Updates from กรกฎาคม, 2017 Toggle Comment

  • อบรมบุคลากรด้านการท่องเที่ยว

    อบรมบุคลากรด้านการท่องเที่ยว เวลา 8:33:31 pm on Wednesday ที่ 19 July 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    โครงการฝึกอบรมบุคลากรทางการท่องเที่ยว ยกระดับการผลิตบุคลากรกลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซียน 

    ติดตามข่าวสารโครงการฝึกอบรมบุคลากรทางการท่องเที่ยว ยกระดับการผลิตบุคลากรกลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซียน โดย คณะพัฒนาการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยแม่โจ้  ได้ทาง http://www.blogger.in.th เร็ว ๆ นี้คะ

     
  • chaiyapan เวลา 2:17:43 am on Wednesday ที่ 12 July 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    เทรด IO Option นี้คืองาน อีก1กระเป่าของคุณทีสามารถทำเงินได้ 

    นอกจากมีงานประจำแล้ว  สำหรับผู้ทีต้องการมีรายได้เสริม หารายได้เวลว่าง จากงานประจำ หรือผู้ทีว่างงาน สามารถทำงานผ่านเน็ทจากบ้านได้ วันนี้ผมมาแนะนำให้ท่าน ได้เทรด Binary  IQ Option  หลังจากทีได้ลองผิดลองถูกมาระยะหนึ่ง  สรุปว่ามันสามารถทำเงินให้เราได้จริงๆ  แต่มีบางคนแย้งออกมาว่า  ไม่จริงเนื่องจากว่า คุณทำไม่ถูก หรือไม่เข้าใจมากไปเท่านั้นเอง  การทีเราทดลองโดยไม่มีค่าใช่จ่าย  เพือหาข้อสรุปว่ามันจริงหรือเท็จ  นั้นคือสิ่งทีควรทำเป็นอย่างยิ่ง  สำหรับผู้ทีว่างงานและต้องการมีรายได้ อย่างน้อยๆๆ3-5 ร้อยบาทต่อวันคิดว่าไม่เป็นเรื่องยาก ถ้าหากคุณต้องการศึกษาอย่างจริงจัง แต่หยุดก่อน ขั้นตอนนี้ คุณต้องเทรดผ่านบัญชีทดลองให้คุณมีความชำนาญ หรือให้มีรายได้อย่างจริงๆๆก่อนแล้วค่อยลงเงินจริง สำหรับท่านทีต้องการศึกษา  ติดต่อได้คับ  ผมสอนให้ฟรีๆๆไม่มีค่าใช่จ่าย และแนะนำ ตั้งแต่เริ่มต้น จนคุณเทรดได้ ถึงขึ้นถอนเงินจริงออกมาเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้จริง   คับ

     
  • Rainny เวลา 2:17:35 am on Wednesday ที่ 12 July 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    ชีวิตนักเรียนต่างแดนในอเมริกา กับการหาซื้ออาหารไทยในร้านอาหารเอเชีย 

    นี่เป็นกระทู้แรกสำหรับเราในชีวิตเลยก็ว่าได้ สำหรับการเขียนบล๊อก เรามาเรียนต่อที่ประเทศอเมริกา เมื่อปีที่แล้ว จนตอนนี้ 2 ปี แล้ว อยากจะมาแชร์เรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ และทุกสิ่งอย่างที่พบเจอ ระหว่างที่อาศัยอยู่ที่อเมริกาให้เพื่อน ๆ ได้ทราบ เนื่องจากเรามีแรงบรรดาลใจมาจาก เพื่อน ๆ ที่อินบ๊อกมาถามชีวิตความเป็นอยู่ในอเมริกาเป็นระยะๆ เกี่ยวกับ  เรื่องเที่ยว อาหารการกิน ผู้คนรอบข้าง  และอยากให้เราแชร์เรื่องราวการใช้ชีวิตที่นี่

    เราขอเริ่มกระทู้แรกเกี่ยวกับ การหาซื้อเครื่องปรุง และอาหารไทยจากตลาดไทยในเมืองวอชิงตัน

    ในเมืองวอชิงตัน ประเทศอเมริกา มีคนไทยและคนเอเชียอาศัยอยู่จำนวนมาก เมืองนี้มีผู้คนหลากหลายจากรอบโลกอยู่อาศัยเนื่องจากมีหลายบริษัทยักษ์ใหญ่เกี่ยวกับไอที ตั้งอยู่ที่เมืองนี้ เช่น Microsoft Amezon  expedia  หรือแม้แต่ บริษัท Adobe ก็ตาม โดยส่วนใหญ่ที่เราจะเจอคนจากประเทศ อินเดีย และจีน

    โดยปกติเราจะทำอาหารกินเอง เพราะรสชาติจะถูกปากมากกว่า ร้านอาหารไทยที่นี่เอาใจฝรั่ง รสชาติจะติดหวาน การทำอาหารทานเองจึงเป็นทางเลือกที่ดี รสชาติถูกปาก และประหยัดเงิน เราจะหาซื้อเนื้อสัตว์ผักผลไม้ตามห้างทั่วไป เช่น Safeway หรือ Fresh Meyer แล้วนำมาปรุงอาหาร แต่ในบางครั้งเราอยากกินอาหารไทย บางส่วนผสมและ ผักบางชนิดเราไม่สามารถหาได้จากห้างทั่วไป ต้องไปหาซื้อจากตลาดเฉพาะของคนเอเชีย เช่นน้ำปลา คนอร์ ผงปรุงรส ปลาร้า หรือแม้ใบกระเพรา

    เมืองวอชิงตันที่เราอยู่ จะมีห้างที่ขายอาหารไทยอยู่หลายแห่ง เช่น H-Mart (หาซื้ออาหารไทยได้บางส่วน ส่วนใหญ่จะขายอาหารจากเกาหลี), Asian Market (หาซื้ออาหารไทยได้เยอะกว่าที่แรก แต่อาหารส่วนใหญ่จะเพื่อกลุ่มลูกค้าคนจีน), และที่สุดท้ายที่คนไทย หรือคนที่ชื่นชอบทำอาหารไทยส่วนใหญ่ชอบไปคือ Mekong Rainier แม่โขง แรนเนียร์ คุณสามารถหาซื้ออาหารไทยได้ทุกสิ่งอย่าง สากกะเบือ ยันเรือรบจากที่นี่ เช่น เครื่องปรุงอาหาร ปลาร้า ไตปลา แป้งแดง ไม้กวาด เป็นต้น

