Updates from กันยายน, 2017 สลับแสดงความคิดเห็น

  • manmakk เวลา 4:11:26 pm on Thursday ที่ 14 September 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    จะเป็นไข้แล้วกินยาดักไว้ก่อนได้หรือไม่ ?? 

       health.haijai.com

          ในช่วงฤดูฝนมักเป็นช่วงที่เรามักจะป่วยเป็นไขหวัดกับบ่อยมากๆ ซึ่งบางคนอาจจะรู้ตัวดีเลยว่าหากตากฝนไปแล้ว จะต้องเป็นหวัดอย่างแน่นอน จึงมีคำถามมากมายอยู่ในใจของพวกเราอย่างแน่นอนเลยว่า หากรู้ตัวว่าจะเป็นหวัดภายในอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้ เราสามารถกินยาแก้หวัดหรือยาลดไข้ดักรอไว้ได้หรือไม่ วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจนั้นให้กับทุกคนๆได้เข้ามาดูกัน

          การกินยาพาราเซตามอลหรือยาแก้ไข้ต่าง ๆ เป็นการรักษาอาการปวด ลดไข้ ลดอาการคัดจมูก ไม่ได้มีฤทธิ์ป้องกันอาการป่วยเลย ฉะนั้นการกินยาพวกนี้เข้าไปก็จะทำให้ให้ไรค่ามากๆ เพราะหากว่าเป็นยาที่ช่วยป้องกันอาหารไข้หวัด บอกได้เลยว่ายากพวกนี้จะเป็นยาที่เป็นอันตรายต่อร่างกายและเป็นอันตรายต่อภูมิต้านทานกับร่างกายเรา ทางการแพทย์จึงไม่ผลิตมันออกมาก เพราะฉะนั้นการรับประทานยาลดไข้หรือยาพาราเซตามอล ไม่สามารถป้องกับการเป็นหวัดได้

          หากใครที่ต้องการจะป้องกันหวัดหรือไข้ให้รู้ว่าจะต้องเป็น สมุนไพรและการเพิ่มภูมิต้านทางด้วยวิตามิน จะช่วยคุณได้มากที่สุด โดยเฉพาะการดื่มน้ำในปริมาณมากๆ หรือรับประทานผลไม้ที่มีวิตามิน C สูง จะช่วยให้คุณไม่ป่วยเป็นไข้หวัดได้ง่ายๆ แถมยังช่วยให้ร่างกายของคุณสามารถมีภูมิต้านทานโรคอื่นๆได้เป็นอย่างดีอีกด้วย หรือใครที่กำลังป่วยเป็นโรคหวัดหรือไข้หวัด การดื่มน้ำปริมาณมากๆและรับประทานผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงๆ ก็จะช่วยให้คุณสามารถหายป่วยได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน

     
  • Kin Adireg

    Kin Adireg เวลา 3:35:22 pm on Wednesday ที่ 13 September 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    เรียนรู้ดูพระเครื่องกับพื้นฐานของพระหล่อ 

    สวัสดีทุกท่านครับวันนี้ผมจะมาเล่าถึงประสพการณ์การดูพระหล่อว่าผมมีหลักในการดูอย่างไรครับ หลักในการดูของผมนั้นได้มาจากการนำข้อเท็จจริงในการหล่อพระที่ได้รับการถ่ายทอดจากอาจารย์หลายท่านมารวบรวมเป็นพื้นฐานในการพิจารณาครับ

    การทำพระหล่อขั้นตอนแรกก็ต้องเป็นการออกแบบรูปทรงตามต้องการแล้วนำมาแกะแม่พิมพ์ ที่จะมาเป็นแบบทำหุ่นเทียนบางช่างก็ใช้ไม้นำมาแกะเป็นแม่พิมพ์ บางช่างก็ใช้หินลับมีดตามแต่ถนัดของช่าง เมื่อได้แม่พิมพ์แล้วช่างก็จะนำขี้ผึ้งมาปั้นแล้วอัดลงในแม่พิมพ์ ถ้าเป็นแม่พิมพ์หน้าเดียวเมื่อแกะพิมพ์ออกมาแล้วส่วนใหญ่ช่างก็จะดามหุ่นเทียนด้วยขี้ผึ้งอีกข้างหนึ่งเพื่อมิให้หุ่นแตดหักทำให้หุ่นมีตวามแข็งหนา จึงเห็นได้ว่าพระหล่อโบราณส่วนมากจะมีรอยประกบที่เกิดจากการดามหลังพระนั่นเองครับ ส่วนพระที่มีสองหน้าคือมีหน้ากับหลังช่างก็จะนำมาประกบเข้าด้วยกันส่วนที่เป็นรูปหล่อก็ทำเช่นเดียวกันครับ

    หลังจากที่ได้หุ่นเทียนที่ทำการติดก้านช่อจากขี้ผึ้งมาแล้วช่างโบราณก็จะนำเอาดินน้ำมูลวัวมาทาทับหลายๆชั้นจนหนาได้ที่แล้วจึงเอาดินมูลวัวมาพอกทับแล้วพอกทับด้วยกรวดทรายหรือสมัยนี้อาจจะใช้ปูนพอกทับอีกทีหลังจากนั้นก็ปล่อยทิงจนแห้ง เมื่อได้ช่อชนวนที่พอกดินแห้งแล้วช่างก็จะมาทำการสำรอกขี้ผึ้งออกโดยวิธีอุ่นหุ่นด้วยความร้อนขี้ผึ้งจะละลายสำรอกออกมาทำให้ภายในกวงพร้อมที่จะเทโลหะลงไป แต่ก่อนที่จะเทโลหะช่างจะต้องอุ่นหุ่นเทียนให้มีความร้อนพอเหมาะที่จะไม่ทำให้หุ่นแตกหรือเกิดการหดตัวอย่างรวดเร็วของโลหะหลังจากนั้นจึงเทน้ำโลหะที่หลอมเหลวแล้วลงไปน้ำโลหะเหล่านี้ก็จะไหลแทรกไปตามสายช่อชนวนจนเต็มช่องโหว่แทนที่ขี้ผึ้งที่สำรอกออกมา

