละ จบๆ ไปดูๆ

     

     

         “You are my sunshine, my only sunshine. You make me happy when skies are gray”

     

    -ให้ 8.5 บั้ง-

     
  • Nadine

    Nadine เวลา 12:40:29 am on Sunday ที่ 6 August 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    เด็กบ้านนอก 

    1

    – ลูกสาวคนโต –

    ในครอบครัวทองมากประกอบไปด้วยนายขาว นางดอกไม้ และมีจอยที่เป็นพี่สาวคนโต เสมือนน้องชายคนกลาง และพุ่มซึ่งเป็นลูกหลงคนสุดท้ายที่อายุห่างจากจอยถึง 5 ปี จอยคิดเสมอว่าพุ่มนั้นเป็นเด็กทิ่ชิงหมามาเกิดเพราะในวันก่อนที่พุ่มได้กำเนิด ไอ้บิ๊กหมาที่เลี้ยงไว้ใต้ถุนบ้านออกลูกมา4ตัว แต่ลูกตัวที่ขนาดน้อยที่สุดกลับมีชีวิตลืมตาดูโลกได้เพียงวันเดียวเท่านั้นก็ต้องกลับไปที่ๆลอยมา และคงลอยไปเข้าท้องนางดอกไม้แล้วเกิดมาใหม่เป็นพุ่ม นางดอกไม้ต่อว่าจอยทุกครั้งที่เธอชอบเอาเรื่องนี้มาพูดเป็นเรืองตลกขบขัน จนพาลให้ไม่พอใจไปถึงพุ่ม บ่อยครั้งที่จอยชอบชวนเสมือนไปไกวแปลให้น้องสาวในเวลาที่น้องหลับกลางวัน แต่การไกวของจอยกับเสมือนมักทำให้พุ่มตื่นมาร้องกระจองเสมอ และโดนนางดอกไม้ตีสั่งสอนประจำ วันนึงเมื่อพุ่มโตได้อายุ 4 ขวบก็ได้เข้าเรียนประถมเดียวกับเสมือนและจอย ครอบครัวทองมากมีฐานะหาเช้ากินค่ำ นายขาวรับจ้างซ่อมเครื่องมือเครื่องใช้ทุกประเภท วันนึงจะมีคนนำเตียง โต๊ะ ตู้ชำรุด มาให้นายขาวช่วยซ่อมแซ่ม ค่าจ้างไม่มาก แต่ถ้าวันไหนมีคนนำหนังสือเรียนลูกหลานมาให้ช่วยซ่อมปกจอยจะดีใจเป็นพิเศษและใช้เวลาทั้งวันใต้ถุนบ้านอ่านหนังสือจนวินาทีสุดท้ายที่เจ้าของมารับคืน นางดอกไม้ไม่มีอาชีพหลัก ส่วนมากจะไปรับจ้างเก็บข้าวโพด ฝ้าย อ้อย ไปจนถึงรับจ้างเย็บผ้าที่เป็นอาชีพยอดนิยมของแม่บ้านในละแวกนั้น บ้านทุกหลังสามารถเดินเข้าไปจ้างวานเย็บ ปะ ผ้าได้เลย เช้าวันหนึ่งนางจอยเดินมาขอค่าขนมนางดอกไม้ไปโรงเรียนก่อนคนแรก

    “แม่ ขอบาทนึง”

    “ข้าก็ห่อข้าวให้เอ็งแล้ว จะเอาไปซื้อขนมละสิ”

    “งั้นฉันขอห้าสิบสตางค์ อยากกินไอติมยายจันทร์”

    “ไม่มีหรอก ไปขอพ่อเอ็งดู”

    “พ่อบอกไม่มี ให้แม่หมดแล้ว”

    เสมือนที่แต่งตัวเสร็จที่หลังมายืนแอบฟังกลยุทธ์เจรจาขอทุนกินขนมหน้าโรงเรียนหลังเลิกเรียนจากแม่ ที่ดูจะไม่ได้ผลอะไร

    จอยหมดความหวัง เดินคอตกไปใส่รองเท้าหน้าบ้าน ได้ยินแว่วๆว่าเสมือนก็เข้าไปขอเงินต่อ ซักพักเสมือนเดินยิ้มออกมากับเงินห้าสิบสตางค์

    “เห้ย” จอยงง

    “เมิงอะโง่” เสมือนตอบ

    “เมิงไปบอกเขายังไงได้วะ กูไปขอตั้งนาน สลึงนึงก็ไม่ได้” จอยขมวดคิ้ว เริ่มรู้สึกไม่พอใจมารดาที่รักลูกไม่เท่ากันอีกครั้ง

    “กูก็บอกว่าจะเอาไปแบ่งกะนังพุ่มมันที่โรงเรียนไง แต่กูไม่แบ่งหรอก อีพุ่มขอพ่อไปแล้วห้าสิบสตางค์”

