บล็อกเกอร์ edamcute2 สลับแสดงความคิดเห็น

  • edamcute2 เวลา 3:20:26 pm on Sunday ที่ 24 January 2016 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    ยังไงสมบัติก็ตกเป็นของปีบอยู่ดีแม่แรง 

    “โอ๊ย! ฉันไม่รู้หรอก มันจะใช้วิธีห่าเหวอะไร รู้แต่ว่ามันทำให้นังแพรตาย ได้แล้วกัน”
    เชิญน้องสาวคุณปรียางค์ศรีกลับเพราะแรงอคติของอีกฝ่าย ไม่มีสาเหตุ ไม่มีเหตุผลนอกจากความจงเกลียดจงชังที่มีต่อหลานสาว หล่อนทำราวกับต้องการ โห้กาซะลองดับแดดิ้นอยู่ตรงหน้าจึงจะสาแก่ใจ
    “คุณ…นั่นเกลียดคุณปีบมาแต่ไหนแต่ไรเลยเหรอวะศก” ผู้กองธีรัชเอ่ย ถามทันทีที่ร่างสวยสง่าเดินออกไป แทบไม่อยากเอ่ยชื่อ ไม่เคยนึกมาก่อนว่าคุณ พันธ์รพีจะดุเดือดเผ็ดมันได้ขนาดนี้ ศกรส่ายหน้า
    “เมื่อก่อนก็เคยเห็นว่าเอ็นดูดีอยู่ แต่ตั้งแต่เกิดเรื่อง คุณพันธุรพีก็ป้กอก ป้กใจว่าปีบฆ่าคุณปรียางค์ศรี”
    “ด้วยเหตุผลหวังสมบัติ”
    “ไม่ใช่หรอก ยังไงสมบัติก็ตกเป็นของปีบอยู่ดี” แม่แรงไฟฟ้า
    “แต่ก็ได้เร็วขึ้น”
    ศกรสบตาผู้บังคับบัญชา “ไม่ใช่หรอกครับ เพราะตามพินัยกรรมยังไม่ มีการระบุอะไรทั้งสิน”
    “คุณหมายความว่ายังไง”
    “ทนายดำรงจะเป็นผู้ให้คำตอบกับเราได้ครับ และถึงวันนั้นเราก็น่าจะรู้ว่า ใครคือฆาตกรที่แท้จริง”
    “ถ้าคุณกาซะลองเป็นคนฆ่า เธอก็เลีอดเย็นไม่เบา”
    ผู้อาวุโสสูงสุดเอ่ยขึ้น นั้าเสียงเจือไปด้วยความเสียดาย เคยเห็นหญิงสาว
    คนนั้นอยู่สองสามครั้ง ถึงจะสวยดุๆ แต่แววตาก็มีความเป็นมิตร1ห้กับทุกคน จนไม่อยากเชื่อว่าหล่อนจะเป็นเหมือนอย่างที่ใครกล่าวหา แต่อย่างว่า คนสมัย นี้มองกันแค่หน้าตาไม่ได้ หากมีหลักฐานว่าดาราดังคนนั้นทำผิดจริง อย่างไร กฏหมายก็ต้องลงโทษ
    “รึคดีนี้คุณคิดว่ายังไง ศกร” แม่แรง ไฟฟ้า รถยนต์
    “หลักฐานที่ผมได้มาจากบริเวณที่เกิดเหตุมันเป็นสลากของมอร์ฟินไฮโดร คลอไรด์”
    “มอร์ฟืนคลอไรด์!” ผู้กำกับฯ ทรงยศทวนถามก่อนสำทับ
    แยกย้ายกันออกจากห้องทำงานโดยผู้กองธีรัชเดินตามผู้กองศกรมาติดๆ หนุ่มหุ่นสันทัดร้องลั่นเมื่อร่างสูงใหญ่จาอ้าวๆ “จะรีบไปไหนวะศก รอกันก่อน”
