บล็อกเกอร์ Kin Adireg สลับแสดงความคิดเห็น

  • Kin Adireg

    Kin Adireg เวลา 12:18:26 am on Thursday ที่ 21 September 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    หลวงพ่อสุด วัดกาหลง รุ่นเสือเผ่น ปี2517 

    สวัสดีครับทุกท่านวันนี้เรามาคุยเรื่องพระเหรียญของหลวงพ่อ พระครูสมุทรธรรมสุนทร(สุด) วัดกาหลง กันนะครับ เหรียญหลวงพ่อสุดมีด้วยกันมากมายหลายรุ่นแต่ที่ผมจะมานำเสนอก็คือรุ่นเสือเผ่น ปี พ.ศ.2517 เป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในบรรดาเหรียญของท่าน อันเนื่องมาจากพุธคุณที่มากด้วยประสบการ์และยังเป็นเหรียญที่มีของเก๊เรียนแบบมากที่สุดอีกเหรียญหนึ่งครับตอนนี้เท่าที่ผมพบเจอมีเก๊ด้วยกันถึง 38 บ๊อค ซึ่งท่านใดจะเช่าหาไว้ครอบครองก็ต้องระวังให้จงดีนะครับ

    ส่วนเหรียญแท้ของท่านมีด้วยกัน 3 บ๊อคคือ บ๊อค A, B, C มีเนื้อเนื้อเงิน และนวะมีด้วยกันไม่เกินอย่างละ100 เหรียญ มีเนื้ออาปาก้า ทองแดง รมดำ กะไหล่เงินกะไหล่ทองมีจำนวนสร้างพอสมควร. การพิจารณาสังเกตุดูจากรอยตัดเพราะใช้ตัวตัดตัวเดียวกันทั้งหมดทุกบ๊อคทุกองค์ แต่จะมีรอยแตกที่ไม่เหมือนกันเป็นจุดสังเกตุเพื่อไว้แยกบ๊อคเท่านั้นนะครับส่วนเหรียญ

    เงิน นวะ จะต้องมีโค๊ตอุตอกที่สังฆาติทุกองค์นะครับ อาปาก้าบางเหรียญก็มีโค๊ตนะครับทองแดง กะไหล่เงิน ทอง ไฟจะไม่มีโค๊ต จดจำตัวตัดให้แม่นนะครับจะได้ไม่เสียใจขอให้ทุกท่านโชคดีขอบารมีหลวงปู้คุ้มครองครับ

    16195162_1908765609342995_8839386286194559885_n20170913_112625

    18423889_1969631629923059_3924438426974420734_n18485369_1969407333278822_7111111037449707865_n

     
  • Kin Adireg

    Kin Adireg เวลา 3:35:22 pm on Wednesday ที่ 13 September 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    เรียนรู้ดูพระเครื่องกับพื้นฐานของพระหล่อ 

    สวัสดีทุกท่านครับวันนี้ผมจะมาเล่าถึงประสพการณ์การดูพระหล่อว่าผมมีหลักในการดูอย่างไรครับ หลักในการดูของผมนั้นได้มาจากการนำข้อเท็จจริงในการหล่อพระที่ได้รับการถ่ายทอดจากอาจารย์หลายท่านมารวบรวมเป็นพื้นฐานในการพิจารณาครับ

    การทำพระหล่อขั้นตอนแรกก็ต้องเป็นการออกแบบรูปทรงตามต้องการแล้วนำมาแกะแม่พิมพ์ ที่จะมาเป็นแบบทำหุ่นเทียนบางช่างก็ใช้ไม้นำมาแกะเป็นแม่พิมพ์ บางช่างก็ใช้หินลับมีดตามแต่ถนัดของช่าง เมื่อได้แม่พิมพ์แล้วช่างก็จะนำขี้ผึ้งมาปั้นแล้วอัดลงในแม่พิมพ์ ถ้าเป็นแม่พิมพ์หน้าเดียวเมื่อแกะพิมพ์ออกมาแล้วส่วนใหญ่ช่างก็จะดามหุ่นเทียนด้วยขี้ผึ้งอีกข้างหนึ่งเพื่อมิให้หุ่นแตดหักทำให้หุ่นมีตวามแข็งหนา จึงเห็นได้ว่าพระหล่อโบราณส่วนมากจะมีรอยประกบที่เกิดจากการดามหลังพระนั่นเองครับ ส่วนพระที่มีสองหน้าคือมีหน้ากับหลังช่างก็จะนำมาประกบเข้าด้วยกันส่วนที่เป็นรูปหล่อก็ทำเช่นเดียวกันครับ