    แม่โขงเรนเนียร์ตั้งบนอยู่ พื้นที่ 3400 Rainier Ave S Seattle, Washington 98144 เบอร์ติดต่อที่ (206) 723-9641 มีรถเมล์หลายสายผ่านเส้นทางนี้ หรือจะขับรถมาก็ใกล้ดี ใช้เวลาเดินทางจาก Bellevue แค่ 25 นาที

    549

    545

    ภาพรถเมล์หน้าร้านอาหารเอเชีย

    541

    ลานจอดรถหน้าร้านสำหรับคนที่ขับรถมาซื้อของ จอดได้ประมาณ 20 คัน

    ประตูทางเข้าร้าน จะมีหลายจุด เริ่มจากประตูซ้ายมือ เมื่อเข้าไปจะเจอโต๊ะแคชเชียร์และแผนก ผัก ผลไม้สด ๆ   เราสามารถหาผักหลากหลายชนิดได้จากที่นี่ อย่างเช่น ผักบุ้ง ผักคะน้า มะระ มะเขือทุกชนิด มะนาว บวบ ข่า ตะไคร้ เป็นต้น ผักบางอย่างจะอยู่ในสถานะแช่แข็งมา เพื่อการเก็บที่นานขึ้น เช่น ชะอม พริกขี้หนู มะกอก สะตอ เป็นต้น

    474

    477

    472

    512

    536

    540

     

    โดยปกติไข่ไก่ ที่นี่เปลือกจะมีสีขาว มีลักษณะคล้ายไข่เป็ด แต่เล็กกว่า และรสชาติก็ต่างจากไข่ไก่ในประเทศไทยด้วย อเมริกายังมีไข่ไก่สีน้ำตาลเหมือนไทยเรา แต่จะเป็นไข่ไก่ออแกร์นิก ราคาจะสูงกว่าไข่ไก่ธรรมดามาก และแน่นอนว่าอเมริกาก็ยังมีไข่เป็ดขาย ราคา และขนาดจะแตกต่างจากไข่ไก่ธรรมดา

    516

    ไข่เป็ดหนึ่งโหล ราคาจะอยู่ที่ 7.99 $

    515

    513

    เงาะแพ็คนี้ ราคาอยู่ที่ 25$ เพราะผลไม้ประเภทนี้ไม่มีขายที่อเมริกา นำเข้าโดยการแช่แข็งจากไทย ราคาก็จะสูงอยู่มาก

    520

    หน่อไม้ดองคิดน้ำหนักตาม  pound ขนาดใหญ่หน่อย ราคาก็จะเยอะตาม

     

    ถัดไปก็จะเป็นขนมสด ของหวาน และพวกแป้งสำเร็จรูปสำหรับทำขนม แช่แข็งใส่แพ็ค เช่น แป้งโรตี แป้งทำปอเป๊อะทอด/สด กล้วยปิ้ง กล้วยบวด และผักต่าง ๆ ที่แช่แข็งมา ก็จะอยู่โซนนี้ด้วย เช่น สะตอ มะกอก ชะอม เป็นต้น

    478

    476

    538

    481

    482

    521

    523

    524

    525

    537

     

    528

    527

     

    มะกอก สำหรับคนชอบทานส้มตำ สามารถหาซื้อมะละกอ มะกอก ปลาร้า และเครื่องปรุงอื่น ๆ ได้จากช็อปนี้เหมือนกันจ้า

    โซนต่อไปก็จะเป็นเครื่องดืม น้ำผลไม้ น้ำอัดลม และพวกแอลกอฮอล์ ราคาเบียร์ต่อลังจะอยู่ที่ 26.99$ โดยปกติคนอเมริกาจะชอบดื่มเบียร์สิงห์ และเบียร์ช้างจากประเทศไทย

    480

    539

    โซนต่อไปจะเป็นขนม มีทั้งขนมอบกรอบ เช่น มันฝรั่งเลย์ ปูไทย ข้าวเกรียบกุ้ง เป็นต้น และขนมสดรายวัน ซึ่งแต่ละวันจะมีขนมสดแตกต่างกันออกไป เช่น ขนมไข่หงษ์ ขามชั้น ข้าวต้มมัด เป็นต้น และจะวางจำหน่ายใกล้แคชเชียร์

    491

    492

    507

    508

    509

    510

    ด้านหลังแคชเชียร์จะมียาสามัญประจำบ้านจากไทยขายอยู่ เช่นยาหม่อง ยาหอม ยาดม บุหรี่จากไทย เป็นต้น

     531

    532

    533

     และโซนสุดท้าย จะเป็นของใช้ทั่วไป เราสามารถหาซื้อของใช้ที่จำเป็นได้จากที่นี่ มีอุปกรณ์หลากหลาย สำหรับคนชอบทำอาหารไทยทานเอง เช่น เซิ้งนึ่งข้าวเหนียว ครกตำส้มตำ หรือตำพริกแกงจาน ชามถ้วย หม้อ เป็นต้น

    493

    498

    499

    497

    496

    495

    489

    494

    สำหรับบุคคลที่ไม่ได้อยู่โซน Seattle จะมีร้านขายอาหารเอเชียอยู่บริเวณใกล้ ๆ ในแต่ละโซน แต่อาจจะมีไม่ครบหรือหลากหลายเท่าตลาดแม่โขง ส่วนนี้ต้องสอบถามข้อมูลจากกลุ่มคนไทยที่อยู่บริเวณนั้นคะ

    หากเพื่อน ๆ คนไหนมาอยู่ที่นี่และต้องการหาเพื่อนคนไทยไว้คุยหรือเที่ยว ขอแนะนำนำว่าให้ไปตลาดแม่โขงนี้คะ คุณจะเจอกลุ่มคนไทยเยอะมาก 90% ของกลุ่มลูกค้าที่นั่นคะ และหากว่า เพื่อนๆ ต้องการซื้อสิ้นค้าบางอย่างแต่ไม่รู้ว่ามีในร้านไหม หรือไม่รู้ว่าอยู่โซนไหน สามารถสอบถามข้อมูลจากพนักงานแคชเชียร์เป็นภาษาไทยได้คะ พนักงานจะเป็นคนลาว สามารถพูดไทยได้ดี

    หากเพื่อน ๆ มีปัญหาหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับการเดินทางหรืออาหารที่ต้องการซื้อ สามารถสอบถามจากเราได้คะ หรือโทรไปถามจากตลาดแม่โขงได้โดยตรงตามเบอร์ที่เราให้ไว้ข้างต้น

    เจอกันกระทู้ถัดไปค่าาา :)

     
  • walinn

    walinn เวลา 1:04:42 pm on Tuesday ที่ 11 July 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    สร้างรายได้ง่ายๆจากแอพฟรี!! 