    “ฉันอยู่เฉยๆ ไม่ได้แล้วเพื่อน ตอนนี้ปีบหายไป ฉันเกรงว่าเธอจะได้รับ อันตราย”
    “แล้วนายจะไปตามหาคุณปีบที่ไหน” ลากเสียงยาว นึกอ่อนใจในความ ใจร้อนของเพื่อนเกลอ ใบหน้าเข้มดูคลา…ก็คงจะคิดหนักเรื่องคุณปีบ
    ศกรส่ายหน้า ยังคิดไม่ออกว่าจะไปตามหากาซะลองได้ที่ไหน รู้แต่ว่าให้ อยู่เฉยๆ คงไม่ได้
    ” ‘ธุระ’ ที่นายให้จัดการเรียบร้อยแล้วนะ” ผู้กองธีรัชพูดยิ้มๆ แต่คนฟัง กลับใจเต้นรัว
    “คนที่นายให้ตามหาตอนนี้อยู่ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด รับรองไม’มีใครรู้” “เขาพร้อมใช่นั้ยที่จะให้ความร่วมมือทุกอย่างกับเรา” เสียงเข้มถามรัวเร็ว
    แต่ดูเหมือนยังช้ากว่าใจที่กระวนกระวายเหลือเกินกับคำตอบ
    “ใช่! แต่กว่าจะกล่อมได้ก็แทบรากเลือด” ผู้กองธีรัชร่ายต่อ
    “อย่างว่าก่อนหน้านี้ก็เกือบโดนอุ้ม คงต้องการฆ่าปิดปากเพราะกลัวแก
    จะคายความลับเรื่องอุโมงค์ อาเจ็กเลยต้องอา’กัยไหวพริบกว่าจะหนีเอาตัวรอดมา
    ได้ มาเจอเราเลยต้องกล่อมอยู่นานกว่าแกจะยอมเชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงๆ” “ขอบใจมากเพื่อน” มือแข็งแรงเอี้อมมาบีบบ่าเพื่อนด้วยความชาบชึ้งใจ
    “ฉันคิดว่ามันถึงเวลาที่เรื่องทุกอย่างควรจะจบลงได้แล้ว”
    ไม่ได้พูดต่อ และกาซะลองควรจะเป็นผู้ ‘บริสุทธึ๋’ พันมลทินเสียที แม่แรงยกรถ
    สำคัญแต่ตอนนี้…กาซะลองไปอยู่ที่ไหน
    ร่างที่นอนคุดคู้อยู่ผวาลุกขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงกุกกักบริเวณปากอุโมงค์ ร่างระหงรีบดับตะเกียงให้มืดสนิทก่อนแฝงกายหลบเข้าซอกอับที่เคยพรางร่าง ได้สนิท แม้จะอยากออกไปสู่โลกภายนอกมากแค่ไหน แต่ก็ยังไม’มั่นใจในความ
    ปลอดภัยของตัวเอง ใครคนนั้นต้องกIารอะไรกันแน่ถึงได้ทำร้ายกระทั่งผู้บริสทธี้ อย่างแพรสา

    แม่แรงยกรถ

     
  • edamcute2 เวลา 3:18:03 pm on Sunday ที่ 24 January 2016 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    หลับ...ป้าแน่ใจว่าเป็นการหลับแม่แรง 

    ละเอียดให้ลึกถึงแก่นใจ แวบหนึ่งที่คิดไปถึงพยาบาลที่เคยเดินสวนกันในวันที่ จ่าเมฆเสียชีวิต คนเก่าแก’ของคุ้มมีดวงตาที่คลายกับสตรีนางนั้นไม่มีผิด โดย เฉพาะในยามที่เป็ดปากป็กใจความผิดของกาซะลอง