    เมื่อวิธีการเทหล่อเสร็จหุ่นเย็นเรียบร้อยแล้วช่างก็จะนำมาทุบแกะดินกรวดทรายที่พอกออกตัดก้านช่อชนวนตกแต่งด้วยตะไบหยาบ ละเอียดหรือลงน้ำยาขัดแล้วแต่ตามต้องการครับ ตอนนี้เรามาสังเกตุดูนะครับว่าพระที่เกิดจากการหล่อจะมีลัดษณะอย่างไรบ้างครับ

    1.เนื้อของพระอาจมีหลายเนื้อแต่ลักษณะผิวของพระจะไม่มีทางเรียบตึงได้ตลอดทั่วทั้งองค์แน่นอนครับจะต้องมีรอยตะปุ่มตะป่ำ เป็นเม็ดเล็กบ้างใหณ่บ้าง เป็นหลุมเป็นบ่อเล็กบ้างใหญ่บ้างหรือบางองค์อาจมีเนื้อเกินซึ่งเกิดจากกรรมวิธีการหล่อการเทบ้างนะครับ

    2.ในด้านองค์ประกอบของพิมพ์ทรงจะต้องเหมือนกันทุกประการครับเพราะมาจากแม่พิมพ์เดียวกันต้องเหมือนกันจะผิดเพี้ยนไปไม่ได้ครับส่วนที่จะผิดเพี้ยนไปได้ก็จะต้องเกิดมาจากธรรมชาติการหล่อ เช่นหล่อไม่ติด เกิดเนื้อเกินมาปิดทับ เกิดรอบบุ๋มรอยบ่อ วึ่งทำให้องค์ประกอนนั้นไม่ติดหรือไม่ชัดก็อาจเป็นได้ครับ

    3.พระหล่อทุกองค์จะต้องมีคราบขี้เบ้าดินผุ่นเม็ดกรวดทรายให้เห็นไม่มากก็น้องหรืออาจเห็นร่องรอยของการหลุดร่อนออกไปทุกองครับ

    4.ทางด้านข้างจะต้องพบร่างรอยของการหล่อแบบประกบให้เห็นทุกองค์ รอยต่อก้านช่อชนวน การตัดก้านชนวน ร่องรอยการแทงตะใบตกแต่งเก็บงานความเรียบร้อยจะต้องมีให้เห็นไม่มากก็น้อยครับและจะต้องจดจำรอยตะใบเบอร์ตะใบให้แม่นยำถือเป็นการช่วยการพิจารณาได้ดีครับ

    5.สุดท้ายจะต้องสามารถพิจารณาถึงอายุของโลหะได้ว่ามีความเก่าขนาดไหน สนิมโลหะไดจะมีวรรณะสีใดการทำปฏิกริยาทางอ๊อกไซที่มีผลกับสถาพโลหะเป็นอย่างไร หวังว่าบทความนี้คงมีประโยชน์แก่ทุกท่านไม่มากก้น้อยครับ

     

     

     

    17522553_1952607891625433_4104181520034006975_n 17991910_1959554157597473_7345000647731119167_n 18446793_1969386416614247_1928413143909765213_n 18740261_1982060012013554_1524187433824336327_n 18765725_1982059955346893_6358655228046276315_n 11 33 123 868 17361736_1939614762924746_3794356628484485594_n 17426320_1939614779591411_4647296215286098788_n 18301660_1968085543411001_7361090680899504112_n 18446546_1973703196182569_870366388830316694_n 18485836_1973705102849045_5302535563538088884_n 18766092_1982060318680190_6276861209118345258_n 18835620_1984453475107541_101908008231012851_n 18839000_1982059978680224_8704868902849586523_n

     
  • Kin Adireg

    Kin Adireg เวลา 4:51:27 pm on Tuesday ที่ 12 September 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    เรียนรู้ดูพระเครื่องเมืองสมุทรสาคร 

    สวัดดีทุกท่านครับวันนี้เราจะมาคุยถึงเรื่องพระเครื่องเมืองสมุทรสาครกันครับ เมืองนี่ในสมัยก่อนเรียกว่าเมืองสาครบุรีเป็นเมืองท่าอีกเมืองหนึ่งที่มีความสำคัญในการพานิชย์ จึงมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ในสมับโบราณจึงมีชุมชนต่างๆตั้งขึ้นแล้วก็มีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจก็คือวัดนั้นเองครับ วัดในสมุทรสาครถือว่าเป็นวัดที่มีเกจิอาจารย์ขมังเวทย์อยู่หลายท่านครับ เช่น หลวงพ่อรุ่งวัดท่ากระบือ หลวงปู่รอด วัดบางน้ำวน หลวงพ่อเฮง วัดบ้านขอม หลวงพ่อเชยวัดเจษฎาราม หลวงปู่นิล วัดตึก หลวงปู่แก้ววัดช่องลม หลวงพ่อสายวัดหนองสองห้อง หลวงพ่อทองอยู่วัดหนองพระองค์ และอีกมากมายที่มิอาจบรรยายได้หมด

