ชำแหละ เจแปน 2 มื้อแรก และคืนแรกในโอซากะ

หลังจากขึ้นรถไฟขบวนเกือบสุดท้ายเพื่อมาที่พัก. (ภาษาญี่ปุ่นเรียก. Ryokan แปลว่าโรงเตี๊ยม )ตามข้อมูลของ อาจารย์ปุ้ม เป็นอพาร์ทเม้นท์แบ่งให้เช่ารายวัน มีห้องละสองเตียง มีตู้เย็นและเตาไมโครเวฟพร้อมประกอบอาหาร”.แต่ขนาดเล็กนะคะ.” อ.ปุ้มสำทับทิ้งท้าย. ในที่สุดรถไฟก็จอดป้ายสุดท้ายแต่ไม่ใช่ป้ายที่เราต้องการลง. หมายความว่าเราพลาดอะไรสักอย่าง. ทีมงานบางคนช่วยกันดูป้ายสถานที่. เปิดแผนที่ในโทรศัพท์เพื่อตรวจเช็ค. ทันใดนั้นเอง. สุภาพสตรีชาวญี่ปุ่นแต่งเครื่องแบบเหมือนเจ้าพนักงานบริการบนรถโดยสาร เธอสวมถุงมือสีขาวท่าทางสง่า ดูเป็นทางการมากแม้ว่าเวลาใกล้จะเที่ยงคืนเต็มที่. เราเข้าไปสอบถามถึงบริเวณที่เราต้องการไป หล่อนผายมือไปที่รถคันเดิมที่คนเริ่มลงจากรถไปหมดแล้ว. คนกลุ่มใหม่เริ่มขึ้นบนรถ. เราต้องนั่งรถย้อนไปหนึ่งสถานีแล้วลงเดินอีกประมาณห้านาทีก็ถึง. หล่อนโค้งคำนับตามมารยาทชาวญี่ปุ่นก่อนจาก. ผมมองหล่อนเดินลงสถานีไป คิดในใจว่านี่คงเป็นภาระกิจสุดท้ายของเธอในวันนี้แล้วสินะ

เมื่อรถไฟจอดเราช่วยกันดูแลข้าวของ บางคนก็อาสาถือกระเป๋าให้สตรีสูงวัยดูท่าทางเป็นมิตร ทราบภายหลังว่าท่านเป็นผู้ดูแลโครงการฯที่พวกเรามาครั้งนี้. สมมุติว่าชื่อ อาจารย์ดี ละกันนะครับ. เราเดินลงบันไดมาถึงชั้นล่าง. เห็นคนจรจัด นั่งก้มหน้าอยู่บนฟุตบาท “อ๋อสายสืบน่ะพี่” บัดดี้ผมบอก “คงขึ้นกับโรงพักแถวนี้แหละ”. ถัดไปสักพัก เห็นชายชราสูงวัยถือถุงพลาสติคใบใหญ่ ในนั้นมีกระป๋องเครื่องดื่ม. ขวดน้ำเปล่า. แกเดินไปคุ้ยที่ถังขยะหน้าร้านสะดวกซื้อ หยิบกระป๋องเปล่าใส่ในถุงของแก แล้วเดินถ่อมๆลับสายตาไป. ” ผิดค่ะ. ผิด” “เรามาผิดทางค่ะ” อ.ปุ้มบอก เราต้องย้อนกลับไปที่สถานีแล้วเดินไปอีกทางค่ะ. สายสืบยังนั่งก้มหน้าที่เดิม.ระหว่างทางผ่านร้านราเม็งที่มีป้ายโฆษณาหน้าร้านเป็นภาษาไทย ผมนึกในใจว่าอย่างน้อยคงสั่งอาหารได้ง่าย. ทันใดนั้นมีสาวน้อยหน้าตาดีโผล่ออกมาเชิญเราเข้าไป ผมชะโงกดูในร้านที่ไม่ใหญ่นัก. มีคนท้องถิ่นนั่งกันอยู่ เราก็เลยถือโอกาสถามทาง. “อุ้ยขอโทษค่ะ.” เมื่อกี้ถูกทางแล้วค่ะ. แฮะๆ”. เราเดินผ่านสายสืบสามครั้ง. คืนนี้เค้าคงกลับไปรายงานว่าเหตุการณ์ปกติครับ. ยกเว้นมีกะเหรี่ยงหลงทางมาเจ็ด แปดคน เดินไปอีกนิดก็ถึงแล้วค่ะ. แต่แถวนั้นคงไม่มีอะไรกิน. เราหาร้านอะไรกินกันก่อนเข้าที่พักดีกว่านะคะ. ตกลงตามนั้น เราต้องแยกเป็นสองกลุ่มเพราะร้านร้านราเมงเป็นร้านเล็กๆ. ส่วนอีกร้านก็ไม่ใหญ่ไปกว่ากันมากนัก. ผมเลือกร้านที่คนเยอะกว่า.