    ซักถามต่อและคนเก่าแก่ของคุ้มก็ไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม นอกจากนั่งรํ่าไห้ อย่างเศร้าโศกจนต้องให้เวลาทำใจก่อน ป้าคำสร้อยถึงพร้อมจะให้ปากคำได้
    “ป้าเห็นใครอยู่กับแพรสาเป็นคนสุดท้าย”
    คราวนี้คนฟังนั่งอยู่นานเหมือนจะลำดับความคิด ก่อนบอกคล้ายไม่มั่นใจ “น่าจะเป็นดิฉัน ก่อนนอนดิฉันแวะเข้าไปดูว่านังแพรมันหลับหรือยังเพราะ มันไม่ค่อยสบาย พอเห็นว่ามันหลับดิฉันจึงกลับเข้าห้อง” “หลับ…ป้าแน่ใจว่าเป็นการหลับ” แม่แรงไฟฟ้า
    “อันนี้ดิฉันก็ไม่ทราบ เห็นมันนอนนิ่งๆ ก็เข้าใจว่ามันหลับ บางทีตอนนั้น
    นังแพรอาจจะตายแล้วก็ได้”
    “มันก็เป็นไปได้” นายตำรวจใหญ่พยักหน้าเห็นด้วยก่อนถามต่อ
    “แล้วคุณปีบ กาซะลอง…ป้าเห็นเธอครั้งสุดท้ายเมื่อไร”
    “เมื่อช่วงหัวคํ่า” ตอบเร็วปรื๋อ! เหมือนภาพของกาซะลองทุกอย่างจะถูก
    บันทึกไว้ในหัว
    “ดิฉันถูกผีคุณปรียางค์ศรีหลอก เลยวิ่งมาหาเธอ” “เธออยู่ไหน”
    “อยู่ในครัว…กำลังทำข้าวต้มอยู่” แม่แรง ไฟฟ้า รถยนต์
    “ป้ารู้ได้อย่างไรว่าเธอกำลังทำข้าวต้ม ผมหมายถึง…ในภาวะที่ป้ากำลังถูก ผีหลอก” ร้อยตำรวจเอกธีรัชที่นั่งฟังอยู่นานแทรกขึ้น คนเก่าแก่ของคุ้มอึกอัก ก่อนตอบออกมา
    “ก็…ดิฉันเห็นเธอถือข้อนออกมา”
    “แค่ช้อนก็รู้ว่าเป็นข้าวต้ม!” คราวนี้ป้าคำสร้อยมีท่าทีคล้ายโมโห แกตอบ เสียงดัง
    “ดิฉันไม่ทราบ แต่มันเหมือนเป็นลางสังหรณ์ว่ามันเป็นข้าวต้ม ถ้าพวกคุณ จะข่มขู่พยานแบบนี้ ดิฉันไม่ให้ความร่วมมือดีกว่า”
    “ใจเย็นๆ น่าป้า ผมก็แค่ถามดู” ผู้กองธีรัชรีบคลี่คลายสถานการณ์ที่
    “แล้วนายคำปัน”
    นํ้าเสียงเฉยๆ แต่คนฟังถึงกับสะดุ้งเหลียวซ้ายแลขวาอย่างหวาดๆ “ผู้กองพูดถึงมันทำไม ผีนายคำปันยิ่งเฮี้ยนๆ อยู่ด้วย” ร้อยตำรวจเอกศกรยิ้มนิดๆ ที่มุมปาก บอกเสียงห้วน “ผีไม่มีในโลกหรอก ป้า มีแต่ผีในใจ แล้วว่าไง นายคำปันกับคุณปีบพอจะรู้จักมักคุ้นกันมั้ย” คราวนี้ป้าคำสร้อยส่ายหน้าอย่างมั่นใจ