    ซึ่งทุกเกจิอาจารย์ที่ได้กล่าวมาแล้วล้วนแต่มีเครื่องรางของขลังที่สร้างขึ้นถึงปัจจุบันนี้บางอย่างมีราคาที่ค่อนข้างสูงมากเกินกว่าจะเอื่อมได้ถึงแล้วครับแต่ทุกอย่างก็อยู่อที่บุญวาสนาของทุกท่านนะครับบางที่พระอาจแพงมากแต่ท่านก็ยังซื้อมาได้ในราคาที่ไม่แพงอย่างที่คิดครับ ในวันนี้ผมจะนำภาพพระเครื่องที่ผมสะสมไว้ออกมาให้ชมเพื่อหวังประโยชน์ในการศึกษาและเป็นแนวทางในการสะสมต่อไปครับ

    18300812_1968225420063680_2625357885843967701_n                 16195162_1908765609342995_8839386286194559885_n 18301475_1968224926730396_839666130278515487_n                   18301884_1968225613396994_7661016884557726260_n 18403061_1968225310063691_4742744243264604976_n                   18342496_1968285176724371_197123777794899572_n18342494_1968285160057706_4826871326612586602_n

     
  • SomTeprada เวลา 4:03:05 pm on Monday ที่ 11 September 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    งานอดิเรกที่หายไปนาน 

    เมื่อสมัยวัยละอ่อน เคยจับเจ้างานอดิเรกชิ้นนี้อยู่พักนึง ได้กล่องจากต่างประเทศที่ป้าส่งมาให้กล่องหนึ่ง อ้อนแม่ซื้อให้สองสามกล่อง แต่ต่อได้ไม่เท่าไร ก็วางมือ

    เห็นคำว่าต่อ ใช่ มันคือ jigsaw นั่นแหละ สมัยก่อน หาลายสวยๆ ยากมาก ของต่างประเทศก็แพงเกินเด็กมัธยมจะซื้อมาต่อเองได้ เลยเลิกต่อมาเกือบสิบปี

    จนวันหนึ่งนึกยังไงไม่รู้ จู่ๆ เกิดคิดถึงขึ้นมา เลยค้นหาร้านที่ขายจากอากู๋ จนเจอร้านแถววังหิน ลาดพร้าว “ปัตโตะจัง” ได้มา 1000 ชิ้น อีกทีเจอพิกัดห้างเครือเซ็นทรัลที่แว่วว่ามีขายอยู่เหมือนกันในแผนกของเล่น ได้มา 1 กล่อง 500 ชิ้น

    กลับบ้านมาเลยจัด 500 ชิ้นก่อน ฟื้นทักษะซะหน่อย

    เออ ยังสนุกได้อยู่นะ —-

     
  • EnJoY EaTinG เวลา 8:54:07 pm on Wednesday ที่ 6 September 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    มินิโรล วนิลาครีมชีส 7-11 ENJOYEATING 

    DSC_5886  DSC_5887  DSC_5888  DSC_5889

    วันนี้จะพาเพื่อนๆ ไปชิมมินิโรลวนิลาครีมชีสของ 7-11 กัน

    แพคเกจจิ้งดูหรูหราด้วยสีทอง ฝาปิดใสทำให้เห็นขนมข้างในชัดเจน หนึ่งกล่องมี 4 ชิ้นแบ่งกันให้ลงตัวนะ ไม่ต้องแย่งกัน 555

    เนื้อเค้กโรลนุ่มละมุนลิ้น และไส้ครีมชีสรสวนิลา ซึ่งมีกลิ่นวนิลาอ่อนๆ กำลังดี ดีจนฟูจึงละลายในปาก เนื้อครีมชีสบางเบา เมื่อกินกับเค้กโรลแล้วถือว่าโอเครเลยทีเดียว

    ควรแช่เย็นก่อนกินเพือความอร่อยและครีมชีสจะได้ไม่ละลายซะก่อน

     
  • EnJoY EaTinG เวลา 8:31:57 pm on Tuesday ที่ 5 September 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    Matcha White Chocolate Affogato Starbucks EnJoYEaTinG 

    อากาศร้อนๆ แบบนี้ทำให้นึกอยากกินน้ำปั่นหวานเย็นสดชื่นคลายร้อนสักแก้ว ยิ่งตอนนี้มีเมนูใหม่จากสตาร์บัคทำให้เราอยากลองมาก

    Matcha White Chocolate Affogato 🍵🍫

    แค่ชื่อก้ออลังการแล้ว รสชาติจะเวอร์วังขนาดไหนต้องลอง…

    DSC_5911

    ดูจากชื่อแล้วนึกถึงชาเขียวและไวท์ช็อก แต่ปรากฏว่าเมนูนี้เน้นไปที่กาแฟซะมาก ทั้งมอคค่าและเอสเพรสโซ ☕️ ที่ผสมผสานกับไวท์ช็อกและกรีนทีช็อตอย่างลงตัว

    แต่ที่เด็ดและแปลกใหม่คงจะเป็นวิปครีมชาเขียวววววที่บอกเลยว่าอร่อยมาก หอมกลิ่นชาเขียว 🍵

    เราว่ารสชาติอร่อยกลมกล่อมลงตัว ไม่เน้นโดดไปที่อย่างใดอย่างหนึ่ง มีความเข้มข้น ดีงามพระรามแปดมากคร่า 😁

     

     

     
  • Shin28

    Shin28 เวลา 3:52:03 pm on Thursday ที่ 17 August 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    ชำแหละ เจแปน 3 เช้าตรู่ในโอซากะ 