     

    วันนี้มีแอพพริเคชั่นดีๆที่สามารถสร้างรายได้ง่ายๆมานำเสนอค่ะ แอพตัวนี้มีชื่อว่า “WowApp”

    WowApp เป็นแอพตัวหนึ่ง ที่เล่นและใช้งานเหมือน Line ทุกอย่าง สามารถแชทคุยกัน ส่งรูป ส่งวิดีโอ โทรหากันฟรีๆเหมือน Line

    >> รายได้จะเกิดขึ้นจาก เมื่อเราแชทคุยกับเพื่อนๆแล้วมีโฆษณาขึ้นมาด้านบนหน้าแชท เราจะคลิ๊กดูโฆษณาหรือไม่ก็ได้เงินเหมือนกัน (แต่แนะนำว่าให้เข้าไปดูบ้างเป็นบางครั้งนะคะ)

    >> รายได้จะมากหรือน้อยเกิดจากการใช้แอพของเรา และของเพื่อนที่เราชวนมา ซึ่งเราจะได้รายได้จาก ลูก หลาน เหลน โหลน ของเพื่อนที่เราชวนมารวม 8 ขั้น ต่อการที่เราชวน 1 คน

     

     

    กิจกรรมที่สร้างรายได้ใน WowApp

    นอกจากรายได้จากการแชทแล้ว WowApp ยังมีกิจกรรมที่สามารถสร้างรายได้อีกรวมทั้งหมด 6 กิจกรรม ดังนี้

    1. รายได้จากการแชท คือ แชทเหมือนไลน์ เช่น เราแชทกันอยู่ โดยรายได้จะเกิดขึ้นมาจากค่าโฆษณาในหน้าที่เราแชทกัน (สังเกตจากด้านบนหน้าจอแชทจะมีแถบโฆษณาเล็กๆ) โดย WowApp จะแชร์รายได้สุทธิตรงนี้ให้สมาชิก 70% และทุกครั้งที่เครือข่ายของเราแชท เราก็จะได้รับรายได้เช่นเดียวกัน (จ่ายลึก 8 ชั้น)

     

     

    2. รายได้จากการซื้อของออนไลน์ จากร้านค้าออนไลน์ที่ร่วมด้วย อาทิเช่น Lazada Aoada Aliexpress หรืออื่นๆ ผ่าน WowApp ซึ่งเราจะมีรายได้เข้ามาเช่นกัน มากสุด 9% และหากคนที่เราแนะนำ ซื้อของออนไลน์ เราก็จะมีรายได้ตรงนี้ด้วย (จ่ายลึก 8 ชั้น )

    3. รายได้จากการเล่นเกมส์ ใครที่ชอบเล่นเกมส์ ไม่ว่าจะโหลดเกมส์หรือเล่นเกมส์ผ่าน WowApp ซึ่งจะมีโฆษณาเล็กๆในหน้าเกมส์ ซึ่ง WowApp จะแบ่งรายได้ตรงนี้ให้เรา 20% และถ้าคนที่เราแนะนำเล่นเกมส์โหลดเกมส์ เราก็จะได้รายได้เช่นกัน (จ่ายลึก 8 ชั้น)

    4. รายได้จากโฆษณาล๊อคสกรีน ตั้งค่าโทรศัพท์ของคุณโดยการเปิดโฆษณาล๊อคสกรีน และทุกครั้งที่คุณเปิดโทรศัพท์ คุณก็จะได้รับรายได้ 50% หรือคนในเครือข่ายของคุณเปิดโทรศัพท์ คุณก็จะได้รับรายได้เช่นกัน (จ่ายลึก 8 ชั้น)

    5. รายได้จากการโทรแบบเสียเงิน คุณสามารถโทรเข้าโทรศัพท์มือถือ และโทรศัพท์บ้าน (ที่ไม่ได้ใช้ WowApp) ได้อย่างง่ายดายในอัตราค่าโทรที่จัดว่าถูกสุดๆ!! และคุณจะได้รับรายได้ทุกครั้งเมื่อวางสาย 10% หรือคนในเครือข่ายของคุณวางสายคุณก็จะได้รับรายได้เช่นกัน (จ่ายลึก 8 ชั้น) >> หลักการคือ โทรฟรีในแอพฟรีเหมือน Line ทุกอย่าง แต่หากจะโทรเข้าเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่ใช้ app ก็จะต้องเติมเงินเข้าแอพก่อน

    6. รายได้ฉับพลัน(รางวัลทันใจ) รับรายได้ทันทีจากการทำกิจกรรมต่างๆให้สำเร็จ เช่น ดูวิดีโอ (ดูได้ชั่วโมงละครั้งเพื่อรับ warcoin) หรือทำแบบสำรวจ การติดตั้งแอพ โหลดเกมส์ และอื่นๆอีกมากมาย รับรายได้ 50% และเมื่อเครือข่ายทำกิจกรรมต่างๆ คุณก็จะได้รับรายได้เช่นเดียวกัน (จ่ายลึก 8 ชั้น)

    **** สมัครฟรีๆเพื่อสร้างรายได้ ได้ที่ >>  เข้าร่วม

     
  • Think099

    Think099 เวลา 11:38:17 am on Saturday ที่ 17 June 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    ประสบการณ์ ใช้สบู่รักษาสิวตัวใหม่ 