    “ไม่หรอกค่ะ ถึงจะอยู่มานานก็จริงแต่นายคำปันก็มักจะขลุกอยู่ในสวน ไม่ ค่อยเยี่ยมหน้ามาที่เรือนใหญ่ นอกเสียจากคุณท่านจะสั่งทำงาน อย่างการซ่อม กาแลที่นายคำปันตกลงมาตาย”
    “แสดงว่าถ้าคุณปีบเจอหน้านายคำปันอาจจะจำไม่ได้หรือแค่คลับคล้าย คลับคลา”
    “ดิฉันคิดว่าอย่างนั้น” แม่แรงยกรถ
    นายตำรวจทั้งสามมองหน้ากัน ก่อนที่ร้อยตำรวจเอกศกรจะเป็นฝ่าย เปิดปาก
    “คำถามสุดท้าย ตั้งแต่อยู่รับใช้คุณปีบมา ป้าคิดว่าคุณปีบเธอจะฆ่าใคร
    ได้มั้ย”
    ป้าคำสร้อยนิ่งเงียบเหมือนกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก สุดท้ายก็ตอบออก มาเสียงแห้ง “ดิฉันไม่ทราบ แต่…มันก็อยู่ที่อารมณ์ว่าตอนนั้นคุณปีบเธอรู้สีก อย่างไร”
    “ป้าหมายถึง…ถ้าตอนนั้นคุณปีบเธออยู่ในอารมณ์ที่หึงหวงก็สามารถ…” คนเก่าแก่ของคุ้มมองหน้าร้อยตำรวจเอกศกรนิ่ง ตอบเสียงโหย “เขาว่า ความหึงหวงของผู้หญิงน่ากลัวที่สุดค่ะผู้กอง”

    แม่แรง ไฟฟ้า รถยนต์

     
  • edamcute2 เวลา 3:15:18 pm on Sunday ที่ 24 January 2016 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    ไม่ใช่ให้แพรสาแม่แรงไฟฟ้า 

    ตัวเองก่อ “เอาเป็นว่าผมขอโทษแล้วกัน เพราะในทางการสอบสวน ลางสังหรณ์ มันใชไม่ได้ ผมเลยต้องหาความจริง”
    “ป้าเองก็ใช้คำไม่ถูก” ป้าคำสร้อยเสียงอ่อนลง “เพียงแต่ความรู้สีกมันบอก…ป้า เลยคิดว่าคุณปีบเธอทำข้าวต้ม”
    “เหมือนที่ป้าคิดว่าคุณกาซะลองเป็นคนฆ่าแพรสา!”
    หญิงชราหันขวับมาทางเสียงเข้มที่ยืนกอดอกฟังอยู่ไม่ห่าง ดวงตาหยีเพราะ ความสูงวัยรีบหลบสายตาคมที่จ้องมองมานิ่งๆ จนพันตำรวจเอกทรงยศต้องปราม ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยสายตา
    ป้าคำสร้อยตะกุกตะกักแม่แรงไฟฟ้า
    “มันไม่ใช่อย่างนั้น ป้าก็พูดตามเหตุผลและความน่าจะเป็น ผู้กองเป็นเพื่อน คุณปีบ อาจจะไม่พอใจในสิ่งที่ป้าพูด แต่ป้าก็พูดความจริง”
    ใบหน้าคมสันพยักหน้าช้าๆ เหมือนไม่ติดใจ แล้วเลี่ยงถามไปเรื่องอื่น “ปกติคุณปีบเข้าครัวม่อยมั้ย”
    “ไม่ค่ะ…เธอจะทำก็เฉพาะมื้อพิเศษ หรือไม่ก็ถ้าเธอเกิดหิวขึ้นมากลางดึก แล้วไม่อยากรบกวนใคร”
    “แสดงว่าข้าวต้ม…เธอก็คิดที่จะทำกินเอง ไม่ใช่ให้แพรสา!”