    เท่าที่จำไดัมีรายการทีวีรายการหนึ่งเคยนำเสนอส้วมรุ่นใหม่ ที่ถือเป็นสิ่งประดิษฐ์สำหรับยุคสมัยก็ว่าได้. ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้มาเห็นและได้ใช้ ในห้องพักธรรมดาๆแบบนี้. หน้าตาเจ้าชักโครกรุ่นประหยัดนี้ ดูไม่ต่างจากรุ่นธรรมดาที่เห็นกันทั่วไปในบ้านเรา. เพียงแต่ตรงด้านบนมีก๊อกน้ำ ไว้สำหรับล้างมือเมื่อเราล้างมือแล้วน้ำที่ล้างมือจะเอาไปใช้ที่ถังชักโครกด้านล่างอีกที. ทีนี้มาถึงทีเด็ดด้านขวามือมีกล่องสีขาวๆขนาดประมาณรีโมทแปะอยู่มีภาษาอังกฤษเอ้ย ภาษาญี่ปุ่นกำกับพร้อมภาพสัญลักษณ์. ต่อให้เราไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นก็เดาจากภาพออกว่า ปุ่มไหนทำหน้าที่อะไร. ครับที่นี่เขาเลิกใช้สายชำระกันไปนานแล้วล่ะครับราวๆยี่สิบปี ส้วมมาตรฐานญี่ปุ่นยุคนี้จึงมีระบบชำระล้างแบบกดปุ่มกันทุกบ้าน พร้อมระบบเป่าลมให้แห้งเป็นระบบเสริม. ราคาก็คงไม่แพงมากเนื่องจากผลิตกันจำนวนมาก. มารู้ที่หลังว่าในบ้านเราก็มีเข้ามาแล้วแต่เนื่องจากราคาแพงและมีประกันแค่ปีเดียว. เลยไม่ได้รับความนิยม. ตอนแรกผมนึกในใจว่าเกิดนั่งไปแล้วมันเสียหรือฉีดน้ำไม่ออกจะทำไงหว่า. ลองกดดูดีไหม ถ้ากดแล้ว เกิดน้ำแรงมิพุ่งมาโดนน้ำเอาสิ. สุดท้ายผมก็ปลดทุกข์แรกในญี่ปุ่นสำเร็จอย่างนุ่มนวล.

    คืนแรกในญี่ปุ่นของผมก็ราบรื่นตลอดคืนไม่มีสะดุดตรงไหน. กังวลนิดๆว่าจะมีผีไร้หน้ามานอนเตียงข้างๆไหมเนี่ย. แถมมีเสียงการ้อง เป็นเสียงประกอบแทนเสียงหมาหอน. กา. กา. กา. เช้าวันแรกในญี่ปุ่น. ตีห้าในเดือนพฤษภาคมฟ้าสว่างเหมือนเจ็ดโมงบ้านเรา ผู้คนออกจากบ้านเพื่อไปทำภาระกิจของใครของมัน. ผมล้างหน้าล้างตาแล้วจัดการกับมื้อเช้า. เอาโซบะใส่เตาไมโครเวฟทั้งซองแล้วมันก็พองขึ้นๆ จนน่ากลัวจะแตกตูม ผมรีบปลดล็อคแล้วเอาออกมา. ทั้งกลิ่นและรสชาดพอจะรองท้องแก้ขัดได้ไม่เลว. หลังจากนั้นก็ไปสมทบกับชาวคณะที่หน้าห้องพัก อาจารย์ดีกับคณะมารออยู่แล้ว ทราบมาว่าท่านนัดกับเพื่อนให้มารับของฝาก. เพื่อนของอาจารย์ดี เป็นประธานโรตารี่ฯ ไปเมืองไทยปีละหลายครั้ง ทุกครั้งจะนำเงินบริจาคไปให้โรงพยาบาลที่ขาดแคลนอุปกรณ์ เป็นประธานบริษัทธุรกิจด้านการศึกษา. ชื่อ คุณโอกาโมโตะ. พอคุณโอกาโมโตะมาถึงก็ทักทายพวกเราด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แกสวมเสื้อยืดฮาร์ดร็อคคาเฟ่ สาขาแบงค้อก ไว้ด้านใน สวมทับด้วยแจ็คเก็ตสีขาว กางเกงสีอ่อนๆดูสุภาพแต่เท่ห์สุดขีด ด้วยวัย66ปี ประมาณจิ้กโก๋รุ่นแรก คุณโอกาโมโตะ เสนอตัวจะพาชาวคณะเราเที่ยวโอซากะในวันนี้ พร้อมกับโชว์ตารางและแผนการเดินทางตลอดวัน มีลายมือกำกับในแผนการเดินทาง. พี่แกทำการบ้านมาอย่างดี (ทำไมโชคดีอย่างงี้นะพวกเรา) แต่……… รถของพี่แกนั่งได้แค่หกคน นั่นหมายความว่าพวกเราสองคนจะอด. ไม่ได้ไปเที่ยวกัน. ต้องจับไม้สั้น ไม้ยาวไหมเนี่ย. เอาล่ะสิครับ. พี่. น้องงงงงง

     
  • Shin28

    Shin28 เวลา 3:49:56 pm on Thursday ที่ 17 August 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    ชำแหละ เจแปน 2 มื้อแรก และคืนแรกในโอซากะ 

