เรียนรู้ดูพระเครื่องกับพื้นฐานของพระหล่อ

สวัสดีทุกท่านครับวันนี้ผมจะมาเล่าถึงประสพการณ์การดูพระหล่อว่าผมมีหลักในการดูอย่างไรครับ หลักในการดูของผมนั้นได้มาจากการนำข้อเท็จจริงในการหล่อพระที่ได้รับการถ่ายทอดจากอาจารย์หลายท่านมารวบรวมเป็นพื้นฐานในการพิจารณาครับ

การทำพระหล่อขั้นตอนแรกก็ต้องเป็นการออกแบบรูปทรงตามต้องการแล้วนำมาแกะแม่พิมพ์ ที่จะมาเป็นแบบทำหุ่นเทียนบางช่างก็ใช้ไม้นำมาแกะเป็นแม่พิมพ์ บางช่างก็ใช้หินลับมีดตามแต่ถนัดของช่าง เมื่อได้แม่พิมพ์แล้วช่างก็จะนำขี้ผึ้งมาปั้นแล้วอัดลงในแม่พิมพ์ ถ้าเป็นแม่พิมพ์หน้าเดียวเมื่อแกะพิมพ์ออกมาแล้วส่วนใหญ่ช่างก็จะดามหุ่นเทียนด้วยขี้ผึ้งอีกข้างหนึ่งเพื่อมิให้หุ่นแตดหักทำให้หุ่นมีตวามแข็งหนา จึงเห็นได้ว่าพระหล่อโบราณส่วนมากจะมีรอยประกบที่เกิดจากการดามหลังพระนั่นเองครับ ส่วนพระที่มีสองหน้าคือมีหน้ากับหลังช่างก็จะนำมาประกบเข้าด้วยกันส่วนที่เป็นรูปหล่อก็ทำเช่นเดียวกันครับ

หลังจากที่ได้หุ่นเทียนที่ทำการติดก้านช่อจากขี้ผึ้งมาแล้วช่างโบราณก็จะนำเอาดินน้ำมูลวัวมาทาทับหลายๆชั้นจนหนาได้ที่แล้วจึงเอาดินมูลวัวมาพอกทับแล้วพอกทับด้วยกรวดทรายหรือสมัยนี้อาจจะใช้ปูนพอกทับอีกทีหลังจากนั้นก็ปล่อยทิงจนแห้ง เมื่อได้ช่อชนวนที่พอกดินแห้งแล้วช่างก็จะมาทำการสำรอกขี้ผึ้งออกโดยวิธีอุ่นหุ่นด้วยความร้อนขี้ผึ้งจะละลายสำรอกออกมาทำให้ภายในกวงพร้อมที่จะเทโลหะลงไป แต่ก่อนที่จะเทโลหะช่างจะต้องอุ่นหุ่นเทียนให้มีความร้อนพอเหมาะที่จะไม่ทำให้หุ่นแตกหรือเกิดการหดตัวอย่างรวดเร็วของโลหะหลังจากนั้นจึงเทน้ำโลหะที่หลอมเหลวแล้วลงไปน้ำโลหะเหล่านี้ก็จะไหลแทรกไปตามสายช่อชนวนจนเต็มช่องโหว่แทนที่ขี้ผึ้งที่สำรอกออกมา

เมื่อวิธีการเทหล่อเสร็จหุ่นเย็นเรียบร้อยแล้วช่างก็จะนำมาทุบแกะดินกรวดทรายที่พอกออกตัดก้านช่อชนวนตกแต่งด้วยตะไบหยาบ ละเอียดหรือลงน้ำยาขัดแล้วแต่ตามต้องการครับ ตอนนี้เรามาสังเกตุดูนะครับว่าพระที่เกิดจากการหล่อจะมีลัดษณะอย่างไรบ้างครับ

1.เนื้อของพระอาจมีหลายเนื้อแต่ลักษณะผิวของพระจะไม่มีทางเรียบตึงได้ตลอดทั่วทั้งองค์แน่นอนครับจะต้องมีรอยตะปุ่มตะป่ำ เป็นเม็ดเล็กบ้างใหณ่บ้าง เป็นหลุมเป็นบ่อเล็กบ้างใหญ่บ้างหรือบางองค์อาจมีเนื้อเกินซึ่งเกิดจากกรรมวิธีการหล่อการเทบ้างนะครับ

2.ในด้านองค์ประกอบของพิมพ์ทรงจะต้องเหมือนกันทุกประการครับเพราะมาจากแม่พิมพ์เดียวกันต้องเหมือนกันจะผิดเพี้ยนไปไม่ได้ครับส่วนที่จะผิดเพี้ยนไปได้ก็จะต้องเกิดมาจากธรรมชาติการหล่อ เช่นหล่อไม่ติด เกิดเนื้อเกินมาปิดทับ เกิดรอบบุ๋มรอยบ่อ วึ่งทำให้องค์ประกอนนั้นไม่ติดหรือไม่ชัดก็อาจเป็นได้ครับ

3.พระหล่อทุกองค์จะต้องมีคราบขี้เบ้าดินผุ่นเม็ดกรวดทรายให้เห็นไม่มากก็น้องหรืออาจเห็นร่องรอยของการหลุดร่อนออกไปทุกองครับ

4.ทางด้านข้างจะต้องพบร่างรอยของการหล่อแบบประกบให้เห็นทุกองค์ รอยต่อก้านช่อชนวน การตัดก้านชนวน ร่องรอยการแทงตะใบตกแต่งเก็บงานความเรียบร้อยจะต้องมีให้เห็นไม่มากก็น้อยครับและจะต้องจดจำรอยตะใบเบอร์ตะใบให้แม่นยำถือเป็นการช่วยการพิจารณาได้ดีครับ

5.สุดท้ายจะต้องสามารถพิจารณาถึงอายุของโลหะได้ว่ามีความเก่าขนาดไหน สนิมโลหะไดจะมีวรรณะสีใดการทำปฏิกริยาทางอ๊อกไซที่มีผลกับสถาพโลหะเป็นอย่างไร หวังว่าบทความนี้คงมีประโยชน์แก่ทุกท่านไม่มากก้น้อยครับ

 

 

 

17522553_1952607891625433_4104181520034006975_n 17991910_1959554157597473_7345000647731119167_n 18446793_1969386416614247_1928413143909765213_n 18740261_1982060012013554_1524187433824336327_n 18765725_1982059955346893_6358655228046276315_n 11 33 123 868 17361736_1939614762924746_3794356628484485594_n 17426320_1939614779591411_4647296215286098788_n 18301660_1968085543411001_7361090680899504112_n 18446546_1973703196182569_870366388830316694_n 18485836_1973705102849045_5302535563538088884_n 18766092_1982060318680190_6276861209118345258_n 18835620_1984453475107541_101908008231012851_n 18839000_1982059978680224_8704868902849586523_n

The following two tabs change content below.
Kin Adireg

Kin Adireg

Kin Adireg

โพสล่าสุดโดย
Kin Adireg (ดูทั้งหมด)


Link มาที่บทความ เรียนรู้ดูพระเครื่องกับพื้นฐานของพระหล่อ

HTML Code

BBCode

Direct link

Short link