    “ไม่มั้งคะ! คุณปีบเธออาจจะตั้งใจทำให้นังแพรมันกินก็ได้ เพราะมันไม่
    สบาย”
    “อาจจะ”
    “ใช่ค่ะ ป้าก็ไม่แน่ใจ” “ป้าอยู่ที่คุ้มมานานเท่าไหร่แล้ว” “ก็ประมาณเกือบยี่สิบปี” “หลังคุณปีบเกิด”
    “ใช่ค่ะ แต่ก็ตั้งแต่คุณปีบยังเล็กๆ อยู่ ผู้กองก็ทราบ ตั้งแต่เด็กจนโต ผู้กองก็แวะไปที่คุ้มบ่อยๆ”
    “งั้นคุณปีบกับป้าก็มีความคุ้นเคยสนิทสนมกันดี” แม่แรง ไฟฟ้า รถยนต์
    “ก็ประมาณหนึ่ง เพราะตอนโตขึ้นมาคุณปีบก็ไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ และอยู่ที่นั่นเลย นานๆ ทีถึงจะกลับ ความสนิทสนมเลยไม่ค่อยมี”
    สตรีสูงวัยที่ก้าวเข้ามายืนอยู่เบื้องหน้านายตำรวจทั้งสามยังดูสดสวยกว่า อายุอยู่มาก แต่สีหน้ากลับแสดงแต่ความหงุดหงิดจนทำให้ความสวยสง่าดูลดลง คุณพันธุรพีทรุดตัวลงนั่งด้วยท่าทางหน่ายๆ ไม่มีความเศร้าสลดฉายอยู่บนสีหน้า นอกจากความหงุดหงิดที่กลับปะทุตามเวลา
    “มีอะไรจะถามก็ถาม ชักช้าเสียเวลาฉัน ไม่รู้จะอะไรกันนักหนา ขายหน้า ชาวบ้านเขาจนไม่มีที่จะไว้หน้าอยู่แล้ว”
    นํ้าเสียงตวาดแหลมไม่มีการเกรงใจท่านผู้กำกับฯ ที่นั่งเป็นสง่าในห้อง พันตำรวจเอกทรงยศเปีอนหน้าหนี รู้ว่าน้องสาวคุณปรียางค์ศรีไม่พอใจตั้งแต่ คดีการเสียชีวิตของพี่สาวยังไม่คืบหน้า แม่แรงยกรถ
    “ต้องขอโทษคุณยายเล็กที่ให้รอนาน พอดีเราต้องการได้รายละเอียดจาก พยานให้มากที่สุด” ศกรเอ่ยขึ้น น้องสาวคุณปรียางค์ศรีเพียงแต่ปรายตามอง เหยียดๆ ยักไหล่น้อยๆ ก่อนบอกเสียงเรียบๆ
    “จะถามอะไรก็ถาม ขอแค่อย่างเดียวอย่ามีการลำเอียงให้กับจำเลยเท่านั้นพอ”
    ศกรถอยออกมายืนด้านหลัง รู้ว่าสถานการณ์อย่างนี้ท่านผู้กำกับฯ คนเดียว เท่านั้นที่เอาอยู่ พันตำรวจเอกทรงยศกระแอมเบาๆ ก่อนเริ่ม

    แม่แรงไฟฟ้า

     
  • edamcute2 เวลา 3:10:18 pm on Sunday ที่ 24 January 2016 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    ผมอยากให้เรื่องนี้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่แว่นตา 

    ศกรหันไปปลอบป้าคำสร้อยก่อนหันไปสั่งให้เจ้าหน้าที่มาจัดการกับศพ เจ้าหน้าที่สองสามคนตรงเข้ามาทำการเก็บหลักฐาน แต่นายแพทย์สฤษด์คุณที่ โอบร่างบางเอาไว้ตวาดลั่น