    หลังจากขึ้นรถไฟขบวนเกือบสุดท้ายเพื่อมาที่พัก. (ภาษาญี่ปุ่นเรียก. Ryokan แปลว่าโรงเตี๊ยม )ตามข้อมูลของ อาจารย์ปุ้ม เป็นอพาร์ทเม้นท์แบ่งให้เช่ารายวัน มีห้องละสองเตียง มีตู้เย็นและเตาไมโครเวฟพร้อมประกอบอาหาร”.แต่ขนาดเล็กนะคะ.” อ.ปุ้มสำทับทิ้งท้าย. ในที่สุดรถไฟก็จอดป้ายสุดท้ายแต่ไม่ใช่ป้ายที่เราต้องการลง. หมายความว่าเราพลาดอะไรสักอย่าง. ทีมงานบางคนช่วยกันดูป้ายสถานที่. เปิดแผนที่ในโทรศัพท์เพื่อตรวจเช็ค. ทันใดนั้นเอง. สุภาพสตรีชาวญี่ปุ่นแต่งเครื่องแบบเหมือนเจ้าพนักงานบริการบนรถโดยสาร เธอสวมถุงมือสีขาวท่าทางสง่า ดูเป็นทางการมากแม้ว่าเวลาใกล้จะเที่ยงคืนเต็มที่. เราเข้าไปสอบถามถึงบริเวณที่เราต้องการไป หล่อนผายมือไปที่รถคันเดิมที่คนเริ่มลงจากรถไปหมดแล้ว. คนกลุ่มใหม่เริ่มขึ้นบนรถ. เราต้องนั่งรถย้อนไปหนึ่งสถานีแล้วลงเดินอีกประมาณห้านาทีก็ถึง. หล่อนโค้งคำนับตามมารยาทชาวญี่ปุ่นก่อนจาก. ผมมองหล่อนเดินลงสถานีไป คิดในใจว่านี่คงเป็นภาระกิจสุดท้ายของเธอในวันนี้แล้วสินะ

    เมื่อรถไฟจอดเราช่วยกันดูแลข้าวของ บางคนก็อาสาถือกระเป๋าให้สตรีสูงวัยดูท่าทางเป็นมิตร ทราบภายหลังว่าท่านเป็นผู้ดูแลโครงการฯที่พวกเรามาครั้งนี้. สมมุติว่าชื่อ อาจารย์ดี ละกันนะครับ. เราเดินลงบันไดมาถึงชั้นล่าง. เห็นคนจรจัด นั่งก้มหน้าอยู่บนฟุตบาท “อ๋อสายสืบน่ะพี่” บัดดี้ผมบอก “คงขึ้นกับโรงพักแถวนี้แหละ”. ถัดไปสักพัก เห็นชายชราสูงวัยถือถุงพลาสติคใบใหญ่ ในนั้นมีกระป๋องเครื่องดื่ม. ขวดน้ำเปล่า. แกเดินไปคุ้ยที่ถังขยะหน้าร้านสะดวกซื้อ หยิบกระป๋องเปล่าใส่ในถุงของแก แล้วเดินถ่อมๆลับสายตาไป. ” ผิดค่ะ. ผิด” “เรามาผิดทางค่ะ” อ.ปุ้มบอก เราต้องย้อนกลับไปที่สถานีแล้วเดินไปอีกทางค่ะ. สายสืบยังนั่งก้มหน้าที่เดิม.ระหว่างทางผ่านร้านราเม็งที่มีป้ายโฆษณาหน้าร้านเป็นภาษาไทย ผมนึกในใจว่าอย่างน้อยคงสั่งอาหารได้ง่าย. ทันใดนั้นมีสาวน้อยหน้าตาดีโผล่ออกมาเชิญเราเข้าไป ผมชะโงกดูในร้านที่ไม่ใหญ่นัก. มีคนท้องถิ่นนั่งกันอยู่ เราก็เลยถือโอกาสถามทาง. “อุ้ยขอโทษค่ะ.” เมื่อกี้ถูกทางแล้วค่ะ. แฮะๆ”. เราเดินผ่านสายสืบสามครั้ง. คืนนี้เค้าคงกลับไปรายงานว่าเหตุการณ์ปกติครับ. ยกเว้นมีกะเหรี่ยงหลงทางมาเจ็ด แปดคน เดินไปอีกนิดก็ถึงแล้วค่ะ. แต่แถวนั้นคงไม่มีอะไรกิน. เราหาร้านอะไรกินกันก่อนเข้าที่พักดีกว่านะคะ. ตกลงตามนั้น เราต้องแยกเป็นสองกลุ่มเพราะร้านร้านราเมงเป็นร้านเล็กๆ. ส่วนอีกร้านก็ไม่ใหญ่ไปกว่ากันมากนัก. ผมเลือกร้านที่คนเยอะกว่า.