เปิดประตูเข้าไปมีที่ว่างสองโต๊ะ ลักษณะการตบแต่งร้าน ออกวัยรุ่นกว่า. เพลงในร้านก็เป็นเพลงวัยรุ่น. มีหนุ่มญี่ปุ่นท่าทางกึ่มๆ สวมเสื้อสีดำนั่งก้มหน้าเข้าหาผนังร้าน ค่อยๆซดราเม็งอย่างเงียบๆ. เรานั่งโต๊ะริมหน้าต่างกระจก โชคดีเมนูอาหารมีภาพประกอบ และมีภาษาอังกฤษกำกับ. ผมเลือกspicy ramen จำนวนพริก1เม็ด ตามภาพ คงหมายความว่าเผ็ดน้อย. เพื่อนร่วมก๊วนอีกสองคนเลือกสามเม็ด คือเผ็ดที่สุด. ส่วน อาจารย์อั้ม(ชื่อสมมุติอีกนั่นแหละ)เจ้าของโครงการฯที่ผมเป็นผู้ช่วย สั่งอะไรผมจำไม่ๆได้ รู้แต่ว่าแกสั่งเบิ้ลสองเลย. เล่นเอาผมตกใจเพราะราเม็ง ราคาญี่ปุ่นราคาเกือบ700เยน. ขนาดชามที่เห็นโต๊ะข้างๆนั่งซด. พี่แกคงนั่งมาสักพักยังเหลืออีกตั้งครึ่ง. หันไปดูพนักงานในร้านก็เป็นสาวน้อยหน้าตาดี(อีกนั่นแหละ). มีผู้ช่วยพ่อครัวอายุไม่น่าเกินสามสิบและพ่อครัววัยเดียวกันที่กำลังลวกราเม็งอย่างพิถีพิถัน. แต่ไม่ช้าจนเอื่อย. แล้วอาหารค่ำ. มื้อแรกในญี่ปุ่นก็ลงไปนอนอุ่นในกระเพาะของทุกคน. ดูท่าทางร้านที่ผมเลือกรสชาดน่าจะคบได้มากกว่า. พรุ่งนี้ทางที่พักมีคูปองอาหารเช้าเป็นขนมปังและน้ำส้ม. ซึ่งมีแจกแบบสุ่มๆมาให้. บังเอิญคณะของเราได้รับมาถือว่าโชคดี. แต่คงไม่อิ่ม. อ.ปุ้มเสนอว่าเราควรหาซื้ออาหารเช้าขึ้นไปเลยเพราะจะเดินลงมาหาอะไรกินตอนเช้าจะไม่ทัน.

ผมเดินเข้าร้านสะดวกซื้อที่ใกล้ๆได้ราเม็งห่อนึง ราคา300กว่าเยน. ดูๆคงพอพึ่งพาได้พร้อมกับกาแฟกระปุก (ขวดอลูมิเนียมแบบสั้นๆ)กับโยเกิร์ต. เอาล่ะสิที่นั้ใครจะซวยนอนคู่กับผมล่ะเนี่ย. เพราะนอนกรนเสียงดังอย่างร้ายกาจ เนื่องจากชายชาวคณะนอนกรนเกือบทุกคน. อ. ปุ้มที่เป็นห่วงว่าจะเกิดสงครามย่อยๆระหว่างเสียงกรนแข่งกัน. เพื่อเป็นการตัดปัญหา เลยให้นอนแยกกันไปเลย. หน้าตาห้องพัก. ไม่ขี้ริ้วเลยล่ะครับ จัดว่าดีมากเสียด้วยซ้ำไป. ทิวทัศน์ตรงระเบียงก็ตระการตา. ด้วยหอคอยฮิตาชิ. ไหนดูห้องน้ำหน่อยสิ. ที่นี่แยกห้องสุขากะห้องอาบน้ำออกจากกัน. ตรงกันข้ามมีอ่างล้างจานและตู้เก็บของ ถัดไปเป็นตู้เย็น ส่วนนี้เขายกพื้นสูงกว่า เพื่อวางท่อน้ำ ซึ่งก็ดูสะดวกดีถ้าเกิดปัญหา ก็แค่เปิดพื้นขึ้นแล้วซ่อมได้เลย ต่างจากบ้านเราที่มักจะวางท่อทะลุพื้นลงไปชั้นล่าง. บริเวณที่นอน แบ่งสองเตียงซ้าย ขวา มีทางเดินตรงกลาง แถมอ่างล้างหน้าพร้อมกระจกและตู้เสื้อผ้าด้วย. มีทีวีจอบางวางหัวเตียง ทุกอย่างจัดวางครบถ้วนตามความจำเป็น. ผมวางกระเป๋าลงท้ายๆเตียง. แล้วเข้าห้องสุขาเพื่อจะปลดทุกข์. แต่เมื่อเปิดเข้าไป. เฮ้ยยยยย..งงงง. นี่มันชักโครกประเภทไหนกันล่ะเนี่ยยยยยย. ปวดก็. ปวด. จะถามใครก็อาย. แบบเกรงใจด้วย. ต่อตอนถัดไปละกันครับ

The following two tabs change content below.
Shin28

Shin28

อิสระ ที่ -
เกิดเมื่อ28กพ.2513--ที่เมืองแพร่---เป็นสถาปนิก เป็นครูสอนเด็กอนุบาล ชอบวาดรูป ชอบสาวๆสวยๆ ชอบอ่านการ์ตูน รักสงบ ชอบธรรมชาติ....
Shin28

โพสล่าสุดโดย
Shin28 (ดูทั้งหมด)


Link มาที่บทความ ชำแหละ เจแปน 2 มื้อแรก และคืนแรกในโอซากะ

HTML Code

BBCode

Direct link

Short link