    “อย่ามายุ่งกับแพร! ฉันไม่ให้ใครทำอะไรกับแพรทั้งนั้น ถอยไป’ “ฤษด์ ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเขาจัดการนะลูก” คุณพันธุรพีโผเข้ามา หาลูกชาย พยายามยื้อยุดฉุดกระชากให้เขาออกห่างจากร่างไร้วิญญาณนั้น แต่ร่างหนาใหญ่กลับไม่ขยับ ร้อยตำรวจเอกศกรจึงต้องเป็นฝ่ายเดินเข้าไป “น้าฤษด์ครับ แพรสาไปสบายแล้ว”
    “สบายกับผีน่ะสิ!” นายแพทย์สฤษด์คุณตวาดลั่น ดวงตาแดงกํ่าอย่างคน ที่ชํ้าใจสุดขีด
    “แพรโดนวางยา ฉันมองตาเดียวก็รู้ มีแต่พวกแกเท่านั้นที่โง่ๆๆ ไม่รู้ว่า
    แพรเป็นอะไร”
    “น้าฤษด์ครับ ผมอยากให้เรื่องนี้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่” แว่นตากันแดด
    “ไม่ ฉันไม่ให้ใครที่ไหนมายุ่งทั้งนั้น แพรต้องอยู่กับฉัน ฉันรักแพร”
    นายแพทย์สฤษด์คุณทิ้งตัวลงครํ่าครวญกับศพต่อดุจจะขาดใจ แม้จะสลด
    กับภาพที่เห็น แต่ศกรก็หันไปทางร้อยตำรวจเอกธีรัช ส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่
    เข้ามาจัดการโดยด่วน พริบตาเดียวที่เจ้าหน้าที่กรูเข้ามากันนายแพทย์สฤษด์คุณ
    ให้ออกห่างจากศพและเคลื่อนย้ายศพออกไป ร้อยตำรวจเอกศกรกล่าวเสียงเข้ม
    “ส่วนคนอื่นๆ ที่อยู่ในคุ้ม ผมขอเชิญไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจ” “ก็คงจะมีแต่คำสร้อย” คุณพันธุรพีกล่าวเสียงเหยียด แม้ไม่ได้เสียอกเสียใจ กับการตายของเด็กแพรสา แต่ก็ใจเสียอยู่โขกับอาการชํ้าหนักของลูกชาย คุ้ม ภูคากาซะลองนับวันมีแต่เรื่องฉิบหายเฮงซวยนับตั้งแต่การก้าวย่างเช้ามาชอง หลานสาว
    “คนอื่นๆ มันหายหัวไปไหนหมด ตั้งแต่ที่ฉันเหยียบเข้ามานี่ ฉันยังไม่ เห็นแม้แต่เงาของยัยกาซะลอง”
    เหมือนหัวใจจะขาดรอนเมื่อไม่พบทางใดที่จะออกจากปากอุโมงค์ได้เลย
    ด้วย คุณปีบเธอก็รู้…ดิฉันเห็นคนทั้งคู่ทะเลาะกันบ่อยๆ” “ทะเลาะกันเรื่องแพรสาหรือ”
    พันตำรวจเอกทรงยศเอ่ยถาม งานนี้ต้องกระโจนลงมาเองเพราะลูกชาย ท่านรัฐมนตรีดันมีส่วนเกี่ยวข้อง และอีกอย่างความสนิทสนมของดาราสาวชื่อดังกับ ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างผู้กองศกรก็มีไม่น้อย จนเป็นที่มาของคำติฉินนินทาว่าคดี ไม่โปร่งใส
    คนเก่าแก่ของคุ้มนิ่งไปครู่ก่อนพยักหน้าช้าๆ แว่นกันแดด