    ผมเป็นคนที่ผิวหน้าธรรมดา แต่ถ้ากินของมันๆ จะเกิดสิวที่รอบๆ ปากทันที ต้องใช้โฟมที่มันควบคุมความมันมาตลอด พอดีได้ไปเกาหลีเมื่อช่วงต้นมีนา แล้วน่าจะนอนน้อย หรือแพ้น้ำ หรือแพ้อะไรก็ไม่รู้ กลับมาถึงไทย ” สิว ” มาจากไหนไม่รู้ เต็มเลย ทีนี้ก็ต้องมาหาวิธีแก้สิวที่หน้าอย่างเร่งด่วน ทั้งสบู่หรือโฟมในเน็ต สั่งมาหมด แม้แต่สบู่หมอคลีนิคที่เพื่อนบอกว่าดี ก็ฝากมันซื้อมาใช้ ผลที่ได้ นอกจากไม่หายแล้ว เหมือนมันตีกันหมด หน้าสิวหนักมากกว่าเดิมอีก

    กระทู้นี้ ต้นเหตุมันมาจากสบู่ที่พี่สาวเอามาให้นานแล้ว น่าจะประมาณต้นปี 60 แต่ไม่เคยเอามาใช้เลย พอไปเจอพี่สาว มันก็ถามว่าไปโดนอะไรมา ก็บอกมันว่า เจ๊นั่นแหละชวนไปเกาหลี เลยแพ้สาวเกาหลี หน้าเป็นสิวเลย 5555

    สบู่ตัวนี้ชื่อว่า สบุ่ลดสิวว่านมัทฉะ ชื่อมันก็ตรงตัวว่ามีส่วนผสมของว่านหางจระเข้+ชาเขียวแน่นอน เค้าบอกว่าว่านหางจระเข้ ช่วยสมานแผลสิว ลดอาการอักเสบของสิว ส่วนชาเขียวช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ฆ่าเชื้อโรคอะไรประมาณนั้น เจ๊มันก็ด่าใหญ่เลย บอกให้มาแล้วไม่รู้จักใช้ เออ..ใช่ดิ หน้าผมมันไม่ขาวเนียนเหมือนผู้หญิงนี่นา อยากจะด่ามันกลับแต่ไม่กล้า ถ้ามันด่ากลับนะ ฝันร้ายเลยเรา

    P10600071

    หน้าตาสบู่ลดสิว+สบู่ลดฝ้า

    ทีนี้เอาไง ถ้าไม่ดีจริงเหมือนสบู่อื่นๆ กะว่าจะไปด่าเจ๊มันซะหน่อย (คิดอย่างเดียวนะ ไม่ได้พูดออกไป กลัวมันด่าอีก 555) ลองถ่ายรูป
    ดูผลลัพท์เลยดีกว่า พอตัดสินใจได้แล้วก็เริ่มถ่ายรูปก่อนใช้ไว้ก่อน

    13.5.60

    ภาพซ้าย-ขวา ก่อนใช้สบู่ วันที่ 13.5.60

    แต่ไม่ได้บอกเจ๊มันหรอกนะ ว่าเราจะเก็บรูปรีวิว คิดว่าถ้าดีขึ้นค่อยไปบอกมันว่าเราถ่ายรูปเอาไว้ ผมใช้ตัวสบู่ลดสิว อารมณ์ตอนใช้สบู่ประมาณว่าฟองมันจะไม่ค่อยเยอะมาก แต่ตอนถูสบู่บนมือมันจะลื่นหน่อยๆ คล้ายๆ พวกเจลโฟม แบบนั้น แต่กลิ่นนี่หอมมาก เป็นกลิ่นชาอ่อนๆ ชัดเจนมาก ผมชอบนะ มันเหมือนได้กลิ่นอะไรผ่อนคลายดี แล้วมันก็ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมแรงๆ ด้วย ได้ยินว่าสบู่ที่ใส่น้ำหอมจะทำให้ผิวหน้าระคายเคือง คันๆ อะไรแบบนั้น อันนี้ไม่มี แล้วก็ไม่แสบตาเลย ตอนล้างหน้าเสร็จผิวหน้ามันจะตึงหน่อยๆ

    17.5.60

    ภาพซ้าย-ขวา หลังใช้สบู่4วัน วันที่ 17.5.60

    ภาพมันจะไม่ค่อยชัดนะ จริงๆ มันจะต้องเห็นรอยมากกว่าที่เห็นในภาพ แต่มองคร่าวๆ มันก็ดีขึ้นจริงๆ ที่ชอบมากว่าคือมันคุมความมันได้นานตลอดวัน บางวันล้างหน้าอย่างเดียว ลืมทาแป้งลืมทาครีม แต่มันก็ไม่มันได้ง่ายๆ ถ้าใครผิวหน้ามันมากๆ ลองใช้แล้วช่วยมาเม้นหน่อยอยากรู้เหมือนกัน
    สังเกตว่ามันจะมีรอยสิวที่มันสุกตั้งแต่วันที่ 13 ข้างล่างหน้าด้านซ้าย มันก็ระเบิดไปตามระเบียบ เหลือไว้แค่รอยให้เราช้ำใจเล่นๆ
    แต่ยังเหลือรอยสิวเป็นตุ่มๆ อีกสามจุดอยู่เหมือนเดิม คงจะรอวันสุกแล้วค่อยตามกันไป แล้วก็ทิ้งรอยช้ำใจไว้เหมือนกัน
    ส่วนด้านขวา มันจะดูดีกว่าด้านซ้ายหน่อย แต่มันจะมีสิวเสี้ยนเยอะหน่อย แถวๆ ใกล้จมูก

    21.5.60

    ภาพซ้าย-ขวา หลังใช้สบู่8วัน วันที่ 21.5.60

    สิวที่หน้าด้านซ้าย มันทำไมไม่สุกแล้วอักเสบ ปกติมันต้องเป็นแบบนั้นนะ แอบสงสัย ไอ้สามจุดนั่นมันก็เป็นตุ่มๆ ของมันอย่างงั้น
    ใจอยากขับไล่มันออกไปเสียจริงๆ แต่มันหน้าด้านมาก ไม่ยอมสุก ไม่ยอมยุบหายไป มันไม่ยอมไปไหนเลย หน้ามันจะดูขาวขึ้นหน่อยนะ เพราะตอนหลังๆ ฝนตก ไม่ค่อยได้ออกจากบ้านไปโดนแดดเต็มๆ เหมือนช่วงเมษา 555 ครีมก็ทาปกตินะ แบบที่ช่วยลดรอยด่างดำอะไรประมาณนั้น ตัวนี้ใช้มานานมาก ตั้งแต่ก่อนเรียนจบอีก มันใช้แล้วถูกกับหน้าเราดีก็ใช้มาตลอด ถ้าครีมไหนดี เราก็ใช้ไม่เคยเปลี่ยน กลัวเปลี่ยนแล้วหน้าพังอีก 5555