    หลังจากที่ได้หุ่นเทียนที่ทำการติดก้านช่อจากขี้ผึ้งมาแล้วช่างโบราณก็จะนำเอาดินน้ำมูลวัวมาทาทับหลายๆชั้นจนหนาได้ที่แล้วจึงเอาดินมูลวัวมาพอกทับแล้วพอกทับด้วยกรวดทรายหรือสมัยนี้อาจจะใช้ปูนพอกทับอีกทีหลังจากนั้นก็ปล่อยทิงจนแห้ง เมื่อได้ช่อชนวนที่พอกดินแห้งแล้วช่างก็จะมาทำการสำรอกขี้ผึ้งออกโดยวิธีอุ่นหุ่นด้วยความร้อนขี้ผึ้งจะละลายสำรอกออกมาทำให้ภายในกวงพร้อมที่จะเทโลหะลงไป แต่ก่อนที่จะเทโลหะช่างจะต้องอุ่นหุ่นเทียนให้มีความร้อนพอเหมาะที่จะไม่ทำให้หุ่นแตกหรือเกิดการหดตัวอย่างรวดเร็วของโลหะหลังจากนั้นจึงเทน้ำโลหะที่หลอมเหลวแล้วลงไปน้ำโลหะเหล่านี้ก็จะไหลแทรกไปตามสายช่อชนวนจนเต็มช่องโหว่แทนที่ขี้ผึ้งที่สำรอกออกมา

    เมื่อวิธีการเทหล่อเสร็จหุ่นเย็นเรียบร้อยแล้วช่างก็จะนำมาทุบแกะดินกรวดทรายที่พอกออกตัดก้านช่อชนวนตกแต่งด้วยตะไบหยาบ ละเอียดหรือลงน้ำยาขัดแล้วแต่ตามต้องการครับ ตอนนี้เรามาสังเกตุดูนะครับว่าพระที่เกิดจากการหล่อจะมีลัดษณะอย่างไรบ้างครับ

    1.เนื้อของพระอาจมีหลายเนื้อแต่ลักษณะผิวของพระจะไม่มีทางเรียบตึงได้ตลอดทั่วทั้งองค์แน่นอนครับจะต้องมีรอยตะปุ่มตะป่ำ เป็นเม็ดเล็กบ้างใหณ่บ้าง เป็นหลุมเป็นบ่อเล็กบ้างใหญ่บ้างหรือบางองค์อาจมีเนื้อเกินซึ่งเกิดจากกรรมวิธีการหล่อการเทบ้างนะครับ

    2.ในด้านองค์ประกอบของพิมพ์ทรงจะต้องเหมือนกันทุกประการครับเพราะมาจากแม่พิมพ์เดียวกันต้องเหมือนกันจะผิดเพี้ยนไปไม่ได้ครับส่วนที่จะผิดเพี้ยนไปได้ก็จะต้องเกิดมาจากธรรมชาติการหล่อ เช่นหล่อไม่ติด เกิดเนื้อเกินมาปิดทับ เกิดรอบบุ๋มรอยบ่อ วึ่งทำให้องค์ประกอนนั้นไม่ติดหรือไม่ชัดก็อาจเป็นได้ครับ

    3.พระหล่อทุกองค์จะต้องมีคราบขี้เบ้าดินผุ่นเม็ดกรวดทรายให้เห็นไม่มากก็น้องหรืออาจเห็นร่องรอยของการหลุดร่อนออกไปทุกองครับ