    “ดิฉันคิดว่าอย่างนั้น ความจริงคุณปีบเคยบอกให้คุณดิสธรกลับกรุงเทพฯ ไป แต่คุณดิสธรไม่ยอมกลับเลยเกิดมีปากเสียงกัน ยิ่งกว่านั้นนายแพทย์สฤษด์คุณ ซึ่งมีคักดเป็นน้าของคุณปีบก็เกิดตกหลุมรักนังแพรเข้าอีก เรื่องมันเลยยุ่งไป ใหญ่”
    “ป้าหมายถึงเป็นรักสามเส้า ผู้ชายหลายคนต่างรุมรักผู้ตาย เอ๊ะ! แต่คุณ กาซะลองก็เป็นหลานนายแพทย์สฤษด์คุณ ไม่น่าจะมีป้ญหา ดีเสียอีกถ้านาย แพทย์สฤษด์คุณจะลงเอยกับแพรสา”
    “มันไม่ใช่อย่างนั้นน่ะสิคะ คุณตำรวจก็รู้” เสียงถอนหายใจเฮือกอย่าง กลัดกลุ้ม “คักดินาฐานะเป็นเรื่องใหญ่ นังแพรก็แค่เด็กในบ้าน คุณปีบเป็นใคร มันเป็นใคร ดิฉันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของคักดศรี ใครๆ ต่างรุมหลงรักเด็กใน บ้าน ถ้าคุณตำรวจเป็นคุณปีบจะคิดอย่างไร”
    “ป้าหมายถึง…คุณกาซะลองอิจฉาริษยาเด็ก”
    ป้าคำสร้อยอึกอัก “ถ้าเผื่อดิฉันมอง…มันก็น่าจะเป็นอย่างนั้น” แว่นตา
    พันตำรวจเอกทรงยศเอนกายลงพิงพนัก คิดหนัก…ที’คนเก่าแก่ของบ้านว่า
    มันก็น่าคิด แต่ก็1ม่ถึงกับต้องลงมือฆ่าแกงกันโนเมื่อหลานคุณปรียางคํศรีมี
    ทุกอย่างเหนือกว่าเด็กคนนั้น แต่อย่างว่า ความริษยาอาฆาตชองผู้หญิงมันแรง ดาราสาวอาจจะเป็นหนึ่งที,ตกเป็นทาสชองแรงริษยา
    เหลือบมองผู้ใต้บังคับบัญชาที่นั่งฟังอย่างเงียบๆ แม้ไม่มีการซักถามแต่ มองดูสิหน้าก็พอเดาออก ร้อยตำรวจเอกศกรไม่เชื่อในปากคำที่คนเก่าแก่ของคุ้ม ให้มาแม้แต่น้อย
    ดวงตาเข้มจับที่ใบหน้าหญิงวัยกลางคนนิ่งเหมือนจะพินิจพิเคราะห์ราย

    แว่นตา

     
  • edamcute2 เวลา 3:06:14 pm on Sunday ที่ 24 January 2016 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    ร้อยตำรวจเอกศกรก็ยิ่งปล่อยโฮแว่นตา 

    ภูคากาชะลองช่างยาว,!กลเหลือเกิน เป็นนานกว่าจะแบกร่างที่บรรจุความตึงเครียด ไปถึง และยิ่งเครียดเมื่อมองเห็นผู้คนมากมายทั้งเจ้าหน้าที่และนักข่าวที่รอทำ ข่าวอยู่เต็ม
    ศกรแหวกผู้คนเข้าไป ได้ยินเสียงรํ่าไห้ครํ่าครวญดังลั่น ผู้กองธีรัชเป็น ฝ่ายพาร่างสูงใหญ่เข้าไปในบริเวณที่ขึงเชือกไว้เป็นวงกว้างกันให้เฉพาะเจ้าหน้าที่
    “ศพอยู่ที่ไหน” ถามเร็วปรื๋อ วินาทีที่รอคำตอบดูเหมือนจะนานชั่วกัปชั่วคัล ผู้กองธีรัชไม่ตอบแต่พาร่างสูงใหญ่มาที่บริเวณบ้านพักคนงาน
    ป้าคำสร้อยนั่งร้องไห้โฮๆ อยู่ด้านนอกตรงริมระเบียง พอเห็นหน้า ร้อยตำรวจเอกศกรก็ยิ่งปล่อยโฮ แว่นตากันแดด