    26.5.60

    ภาพซ้าย-ขวา หลังใช้สบู่13วัน วันที่ 26.5.60

    ผ่านมาจะครึ่งเดือนแล้ว ตอนนี้ก็ไม่ค่อยคิดอะไร คิดว่ามันไม่มีสิวขึ้นมาก็ดีแล้ว แต่พอมาดูรูปเก่าตอนเริ่มใช้ มันน่าตกใจเหมือนกัน
    นึกว่ามันจะต่างกันไม่มาก พอตั้งใจดูดีๆ มันเปลี่ยนไปเยอะเหมือนกัน สิวสามจุดนั้นมันไม่ยอมสุกแต่กลับยุบลงไป งงเด้ๆ

    8.6.60

     

    ภาพซ้าย-ขวา หลังใช้สบู่25วัน วันที่ 7.6.60

    ผ่านมาอีก 11 วัน ปรากฏว่าลืมถ่ายรูป แต่ก็ใช้สบู่ลดสิวว่านมัทฉะมาเรื่อยๆ นะ เช้า-เย็น แล้วก็ทาครีมทาแป้งปกติ (แต่ส่วนใหญ่ลืมทา5555) ทีนี้ยังไม่ทันอะไร อีเจ๊มันมาทักในเฟสว่าหน้าดีขึ้น ใช้สบู่ของมันใช่มั้ย โป๊ะแตก! เลยบอกมันว่าถ่ายรูปไว้ด้วย คราวนี้ยาวเลย มันบอกให้ทำรีวิวให้มันด้วย นั่น! งานเข้า เลยต้องมานั่งพิมพ์ให้มัน (ยืมล๊อกอินของอีเจ๊มาเขียน มันจะด่ามั้ยเนี๊ยะ กระแนะกระแหนสุดๆ 555)

    สรุปเลยนะ สบู่ลดสิวว่านมัทฉะ ตัวนี้มันก็ใช้ดี ชอบตรงที่มันไม่มีเคมีรุนแรงเกินไป ช่วยคุมความมันได้ดี แล้วก็น่าจะป้องกันสิวใหม่ได้เยอะพอสมควร ถ้าต้องให้คะแนน ก็น่าจะประมาณนี้
    คุมความมัน  9/10
    ลดสิว 7/10
    ลดรอยด่างดำ 7/10
    ป้องกันสิวเกิดใหม่ 10/10
    กลิ่นหอม 10/10 (อันนี้แล้วแต่คนชอบนะ)
    ช่วยให้หน้าขาว 8/10

    ลองไปหาใช้กันดูนะ แล้วลองถ่ายรูปไว้เล่นๆ เหมือนผม ถ้าใช้ดีจริง มาช่วยคอมเม้นหน่อยนะครับ ขอบคุณที่ทนอ่านครับ

    เขียน: Think099

     
  • tiewtookduan

    tiewtookduan เวลา 3:18:45 pm on Friday ที่ 16 June 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    Green Season กับ แม่กำปอง - เชียงดาว 

    แม่กำปอง ในหน้าฝนยังคงมีเสน่ห์ในตัวเอง ถึงแม้ผู้คนจะไม่เยอะเท่าหน้าหนาวแต่ก็ดีไปอย่างคือไม่ต้องแย่งถ่ายรูป ไม่ต้องแย่งกิน มองไปทางไหนก็มีแต่ความเขียวชะอุ่ม อากาศที่เย็นตลอดทั้งปี พอฝนตกลงมาก็ทำให้อุณหภูมิช่วงกลางคืนนั้นเย็นลงอีก ขนาดที่บ้านพักไม่มีแอร์แต่ต้องนอนห่มผ้านวมกันเลยทีเดียว

    ……………………………………………………………………………………………………………………….

    1

    หมู่บ้านแม่กำปองในวันธรรมดาที่ไม่ใช่ไฮซีซั่น

    2

    มุมถ่ายรูปยอดฮิตที่ใครมาแม่กำปองต้องมาถ่ายรูป ร้านกาแฟลุงปุ๊ดป้าเป็ง

    3

    ร้านค้าเปิดไม่ครบทุกร้าน เพราะเป็นช่วงกรีนซีซั่น

    4

    ร้านค้าเปิดไม่ครบทุกร้าน เพราะเป็นช่วงกรีนซีซั่น

    5

    ร้านค้าเปิดไม่ครบทุกร้าน เพราะเป็นช่วงกรีนซีซั่น

    6

    บ้านแม่กำปอง ร้านกาแฟและโฮมเสตย์

    8

    มองไปทางไหนก็มีแต่ภูเขา

    9

    วิวบนกิ่วฝิ่น

    10

    จุดชมวิวกิ่วฝิ่น อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน สามารถขึ้นมาชมพระอาทิตย์ตกได้ อากาศบนกิ่วฝิ่นนั้นเย็นสบายตลอดเวลา ถ้าเป็นช่วงเดือน พ.ย.-ก.พ. คงต้องใส่เสื้อกันหนาวกันเลย

    11

    พระอาทิตย์ตกที่กิ่วฝิ่น

    12

    แสงช่วงก่อนพระอาทิตย์ตกเป็นแสงที่สวยงามมาก

    13

    โบสถ์กลางน้ำ วัดคันธาพฤกษา (วัดแม่กำปอง)