    “งั้นแบ่งกูมั่งดิ กูไม่ได้เลยเนีย”

    “ตลกละ กูจะไปซื้อไอติมยายจันทร์กินเว้ย” เสมือนใส่รองเท้ายี่ห้อช้างดาวมรดกจากนายขาวแล้วเดินหนีจอยไปอย่างผู้ชนะ จอยรู้มาตลอดว่าแม่มักให้เงินพุ่มและเสมือนทุกครั้งที่พวกมันขอ ตลอดทั้งวันจอยอยู่กับความรู้สึกโกรธต่อนายขาวและนางดอกไม้ทำให้จอยอยากจะชนให้ไอติมรสกะทิในมือเสมือนที่เดินถือกินในมือให้ร่วงซะอดกินเสีย มันบั่นทอนให้ทั้งวันจอยไม่มีกำลังใจจะเล่นสนุกกับจวบและน้อย ครั้งนึงที่จอยจับได้ว่าตนเป็นคนเดียว ที่ไม่ได้ค่าขนมไปโรงเรียนจากนางดอกไม้ ก็ตรงเข้าไปถามแม่

    “แม่ ไหนบอกไม่มีตัง ไหงให้ไอ้เหมือนกับนังพุ่มมันได้”

    “น้องมันยังเด็ก เอ็งเป็นพี่ก็ต้องให้น้องมันกินก่อน อย่าเห็นแก่ตัวแต่เด็กสิวะ เสียสละให้น้องไม่ได้รึไง”

    “ฉันโตกว่าไอ้เหมือนแค่ปีเดียวเอง”

    “สงสัยเอ็งจะพูดไม่รู้เรื่อง ไอ้เหมือน นังพุ่มดูไว้นะ พี่เอ็งโตไปอย่าไปขอมันพึ่งพาอาศัยอะไร แค่สลึงสองสลึงมันยังงกเลย” จอยไม่รู้จะเถียงด้วยคำอะไรอีก น้ำตาคลอเดินเข้ามุ้ง เจอพุ่มในมุ้งก็ไม่อยากจะมอง

    “แม่ พี่มันไม่แบ่งผ้าห่มด้วย” …..

    เสมือนที่แต่งตัวเสร็จที่หลังมายืนแอบฟังกลยุทธ์เจรจาขอทุนกินขนมหน้าโรงเรียนหลังเลิกเรียนจากแม่ ที่ดูจะไม่ได้ผลอะไร
    จอยหมดความหวัง เดินคอตกไปใส่รองเท้าหน้าบ้าน ได้ยินแว่วๆว่าเสมือนก็เข้าไปขอเงินต่อ ซักพักเสมือนเดินยิ้มออกมากับเงินห้าสิบสตางค์
    “เห้ย” จอยงง
    “เมิงอะโง่” เสมือนตอบ
    “เมิงไปบอกเขายังไงได้วะ กูไปขอตั้งนาน สลึงนึงก็ไม่ได้” จอยขมวดคิ้ว เริ่มรู้สึกไม่พอใจมารดาที่รักลูกไม่เท่ากันอีกครั้ง
    “กูก็บอกว่าจะเอาไปแบ่งกะนังพุ่มมันที่โรงเรียนไง แต่กูไม่แบ่งหรอก อีพุ่มขอพ่อไปแล้วห้าสิบสตางค์”
    “งั้นแบ่งกูมั่งดิ กูไม่ได้เลยเนีย”
    “ตลกละ กูจะไปซื้อไอติมยายจันทร์กินเว้ย” เสมือนใส่รองเท้ายี่ห้อช้างดาวมรดกจากนายขาวแล้วเดินหนีจอยไปอย่างผู้ชนะ จอยรู้มาตลอดว่าแม่มักให้เงินพุ่มและเสมือนทุกครั้งที่พวกมันขอ ตลอดทั้งวันจอยอยู่กับความรู้สึกโกรธต่อนายขาวและนางดอกไม้ทำให้จอยอยากจะชนให้ไอติมรสกะทิในมือเสมือนที่เดินถือกินในมือให้ร่วงซะอดกินเสีย มันบั่นทอนให้ทั้งวันจอยไม่มีกำลังใจจะเล่นสนุกกับจวบและน้อย ครั้งนึงที่จอยจับได้ว่าตนเป็นคนเดียว ที่ไม่ได้ค่าขนมไปโรงเรียนจากนางดอกไม้ ก็ตรงเข้าไปถามแม่
    “แม่ ไหนบอกไม่มีตัง ไหงให้ไอ้เหมือนกับนังพุ่มมันได้”
    “น้องมันยังเด็ก เอ็งเป็นพี่ก็ต้องให้น้องมันกินก่อน อย่าเห็นแก่ตัวแต่เด็กสิวะ เสียสละให้น้องไม่ได้รึไง”