    เปิดประตูเข้าไปมีที่ว่างสองโต๊ะ ลักษณะการตบแต่งร้าน ออกวัยรุ่นกว่า. เพลงในร้านก็เป็นเพลงวัยรุ่น. มีหนุ่มญี่ปุ่นท่าทางกึ่มๆ สวมเสื้อสีดำนั่งก้มหน้าเข้าหาผนังร้าน ค่อยๆซดราเม็งอย่างเงียบๆ. เรานั่งโต๊ะริมหน้าต่างกระจก โชคดีเมนูอาหารมีภาพประกอบ และมีภาษาอังกฤษกำกับ. ผมเลือกspicy ramen จำนวนพริก1เม็ด ตามภาพ คงหมายความว่าเผ็ดน้อย. เพื่อนร่วมก๊วนอีกสองคนเลือกสามเม็ด คือเผ็ดที่สุด. ส่วน อาจารย์อั้ม(ชื่อสมมุติอีกนั่นแหละ)เจ้าของโครงการฯที่ผมเป็นผู้ช่วย สั่งอะไรผมจำไม่ๆได้ รู้แต่ว่าแกสั่งเบิ้ลสองเลย. เล่นเอาผมตกใจเพราะราเม็ง ราคาญี่ปุ่นราคาเกือบ700เยน. ขนาดชามที่เห็นโต๊ะข้างๆนั่งซด. พี่แกคงนั่งมาสักพักยังเหลืออีกตั้งครึ่ง. หันไปดูพนักงานในร้านก็เป็นสาวน้อยหน้าตาดี(อีกนั่นแหละ). มีผู้ช่วยพ่อครัวอายุไม่น่าเกินสามสิบและพ่อครัววัยเดียวกันที่กำลังลวกราเม็งอย่างพิถีพิถัน. แต่ไม่ช้าจนเอื่อย. แล้วอาหารค่ำ. มื้อแรกในญี่ปุ่นก็ลงไปนอนอุ่นในกระเพาะของทุกคน. ดูท่าทางร้านที่ผมเลือกรสชาดน่าจะคบได้มากกว่า. พรุ่งนี้ทางที่พักมีคูปองอาหารเช้าเป็นขนมปังและน้ำส้ม. ซึ่งมีแจกแบบสุ่มๆมาให้. บังเอิญคณะของเราได้รับมาถือว่าโชคดี. แต่คงไม่อิ่ม. อ.ปุ้มเสนอว่าเราควรหาซื้ออาหารเช้าขึ้นไปเลยเพราะจะเดินลงมาหาอะไรกินตอนเช้าจะไม่ทัน.

    ผมเดินเข้าร้านสะดวกซื้อที่ใกล้ๆได้ราเม็งห่อนึง ราคา300กว่าเยน. ดูๆคงพอพึ่งพาได้พร้อมกับกาแฟกระปุก (ขวดอลูมิเนียมแบบสั้นๆ)กับโยเกิร์ต. เอาล่ะสิที่นั้ใครจะซวยนอนคู่กับผมล่ะเนี่ย. เพราะนอนกรนเสียงดังอย่างร้ายกาจ เนื่องจากชายชาวคณะนอนกรนเกือบทุกคน. อ. ปุ้มที่เป็นห่วงว่าจะเกิดสงครามย่อยๆระหว่างเสียงกรนแข่งกัน. เพื่อเป็นการตัดปัญหา เลยให้นอนแยกกันไปเลย. หน้าตาห้องพัก. ไม่ขี้ริ้วเลยล่ะครับ จัดว่าดีมากเสียด้วยซ้ำไป. ทิวทัศน์ตรงระเบียงก็ตระการตา. ด้วยหอคอยฮิตาชิ. ไหนดูห้องน้ำหน่อยสิ. ที่นี่แยกห้องสุขากะห้องอาบน้ำออกจากกัน. ตรงกันข้ามมีอ่างล้างจานและตู้เก็บของ ถัดไปเป็นตู้เย็น ส่วนนี้เขายกพื้นสูงกว่า เพื่อวางท่อน้ำ ซึ่งก็ดูสะดวกดีถ้าเกิดปัญหา ก็แค่เปิดพื้นขึ้นแล้วซ่อมได้เลย ต่างจากบ้านเราที่มักจะวางท่อทะลุพื้นลงไปชั้นล่าง. บริเวณที่นอน แบ่งสองเตียงซ้าย ขวา มีทางเดินตรงกลาง แถมอ่างล้างหน้าพร้อมกระจกและตู้เสื้อผ้าด้วย. มีทีวีจอบางวางหัวเตียง ทุกอย่างจัดวางครบถ้วนตามความจำเป็น. ผมวางกระเป๋าลงท้ายๆเตียง. แล้วเข้าห้องสุขาเพื่อจะปลดทุกข์. แต่เมื่อเปิดเข้าไป. เฮ้ยยยยย..งงงง. นี่มันชักโครกประเภทไหนกันล่ะเนี่ยยยยยย. ปวดก็. ปวด. จะถามใครก็อาย. แบบเกรงใจด้วย. ต่อตอนถัดไปละกันครับ

     
  • Nadine

    Nadine เวลา 1:55:00 am on Sunday ที่ 13 August 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    RE- Annabelle 2 creation : [สปอย+บ่น] 

    ไม่ได้รีวิวอะ บ่นเฉยๆ ดีก็อวย ไม่ดีก็จะด่าให้เสีย ตามประสาคนอย่างเราๆ 😀

    Day 1 : Annabelle 2 (เปิดด้วยหนังผีให้เหมาะกับหน้าคนอ่าน)

    มันก็สนุกดีนะคะ หลายคนบอกน่ากลัวชิปหาย แต่เราว่ามันไม่ได้เรียกว่าน่ากลัวอะ มันแค่ตกกะใจฉากจัมสแกร์รึป่าววะ ช่วงแรกของหนังบรรยากาศมันดีมากๆ เหมือนดูหนังครอบครัว เด็กทุกคนน่าตาจิ้มลิ้ม อารมณ์มันหลอนๆอยู่อ่าพวกฉากสำรวจบ้าน เจนิสอยู่คนเดียวงี้ แต่หลังๆมันเริ่มแบบซาตานจ๋าตามสูตรอะ แต่ชอบมากกว่าเรื่องอื่นในจักรวาล คือจัมสแกร์เรื่องนี้มันไม่ทำทุเรศด้วย ทุเรศของกูคือเป็นโรคจิตชอบเห็นคนดูนั่งกระตุก สะดุ้ง ในหนังมันก็จั๊มเยอะอยู่แต่มันออกมาแบบอยากโชว์วิธีหลอกไม่ใช่ตะพึดตะพือหลอกให้เมิงออกจากโรงมาบอกว่าโครตตกใจ น่ากลัวๆ เหว๊ยๆ งานภาพชอบความเก่ายุคนั้นมันดีค่ะ งานซาวด์มันดีค่ะ งานแอคติ้งมันดีมากค่ะ โดยเฉพาะน้องลูลู่กับทาลิธา ดูจบออกมาละมีอะไรให้พูดอยู่ มี end credits 2 ฉาก มันก็คือการเชื่อมเรื่องนี้กับอีก 2 เรื่อง สรุปคือกู ชอบ>ไม่ชอบ แต่น่ากลัวมั๊ย กูไม่กลัว เพราะกูน่ากลัวกว่าผีอีก ได้หรอ