    4.ทางด้านข้างจะต้องพบร่างรอยของการหล่อแบบประกบให้เห็นทุกองค์ รอยต่อก้านช่อชนวน การตัดก้านชนวน ร่องรอยการแทงตะใบตกแต่งเก็บงานความเรียบร้อยจะต้องมีให้เห็นไม่มากก็น้อยครับและจะต้องจดจำรอยตะใบเบอร์ตะใบให้แม่นยำถือเป็นการช่วยการพิจารณาได้ดีครับ

    5.สุดท้ายจะต้องสามารถพิจารณาถึงอายุของโลหะได้ว่ามีความเก่าขนาดไหน สนิมโลหะไดจะมีวรรณะสีใดการทำปฏิกริยาทางอ๊อกไซที่มีผลกับสถาพโลหะเป็นอย่างไร หวังว่าบทความนี้คงมีประโยชน์แก่ทุกท่านไม่มากก้น้อยครับ

     

     

     

    17522553_1952607891625433_4104181520034006975_n 17991910_1959554157597473_7345000647731119167_n 18446793_1969386416614247_1928413143909765213_n 18740261_1982060012013554_1524187433824336327_n 18765725_1982059955346893_6358655228046276315_n 11 33 123 868 17361736_1939614762924746_3794356628484485594_n 17426320_1939614779591411_4647296215286098788_n 18301660_1968085543411001_7361090680899504112_n 18446546_1973703196182569_870366388830316694_n 18485836_1973705102849045_5302535563538088884_n 18766092_1982060318680190_6276861209118345258_n 18835620_1984453475107541_101908008231012851_n 18839000_1982059978680224_8704868902849586523_n

     
  • Kin Adireg

    Kin Adireg เวลา 4:51:27 pm on Tuesday ที่ 12 September 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    เรียนรู้ดูพระเครื่องเมืองสมุทรสาคร 

    สวัดดีทุกท่านครับวันนี้เราจะมาคุยถึงเรื่องพระเครื่องเมืองสมุทรสาครกันครับ เมืองนี่ในสมัยก่อนเรียกว่าเมืองสาครบุรีเป็นเมืองท่าอีกเมืองหนึ่งที่มีความสำคัญในการพานิชย์ จึงมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ในสมับโบราณจึงมีชุมชนต่างๆตั้งขึ้นแล้วก็มีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจก็คือวัดนั้นเองครับ วัดในสมุทรสาครถือว่าเป็นวัดที่มีเกจิอาจารย์ขมังเวทย์อยู่หลายท่านครับ เช่น หลวงพ่อรุ่งวัดท่ากระบือ หลวงปู่รอด วัดบางน้ำวน หลวงพ่อเฮง วัดบ้านขอม หลวงพ่อเชยวัดเจษฎาราม หลวงปู่นิล วัดตึก หลวงปู่แก้ววัดช่องลม หลวงพ่อสายวัดหนองสองห้อง หลวงพ่อทองอยู่วัดหนองพระองค์ และอีกมากมายที่มิอาจบรรยายได้หมด

    ซึ่งทุกเกจิอาจารย์ที่ได้กล่าวมาแล้วล้วนแต่มีเครื่องรางของขลังที่สร้างขึ้นถึงปัจจุบันนี้บางอย่างมีราคาที่ค่อนข้างสูงมากเกินกว่าจะเอื่อมได้ถึงแล้วครับแต่ทุกอย่างก็อยู่อที่บุญวาสนาของทุกท่านนะครับบางที่พระอาจแพงมากแต่ท่านก็ยังซื้อมาได้ในราคาที่ไม่แพงอย่างที่คิดครับ ในวันนี้ผมจะนำภาพพระเครื่องที่ผมสะสมไว้ออกมาให้ชมเพื่อหวังประโยชน์ในการศึกษาและเป็นแนวทางในการสะสมต่อไปครับ