    ลูกสาวคนโต

     
  • timelife เวลา 4:17:20 pm on Wednesday ที่ 2 August 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    แนะนำตัวเอง...ด้วยบล็อกแรก 

     

    สวัสดีค่ะ ชาวบล็อกเกอร์ไทยและนักอ่านทุกๆคน  ^^

    เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า…  อ่ะๆ แนะนำตัวเองก่อนละกันนะ  อันตัวเรามีชื่อว่า “ดอกหญ้าแห้ง” (จะลิเกไปไหนคะ?) เราเป็นสาวเอ๊าะๆเลยล่ะ เรียกเราสั้นๆว่า “ดอกหญ้า” ก็ได้ แต่ที่จริงเราชื่อ “ดอกหญ้าแห้ง” ไง ดอกหญ้าเฉยๆก็ดูเก๋ๆดีอ่ะแก  เราเป็นคนง่ายๆ กินก็ง่าย นอนก็ง่าย ไปไหนก็ไป

    เอาล่ะค่ะ… ไม่ว่าวันนี้จะเขียนอะไรก็อ่านๆไปก่อนนะคะ

    [บทสัมภาษณ์ : สมมติว่าตัวเองเป็นดารา]

    Q: ทำไมถึงตั้งชื่อว่า “ดอกหญ้าแห้ง” คะ

    ดอกหญ้าแห้ง: ดอกหญ้าเป็นดอกไม้ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์มันขึ้นมา มันก็จะดูสวยในแบบของมัน โดยที่ไม่ต้องแต่งเติมอะไรให้มันมากมาย

    Q: แล้วทำไมถึงสร้างบล็อกนี้ขึ้นมาคะ

    ดอกหญ้าแห้ง: ง่ายๆเลยก็คืออยากเป็นนักเขียนบทความ นิยาย รีวิว บลาๆๆๆ สาระพัดอ่ะค่ะ เพื่อมันจะได้เป็นประโยชน์กับคนอื่นๆ

    Q: ความตั้งใจหรือความคาดหวังล่ะคะ

    ดอกหญ้าแห้ง: ตั้งใจอยากที่จะสร้างสรรค์ผลงานของตนเอง ไว้อ่านเองบ้าง แบ่งปันคนอื่นบ้าง (ถามเค้าหรือยังว่าอยากรับมั๊ย)

    คาดหวังว่าอยากให้มีคนเข้ามาอ่าน เข้ามาติดตาม คนเขียนอย่างเราก็ดีใจค่ะ

    Q: แล้วดอกหญ้าคิดว่าบล็อกแรกที่จะทำคืออะไร แบบไหน

    ดอกหญ้าแห้ง: บล็อกแรกก็กำลังทำอยู่ไงคะ เนี่ยกำลังเขียน ที่โดนสัมภาษณ์อยู่เนี่ย

    Q: =  = ‘  ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ คือผลงานชิ้นแรกอ่ะค่ะ อยากเขียนออกมาแนวไหน แบบไหน (ตลกหรอนังดอกหญ้า)

    ดอกหญ้าแห้ง: ล้อเล่นคร่าาา ก็สิ่งแรกที่อยากเขียนก็คือเรื่องออกเดินทางท่องเที่ยว เพราะตัวเองเป็นคนชอบเที่ยวค่ะ ไม่มีเงินก็จะเที่ยว 555+

    Q: แล้วคำถามสุดท้ายสำหรับวันนี้นะคะ ผลงานชิ้นแรกจะออกมาให้ชมตอนไหนคะ

    ดอกหญ้าแห้ง: ก็คงจะเร็วๆนี้อ่ะค่ะ รับรองไม่ผิดหวัง ติดตามดอกหญ้าแห้งกันเยอะๆนะคะ

     

    ปล. ทักเข้ามาคุยกันได้นะคะ เราเป็นมิตรกับทุกคนค่ะ

     

     

    ขอบคุณเจ้าของรูปภาพทุกๆรูปค่ะ

     

    บทส่งท้าย  : ดอกหญ้าแห้ง ถึงแม้ว่าจะดูไม่มีค่า แต่ก็มีประโยชน์ในยามที่จำเป็น  (เหมือนจะมีสาระ…)

     

    บั๊ยบายค่ะ ……………………………….เจอกันใหม่บล็อกต่อไป

     

     

     

     
c
เขียนโพสต์ใหม่
j
โพสต์ต่อไป / ความคิดเห็นต่อไป
k
โพสต์ก่อนหน้า / ความคิดเห็นก่อนหน้า
r
ตอบกลับ
e
แก้ไข
o
แสดง / ซ่อนความคิดเห็น
t
ไปที่ด้านบนสุด
l
เข้าสู่ระบบ
h
แสดง / ซ่อนความช่วยเหลือ
shift + esc
ยกเลิก