    เออกูขอด่าหน่อยตัวละครทุกตัวเมิงเป็นอะไรมากป่ะ ท้าทายผีจริงๆ ใจหาญมากเลย ขนาดมีคนตายละยังอยู่ได้ โรคจิต ด่าแค่นี้แหละ จบๆ ไปดูๆ

     

     

         “You are my sunshine, my only sunshine. You make me happy when skies are gray”

     

    -ให้ 8.5 บั้ง-

     
  • Nadine

    Nadine เวลา 12:40:29 am on Sunday ที่ 6 August 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    เด็กบ้านนอก 

    1

    – ลูกสาวคนโต –

    ในครอบครัวทองมากประกอบไปด้วยนายขาว นางดอกไม้ และมีจอยที่เป็นพี่สาวคนโต เสมือนน้องชายคนกลาง และพุ่มซึ่งเป็นลูกหลงคนสุดท้ายที่อายุห่างจากจอยถึง 5 ปี จอยคิดเสมอว่าพุ่มนั้นเป็นเด็กทิ่ชิงหมามาเกิดเพราะในวันก่อนที่พุ่มได้กำเนิด ไอ้บิ๊กหมาที่เลี้ยงไว้ใต้ถุนบ้านออกลูกมา4ตัว แต่ลูกตัวที่ขนาดน้อยที่สุดกลับมีชีวิตลืมตาดูโลกได้เพียงวันเดียวเท่านั้นก็ต้องกลับไปที่ๆลอยมา และคงลอยไปเข้าท้องนางดอกไม้แล้วเกิดมาใหม่เป็นพุ่ม นางดอกไม้ต่อว่าจอยทุกครั้งที่เธอชอบเอาเรื่องนี้มาพูดเป็นเรืองตลกขบขัน จนพาลให้ไม่พอใจไปถึงพุ่ม บ่อยครั้งที่จอยชอบชวนเสมือนไปไกวแปลให้น้องสาวในเวลาที่น้องหลับกลางวัน แต่การไกวของจอยกับเสมือนมักทำให้พุ่มตื่นมาร้องกระจองเสมอ และโดนนางดอกไม้ตีสั่งสอนประจำ วันนึงเมื่อพุ่มโตได้อายุ 4 ขวบก็ได้เข้าเรียนประถมเดียวกับเสมือนและจอย ครอบครัวทองมากมีฐานะหาเช้ากินค่ำ นายขาวรับจ้างซ่อมเครื่องมือเครื่องใช้ทุกประเภท วันนึงจะมีคนนำเตียง โต๊ะ ตู้ชำรุด มาให้นายขาวช่วยซ่อมแซ่ม ค่าจ้างไม่มาก แต่ถ้าวันไหนมีคนนำหนังสือเรียนลูกหลานมาให้ช่วยซ่อมปกจอยจะดีใจเป็นพิเศษและใช้เวลาทั้งวันใต้ถุนบ้านอ่านหนังสือจนวินาทีสุดท้ายที่เจ้าของมารับคืน นางดอกไม้ไม่มีอาชีพหลัก ส่วนมากจะไปรับจ้างเก็บข้าวโพด ฝ้าย อ้อย ไปจนถึงรับจ้างเย็บผ้าที่เป็นอาชีพยอดนิยมของแม่บ้านในละแวกนั้น บ้านทุกหลังสามารถเดินเข้าไปจ้างวานเย็บ ปะ ผ้าได้เลย เช้าวันหนึ่งนางจอยเดินมาขอค่าขนมนางดอกไม้ไปโรงเรียนก่อนคนแรก

    “แม่ ขอบาทนึง”

    “ข้าก็ห่อข้าวให้เอ็งแล้ว จะเอาไปซื้อขนมละสิ”

    “งั้นฉันขอห้าสิบสตางค์ อยากกินไอติมยายจันทร์”

    “ไม่มีหรอก ไปขอพ่อเอ็งดู”

    “พ่อบอกไม่มี ให้แม่หมดแล้ว”

    เสมือนที่แต่งตัวเสร็จที่หลังมายืนแอบฟังกลยุทธ์เจรจาขอทุนกินขนมหน้าโรงเรียนหลังเลิกเรียนจากแม่ ที่ดูจะไม่ได้ผลอะไร

    จอยหมดความหวัง เดินคอตกไปใส่รองเท้าหน้าบ้าน ได้ยินแว่วๆว่าเสมือนก็เข้าไปขอเงินต่อ ซักพักเสมือนเดินยิ้มออกมากับเงินห้าสิบสตางค์

    “เห้ย” จอยงง

    “เมิงอะโง่” เสมือนตอบ

    “เมิงไปบอกเขายังไงได้วะ กูไปขอตั้งนาน สลึงนึงก็ไม่ได้” จอยขมวดคิ้ว เริ่มรู้สึกไม่พอใจมารดาที่รักลูกไม่เท่ากันอีกครั้ง