    14

    ร้านกาแฟลุงปุ๊ดป้าเป็ง

    15

    ร้านกาแฟที่แม่กำปองทุกร้านจะมีน้ำตกไหลผ่าน นั่งจิบกาแฟฟังเสียงน้ำตกไปชิวๆ

    16

    ร้านกาแฟลุงปุ๊ดป้าเป็ง

    17

    ร้านกาแฟลุงปุ๊ดป้าเป็ง

    18

    ร้านกาแฟลุงปุ๊ดป้าเป็ง

    19

    ร้านกาแฟลุงปุ๊ดป้าเป็ง

    20

    ร้านกาแฟลุงปุ๊ดป้าเป็ง

    21

    ร้านกาแฟลุงปุ๊ดป้าเป็ง

    22

    ร้านกาแฟชมนกชมไม้

    23

    ร้านกาแฟชมนกชมไม้

    24

    รายการเครื่องดื่มของร้านชมนกชมไม้

    25

    รายการขนมของร้านชมชนชมไม้

    26

    ร้านนี้เหมาะกับทุกคนทุกวัยที่ขึ้นมาจิบกาแฟและชมวิวหมู่บ้านแม่กำปอง

    27

    หมู่บ้านแม่กำปองเมื่อมองจากร้านชมนกชมไม้

    28

    กาแฟและสโคน รสชาติอร่อยใช้ได้

     

    29

    กาแฟและสโคน

     

     

    เชียงดาว ก็เป็นอีกที่ ที่หน้าหนาวนั้นที่พักถูกจองเต็มตั้งแต่ช่วงกลางปี ถึงแม้ในหน้าฝนจะไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยวของเชียงดาว แต่บรรยากาศหลังฝนตกนั้นทำให้ความชุ่มชื้นและดอยหลวงเชียงดาวที่เป็นสีเขียวทำให้ดูสบายตาและสดชื่นบอกไม่ถูก บางครั้งการที่ได้นอนดูดาวหน้าบ้านกับอากาศเย็นๆ ก็เป็นวิธีผ่อนคลายความเหนื่อยล้าได้อีกอย่างนึง

    ……………………………………………………………………………………………………………………….

     

    30

    ดอยหลวงเชียงดาวและสายหมอกที่ไหลผ่านตลอดเวลา

    31

    ดอยหลวงเชียงดาวและสายหมอกที่ไหลผ่านตลอดเวลา

    32

    ดอยหลวงเชียงดาวและสายหมอกที่ไหลผ่านตลอดเวลา

    33

    ดอยหลวงเชียงดาวและสายหมอกที่ไหลผ่านตลอดเวลา

    34

    ดอยหลวงเชียงดาวและสายหมอกที่ไหลผ่านตลอดเวลา

    35

    มุมนี้เคยเห็นผ่านในรูป แต่วันนี้ได้มาเห็นด้วยตาของตัวเอง เป็นความรู้สึกที่สวยจนไม่รู้จะบรรยายยังไง อยากให้ได้มาชมด้วยตัวเองจะดีกว่า เพราะทุกคนที่มาบ้านระเบียงดาวจะต้องมาถ่ายรูปตรงนี้

    36

    บ้านระเบียงดาวโฮมสเตย์ จากเดิมมีบ้านทั้งหมด 13 หลัง แต่ช่วงที่ไปนั้นกำลังรื้อถอนออกไป 10 หลัง เพราะทางอุทยานมีคำสั่งให้เหลือแค่โฮมสเตย์ละไม่เกิน 3 หลัง

    37

    บ้านระเบียงดาว A3 เอื้องทราย ราคาในช่วงนี้จะอยู่ที่ 500 บาท/คน โดยรวมอาหาร 2 มื้อ เช้าและเย็น ถ้าเป็นช่วงไฮซีซั่น ราคาจะเพิ่มเป็น 700 บาท/คน

    38

    บ้านนี้นอนได้ถึง 6 คน ภายในมีไฟแค่ดวงเดียว ไม่มีปลั๊กไฟในบ้าน

    39

    ห้องน้ำมีชักโครก แต่ไม่มีน้ำอุ่น น้ำเย็นมากกว่าจะอาบได้นี่ทำใจอยู่แปปนึงเลยล่ะ

    40

    มื้อเย็นจะยกมาเสิร์ฟให้ถึงหน้าบ้าน นั่งทานข้าวไปดูวิวไป ฟินมาก

    41

    ค่าที่พักหลักร้อยแต่วิวข้างหน้าหลักล้านมาก

    42

    แกงจืดแตงกวายัดไส้

    43

    ผัดผักรวม จากผักที่ปลูกเอง ผักสดและกรอบมาก

    44

    น้ำพริกดอย

    45

    ไข่เจียวบนความสูงและวิวหลักล้าน

    46

    ตอนไปถึงฝนตกหนักมาก รอซักพักก็หยุดตก

    47

    หลังจากถ่ายรูปนี้ได้ 5 นาที ฝนก็ตกหนักมาก

    48

    ปิดท้ายด้วยไฮไลท์ของบ้านระเบียงดาว ไก่จะขันตลอดทั้งวัน ไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน ยิ่งช่วงกลางคืนจะขันตั้งแต่เที่ยงคืนเป็นต้นไป หากใครมาเชียงดาวแล้วไม่ได้ยินเสียงไก่ขัน แสดงว่ามาไม่ถึงแน่นอน

     
  • Shin28

    Shin28 เวลา 6:22:48 pm on Wednesday ที่ 14 June 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    เมด อิน เจแปน 1 ทริปแอ่วญี่ปุ่นแบบงงๆ 

    kansai…. เมื่อปลายเดือน พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา จะว่าเป็นโชคดี หรือเพราะโชคชะตา ทำให้ผมได้ไปเที่ยวญี่ปุ่น แบบ กึ่งสำเร็จรูป จะว่าไปเที่ยวก็ไม่เชิง เพราะเป็นงานเก็บข้อมูลพื้นที่ศึกษา…แต่ที่ได้มา ผมว่ามีมากกว่านั้น

        ทริปที่ไปครั้งนี้ ผมทำตัวให้ตื่นเต้นมากๆ พยายามไม่จดจำรายละอียดของพื้นที่ที่ต้องไป เพื่อจะให้รู้สึกได้เต็มประสาทรับรู้  สัมผัสทุกอณูแห่งดินแดนอาทิตย์อุทัยแบบสดๆ ประมาณว่าจะไปดูหนังเรื่องนึง ซื้อตั๋วมั่วๆ แล้วเดินเข้าโรงหนังเลย เพื่อนอีกคนที่มาด้วยกันบอก “ผมเองก็มาแบบตาบอดเลยนะ ไม่ได้เตรียมตัวอะไรสักอย่าง เค้าชวนมาก็มา” ที่สุดเราก็เป็นบัดดี้แบบหายไหน หายด้วยกัน หลงก็หลงด้วยกัน….