    18300812_1968225420063680_2625357885843967701_n                 16195162_1908765609342995_8839386286194559885_n 18301475_1968224926730396_839666130278515487_n                   18301884_1968225613396994_7661016884557726260_n 18403061_1968225310063691_4742744243264604976_n                   18342496_1968285176724371_197123777794899572_n18342494_1968285160057706_4826871326612586602_n

     
  • Kin Adireg

    Kin Adireg เวลา 4:53:45 pm on Thursday ที่ 25 May 2017 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    เรียนรู้ดูพระเครื่อง ปฐมบท 

    สวัสดีทุกท่านวันนี้จะขอกล่าวถึงอีกหนึ่งแขนงของสังคมที่ไม่ค่อยมีใครกล่าวถึงคือวิชาชีพที่ไม่ได้มีการบันจุไว้ในหลัดสูตรการเรียนการสอน แต่เป็นวิชาชีพที่หลายๆคนใช้หาเลี้ยงชีพมานานคู่กับคนไทย นั้ก็คือ “อาชีพเซียนพระ” อาชีพนี้ฟังดูแล้วในสายตาผู้คนในสังคมหลายๆคนคงคิดว่าเป็นพวก ซื้อพระขายพระ หลอกลวงไปวันๆ นั้นก็เป็นข้อเท็จจริงในส่วนหนึ่งของสังคมทุกสังคมที่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดแต่ตนในสังคม นักเลง นักต่อสู้ ผู้รู้ ต่างเข้าใจดีว่าไม่ได้มีแค่นั้น อาชีพเซียนพระเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่หลายๆคนใผ่ฝันว่าสักวันเราอาจได้เป็นเซียนใหญ่ ในอาชีพนี้เป็นอาชีพที่ผมเองบอกได้เลยว่าเป็นอาชีพของคนเก่งเท่านั้นครับเพราะอาชีพนี้เป็นอาชีพของผู้รู้เท่านั้นที่จะอยู่รอดได้

    ก็แล้วอย่างไรละครับที่จะสามารถยืนอยู่บนขาของเราได้ การที่เราจะสามารถอยู่ในสังคมนี้หรือมีรายได้จากอาชีพนี้ต้องเริ่มจากตัวเราเองก่อนครับว่าเรานั้นมีความชอบในเรื่องการสะสมพระเครื่องหรือไม่ ถ้ามีจงถามตัวเองก่อนครับว่าทำไมเราถึงคิดริเริ่มที่จะสะสมพระ ส่วนตัวผมเอง มีความศรัธทาและเชื่อมั่นในพุธคุณของพระเครื่องและเครื่องรางที่จะสามารถช่วยหรือบันเทาความทุกข์ร้อนจนถึงกระทั่งดลบันดาลสิ่งดีๆให้เข้ามาในชีวิตได้ จึงเริ่มคิดที่จะสมและเริ่มสะสมอย่างจริงจัง

    การสะสมพระเครื่อง

    1.ต้องมีความชอบ

    2.ต้องมีเพื่อนหรือแวดวงหรือวงการ

    3.ต้องมีตำรา

    4.ต้องมีอาจารย์

    5.ต้องมีต้นแบบทั้งของแท้และของเก๊

    6.ต้องมีปัจใจหรือทุน

    7.ต้องมีความกล้าได้กล้าเสีย

    8.ต้องเป็นคนช่างสังเกตุ

    9.ต้องมีความนอบน้อมถ่อมตน

    10.ต้องมีบุญบารมี

     

     
c
เขียนโพสต์ใหม่
j
โพสต์ต่อไป / ความคิดเห็นต่อไป
k
โพสต์ก่อนหน้า / ความคิดเห็นก่อนหน้า
r
ตอบกลับ
e
แก้ไข
o
แสดง / ซ่อนความคิดเห็น
t
ไปที่ด้านบนสุด
l
เข้าสู่ระบบ
h
แสดง / ซ่อนความช่วยเหลือ
shift + esc
ยกเลิก