    “กูก็บอกว่าจะเอาไปแบ่งกะนังพุ่มมันที่โรงเรียนไง แต่กูไม่แบ่งหรอก อีพุ่มขอพ่อไปแล้วห้าสิบสตางค์”

    “งั้นแบ่งกูมั่งดิ กูไม่ได้เลยเนีย”

    “ตลกละ กูจะไปซื้อไอติมยายจันทร์กินเว้ย” เสมือนใส่รองเท้ายี่ห้อช้างดาวมรดกจากนายขาวแล้วเดินหนีจอยไปอย่างผู้ชนะ จอยรู้มาตลอดว่าแม่มักให้เงินพุ่มและเสมือนทุกครั้งที่พวกมันขอ ตลอดทั้งวันจอยอยู่กับความรู้สึกโกรธต่อนายขาวและนางดอกไม้ทำให้จอยอยากจะชนให้ไอติมรสกะทิในมือเสมือนที่เดินถือกินในมือให้ร่วงซะอดกินเสีย มันบั่นทอนให้ทั้งวันจอยไม่มีกำลังใจจะเล่นสนุกกับจวบและน้อย ครั้งนึงที่จอยจับได้ว่าตนเป็นคนเดียว ที่ไม่ได้ค่าขนมไปโรงเรียนจากนางดอกไม้ ก็ตรงเข้าไปถามแม่

    “แม่ ไหนบอกไม่มีตัง ไหงให้ไอ้เหมือนกับนังพุ่มมันได้”

    “น้องมันยังเด็ก เอ็งเป็นพี่ก็ต้องให้น้องมันกินก่อน อย่าเห็นแก่ตัวแต่เด็กสิวะ เสียสละให้น้องไม่ได้รึไง”

    “ฉันโตกว่าไอ้เหมือนแค่ปีเดียวเอง”

    “สงสัยเอ็งจะพูดไม่รู้เรื่อง ไอ้เหมือน นังพุ่มดูไว้นะ พี่เอ็งโตไปอย่าไปขอมันพึ่งพาอาศัยอะไร แค่สลึงสองสลึงมันยังงกเลย” จอยไม่รู้จะเถียงด้วยคำอะไรอีก น้ำตาคลอเดินเข้ามุ้ง เจอพุ่มในมุ้งก็ไม่อยากจะมอง

    “แม่ พี่มันไม่แบ่งผ้าห่มด้วย” …..

    เสมือนที่แต่งตัวเสร็จที่หลังมายืนแอบฟังกลยุทธ์เจรจาขอทุนกินขนมหน้าโรงเรียนหลังเลิกเรียนจากแม่ ที่ดูจะไม่ได้ผลอะไร
    จอยหมดความหวัง เดินคอตกไปใส่รองเท้าหน้าบ้าน ได้ยินแว่วๆว่าเสมือนก็เข้าไปขอเงินต่อ ซักพักเสมือนเดินยิ้มออกมากับเงินห้าสิบสตางค์
    “เห้ย” จอยงง
    “เมิงอะโง่” เสมือนตอบ
    “เมิงไปบอกเขายังไงได้วะ กูไปขอตั้งนาน สลึงนึงก็ไม่ได้” จอยขมวดคิ้ว เริ่มรู้สึกไม่พอใจมารดาที่รักลูกไม่เท่ากันอีกครั้ง
    “กูก็บอกว่าจะเอาไปแบ่งกะนังพุ่มมันที่โรงเรียนไง แต่กูไม่แบ่งหรอก อีพุ่มขอพ่อไปแล้วห้าสิบสตางค์”
    “งั้นแบ่งกูมั่งดิ กูไม่ได้เลยเนีย”
    “ตลกละ กูจะไปซื้อไอติมยายจันทร์กินเว้ย” เสมือนใส่รองเท้ายี่ห้อช้างดาวมรดกจากนายขาวแล้วเดินหนีจอยไปอย่างผู้ชนะ จอยรู้มาตลอดว่าแม่มักให้เงินพุ่มและเสมือนทุกครั้งที่พวกมันขอ ตลอดทั้งวันจอยอยู่กับความรู้สึกโกรธต่อนายขาวและนางดอกไม้ทำให้จอยอยากจะชนให้ไอติมรสกะทิในมือเสมือนที่เดินถือกินในมือให้ร่วงซะอดกินเสีย มันบั่นทอนให้ทั้งวันจอยไม่มีกำลังใจจะเล่นสนุกกับจวบและน้อย ครั้งนึงที่จอยจับได้ว่าตนเป็นคนเดียว ที่ไม่ได้ค่าขนมไปโรงเรียนจากนางดอกไม้ ก็ตรงเข้าไปถามแม่
    “แม่ ไหนบอกไม่มีตัง ไหงให้ไอ้เหมือนกับนังพุ่มมันได้”
    “น้องมันยังเด็ก เอ็งเป็นพี่ก็ต้องให้น้องมันกินก่อน อย่าเห็นแก่ตัวแต่เด็กสิวะ เสียสละให้น้องไม่ได้รึไง”

    ลูกสาวคนโต

     
c
เขียนโพสต์ใหม่
j
โพสต์ต่อไป / ความคิดเห็นต่อไป
k
โพสต์ก่อนหน้า / ความคิดเห็นก่อนหน้า
r
ตอบกลับ
e
แก้ไข
o
แสดง / ซ่อนความคิดเห็น
t
ไปที่ด้านบนสุด
l
เข้าสู่ระบบ
h
แสดง / ซ่อนความช่วยเหลือ
shift + esc
ยกเลิก