    ….ของที่น้องสาวฝากซื้อ ผมเตรียมรูปไว้อย่างดี ใจก็คิดว่าจะไปหาซื้อที่ไหนดีน้อ…เพราะน้องกำชับว่าให้ซื้อในห้างฯนะจะได้ราคาถูกกว่าบ้านเรามากเลย….แต่ที่ที่ผมจะไปน่ะ ใช่เราพักในเมืองก็จริง แต่รุ่งขึ้นอีกวันต้องออกไปพักนอกเมือง ฉะนั้นโอกาสเดียวที่จะได้ซื้อของฝากให้น้องสาวตัวดี….ไม่รู้ว่าวันไหน… ช่วงไหน….อาจจะเป็นมีโอกาสแค่ครั้งเดียวเท่านั้น….

    …..และแล้วคณะของเราก็มาถึงสนามบิน ราวๆสี่ทุ่มของญี่ปุ่น (ตอนแรกผมก็นับนิ้วดูว่า เครื่องบินเดินทางแค่5ชัวโมง แต่ทำไมมาถึงตั้ง4-5ทุ่ม เพราะเราออกจากดอนเมืองราวบ่ายสาม นับยังไ ยังไง ก็ไม่น่าเกินสามทุ่ม ลืมไปว่าเวลาที่ญี่ปุ่นเร็วกว่าบ้านเราสองชั่วโมง) ซึ่งก็ไม่รู้ว่าสนามบินอะไร ผมยืนอยู่ส่วนไหนของเมือง เอาล่ะรู้ว่าโอซากะ แต่มันที่ไหนล่ะ ชาวคณะนำโดย น้องปุ้ม(นามสมมุติ) อาจารย์ประจำภาควิชาท่องเที่ยว จากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง น้องเค้าดูคล่องแคล่ว สามีเคยพามาญี่ปุ่นหลายหน…ซึ่งต่อจากนี้และตลอดทริป ทั้งผมและทุกคนที่เคยมาญี่ปุ่นครั้งแรกจะฝากชีวิตไว้กับน้องเค้า ลองนึกเอานะครับว่า สมมุติเราเป็นเด็ก อ่านหนังสือไม่ออก แม่พาไปเที่ยว เราก็จะดูว่าแม่ทำอะไรบ้าง…..ไม่รู้ว่าอะไร เป็นอะไร ….ทั้งมึน ทั้งง…รอฟังคำสั่งและดูเพื่อนๆว่าไปไหนกัน หู ตาต้องเร็ว…เพราะกำชับไว้ว่าเรามีเวลาน้อย ต้องไปขึ้นรถไฟให้เร็วที่สุด

    …พอหยิบกระเป๋าได้ก็วิ่งไปขึ้นรถไฟคันเล็กๆ ….ที่จะพาเราไปสถานีรถไฟ ประมาณรถไฟฟ้าบ้านเรา…ลงจากรถไฟเล็ก ก็รีบกรูลงมาที่ชานชาลา มีตู้ขายตั๋วอัตโนมัติ เรียงกันเป็นตับราวๆ สิบกว่าตู้…แม่เจ้า ภาษาท้องถิ่นทั้งนั้นเลย….แต่พอเงยหน้าขึ้นไปดูผังรถไฟ น้องปุ้มแทบตาถลน เพราะมันดูแล้วเข้าใจยาก (จริงๆผมตาถลนกว่าอีกนะ)…ผังรถไฟฟ้า รถใต้ดินบ้านเราดูเป็นเด็กอนุบาลไปเลย ยิ่งชื่อสถานี ยิ่งไปกันใหญ่ นี่ขนาดผมผูกพันกับชื่อภาษาญี่ปุ่นมาเยอะแล้ว มาเห็นของจริงครั้งแรก ก็เข่าอ่อนไปเลย

    หลังจาก น้องปุ้ม ค้นดูชื่อที่พักคืนนี้ สักพักใหญ่ ก็ยังหาไม่เจอ คณะเราต้องรีบขึ้นเพื่อจะไม่ให้ตกรถไฟ รถไฟจะหมดตอนห้าทุ่มกว่าๆ ยิ่งรีบ ยิ่งลนลาน ชาวคณะพยายามสงบสติ ไม่ให้หล่อนรู้….”โทรหาหัวหน้าสิ”  “โทรแล้วค่ะ แกไม่รับสาย…!!!” “อ้ะ เห็นแล้ว ต้องไปลงที่ นัมบะ”  “..มาๆๆๆๆ เอาเหรียญหยอด กดปุ่ม” “….อ้าว  แล้วไงต่อ ทำไมไ่ให้กดล่ะ ” กดไปไฟไม่ติด…ทำไงล่ะที่นี้ ผมพยายามเบียดไปดู คนญี่ปุ่นข้างๆ ว่า เค้ากดอะไรบ้าง…. “อ๋อ ไม่ได้กดปุ่มระบุจำนวนตั๋วนี่เอง” …สุดท้ายกว่าจะควานหาวิธีซื้อตั๋วจากตู้ เล่นเอาเหงื่อตกทั้งๆที่อากาศเย็นสบายมากๆ…และแล้วชาวคณะทั้งเจ็ดชีวิต ก็สามารถขึ้นรถไฟญี่ปุ่นครั้งแรกได้แบบเฉียดฉิว…..ได้ชมวิวโอซากะตอนกลางคืนปลอบใจ…

    …….อ้ะ อ้ะ !!!!! บางคนในคณะตะโกนบอก(ด้วยท่าทาง) คนญี่ปุ่นมีมารยาทครับ เขาไม่คุยกันเสียงดัง…เข้าเมืองญี่ปุ่น ต้องทำตัวญี่ปุ่นตามเมือง  จริงๆ เราต้องลงสถานี เมื่อกี้เพื่อเปลี่ยนเส้นทางครับ อาจารย์….!!!!

    …….ผม (เหวออออออ……ในใจ)…..โปรดติดตามตอนต่อไป

    ขอรับรองว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นเหตุการณ์จริง แม้จะต้องใช้นามสมมุติก็เถอะ**

     
  • icez_theseries เวลา 9:47:24 pm on Sunday ที่ 11 June 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    ไม่รู้ว่าจะไปไหน?? แนะนำให้ไป"น่าน"น่ะสิ 

    รูปเที่ยวน่าน

     
  • Fongbeer

    Fongbeer เวลา 9:44:38 pm on Sunday ที่ 11 June 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    มอคค่า&ลาเต้ หมาน้อยที่เป็นมากกว่าสัตว์เลี้ยง 

    FB_IMG_1490149530037
    มอคค่า…ลาเต้… ทุกคนได้ยินคำนี้คงนึกถึงกาแฟ

    แต่สำหรับฉันแล้ว….ชื่อนี้คือชื่อของลูกสาว ลูกชาย 4ขา🐶🐶🐶

    ฉันได้มอคค่ากับลาเต้  เป็นของขวัญวันเกิดจากแฟน ก่อนหน้านี้ฉันชอบบอกเขาตลอดว่าอยากเลี้ยงหมา..เพราะเดิมแล้วฉันเป็นคนชอบเลี้ยงสุนัขมากๆ ตั้งแต่เด็กๆ แต่ด้วยภาระงานและการอาศัยอยู่อพาทเมนต์ทำให้ไม่สามารถเลี้ยงสุนัขได้ เมื่อเราย้ายออกมาเช่าบ้านอยู่จึงเป็นโอกาสเหมาะที่ทำให้เรามีพื้นที่เลี้ยงสุนัข….

    เราเดินสายหาดูสุนัขหลายสายพันธุ์แต่ก็ไม่ถูกใจ(บวกกับราคาบางสายพันธุ์ค่อนข้างสูง…ตังค์ไม่พอ อิอิ) สุดท้ายก็ไม่ได้สุนัขสักตัว

    เราเลยตกลงกันว่า…ขอให้เป็นสุนัข พันธุ์อะไรเราก็เลี้ยงเนาะ ถึงแม้พันธุ์จะไม่แพงอะไร….จนวันหนึ่งเหมือนสวรรค์เข้าข้าง คนรู้จักของแฟนโพสว่ามีสุนัขเกิดใหม่หลายตัวอยากได้บ้านใหม่ เราก็เดินทางไปทันดี พอไปถึงดีนะแม่ของเด็กๆสุนัขตัวน้อยๆไม่อยู่ ทำให้เรากล้าเข้าไปเล่นกับเด็ก

     

     
  • Kin Adireg เวลา 4:53:45 pm on Thursday ที่ 25 May 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    เรียนรู้ดูพระเครื่อง ปฐมบท 

    สวัสดีทุกท่านวันนี้จะขอกล่าวถึงอีกหนึ่งแขนงของสังคมที่ไม่ค่อยมีใครกล่าวถึงคือวิชาชีพที่ไม่ได้มีการบันจุไว้ในหลัดสูตรการเรียนการสอน แต่เป็นวิชาชีพที่หลายๆคนใช้หาเลี้ยงชีพมานานคู่กับคนไทย นั้ก็คือ “อาชีพเซียนพระ” อาชีพนี้ฟังดูแล้วในสายตาผู้คนในสังคมหลายๆคนคงคิดว่าเป็นพวก ซื้อพระขายพระ หลอกลวงไปวันๆ นั้นก็เป็นข้อเท็จจริงในส่วนหนึ่งของสังคมทุกสังคมที่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดแต่ตนในสังคม นักเลง นักต่อสู้ ผู้รู้ ต่างเข้าใจดีว่าไม่ได้มีแค่นั้น อาชีพเซียนพระเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่หลายๆคนใผ่ฝันว่าสักวันเราอาจได้เป็นเซียนใหญ่ ในอาชีพนี้เป็นอาชีพที่ผมเองบอกได้เลยว่าเป็นอาชีพของคนเก่งเท่านั้นครับเพราะอาชีพนี้เป็นอาชีพของผู้รู้เท่านั้นที่จะอยู่รอดได้

    ก็แล้วอย่างไรละครับที่จะสามารถยืนอยู่บนขาของเราได้ การที่เราจะสามารถอยู่ในสังคมนี้หรือมีรายได้จากอาชีพนี้ต้องเริ่มจากตัวเราเองก่อนครับว่าเรานั้นมีความชอบในเรื่องการสะสมพระเครื่องหรือไม่ ถ้ามีจงถามตัวเองก่อนครับว่าทำไมเราถึงคิดริเริ่มที่จะสะสมพระ ส่วนตัวผมเอง มีความศรัธทาและเชื่อมั่นในพุธคุณของพระเครื่องและเครื่องรางที่จะสามารถช่วยหรือบันเทาความทุกข์ร้อนจนถึงกระทั่งดลบันดาลสิ่งดีๆให้เข้ามาในชีวิตได้ จึงเริ่มคิดที่จะสมและเริ่มสะสมอย่างจริงจัง

    การสะสมพระเครื่อง

    1.ต้องมีความชอบ

    2.ต้องมีเพื่อนหรือแวดวงหรือวงการ

    3.ต้องมีตำรา

    4.ต้องมีอาจารย์

    5.ต้องมีต้นแบบทั้งของแท้และของเก๊

    6.ต้องมีปัจใจหรือทุน

    7.ต้องมีความกล้าได้กล้าเสีย

    8.ต้องเป็นคนช่างสังเกตุ

    9.ต้องมีความนอบน้อมถ่อมตน

    10.ต้องมีบุญบารมี

     

     
c
เขียนโพสต์ใหม่
j
โพสต์ต่อไป / ความคิดเห็นต่อไป
k
โพสต์ก่อนหน้า / ความคิดเห็นก่อนหน้า
r
ตอบกลับ
e
แก้ไข
o
แสดง / ซ่อนความคิดเห็น
t
ไปที่ด้านบนสุด
l
เข้าสู่ระบบ
h
แสดง / ซ่อนความช่วยเหลือ
shift + esc
ยกเลิก