    “ใครเป็นอะไรไปป้า”
    “นังแพร…นังแพรค่ะผู้กอง นังแพรถูกฆ่าตาย”
    ใจหายวูบ แพรลาน’ะหรือที่ถูกผ่าตาย/ ศกรรีบสาวเท้าเข้าไปภายในห้อง ภาพที่เห็นแสนสลดหดหู่ใจ นายแพทย์สฤษด์คุณกอดร่างไร้วิญญาณของ แพรสาไว้แน่น ใบหน้าซีดขาวซบลงกับดวงหน้าซีดเผือด คุณพันธุรพีเองก็ต้อง เมินหน้ากับภาพที่เห็น ลูกชายเหมือนใจจะขาดทันทีที่เห็นเด็กแพรสากลาย เป็นศพในบ้าน
    “ใครเห็นศพเป็นคนแรก” ถามเสียงห้วน แทบกลั้นความอาดูรไว้ไม่อยู่ กึงจะไม่’ได้มีความผูกพันรักใคร่แต่ก็มีความเอ็นดูเด็กสาวผู้นี้อยู่ใข ป้าคำสร้อย ที่ยังคงสะอึกสะอื้นตอบเสียงโหย แว่นกันแดด
    “ป้าเองค่ะ เมื่อเช้าตื่นขึ้นมาไม่เห็นนังแพรลุกขึ้นมาซักที พอเข้ามาปลุก มันก็ตายแล้วค่ะ”
    “จากการชันสูตรศพน่าจะเสียชีวิตมาไม่น้อยกว่าแปดชั่วโมง” ผู้กองธีรัช เอ่ยขึ้น เขาเองก็มีความหดหู่ไม่น้อยกว่าทุกคน เด็กคนนี้ยังอยู’ในวัยสดใส ท่าทาง ของหล่อนเหมือนคนนอนหลับ จะมีเพียงแต่ร่างที่ปราศจากลมหายใจเท่านั้นที่ ทำให้รู้ว่าเด็กสาวกำลังหลับชั่วนิรันดร์
    “มันเป็นอะไรไปคะ” คนเก่าแก่ของคุ้มสะอึกสะอื้น ท่าทางเหมือนจะขาดใจ “เมื่อคืนยังเห็นมันนอนอยู่ดีๆ เลย ทำไมมันถึงได้อายุสัน”
    “เรากำลังจะส่งศพไปให้เจ้าหน้าที่ชันสูตร ป้าทำใจดีๆ ไว้ก่อน”
    กาซะลองพยายามทุกวิถีทางที่จะออกไปส่ภายนอกให้ได้ หญิงสาวทั้งทุบทั้งเหวี่ยง ทั้งตะโกนร้องลั่นแต่ก็ได้ยินเพียงเสียงกรีดร้องของตัวเอง แสงสว่างวับแวมจาก ตะเกียงที่ถูกจุดขึ้นมาใหม่กำลังเล่นแสงเงากับการเคลื่อนไหวภายใน ดูราวกับ เหล่าปีศาจกำลังร่ายรำ
    กาซะลองถอยกรูดจนชิดติดฝาผนัง แนบหูฟังความเป็นไปภายนอก ไม่ปรากฏเสียงใด ไม่มีวี่แววว่าใครจะได้ยิน โทรทัศน์วงจรปิดที่ฉายอยู่ถึงกับ ทำให้ใจหายวาบ ภาพคนโกลาหลอยู่ข้างบน กำลังแบกอุ้มอะไรสักอย่าง ดูผาดๆ คล้ายๆ กับร่างคน ใจเต้นรัว นี่ช้างบนกำลังเกิดอะไรขึ้น
    หญิงสาวต้องรอจนภาพตัดมาใหม่บริเวณทางลาดหน้าบ้าน แต่ก็ไม่เห็น อะไรเพิ่มขึ้น ทุกอย่างยังอยู่ในสภาพเดิมจนนึกเสียดายที่ไม่มีภาพในระยะใกล้ให้ เห็น แต่ช่วงจังหวะที่ใจเต้นตึกตักด้วยความอยากรู้ ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้าย เมื่อภาพจับที่มือเจ้าหน้าที่คนหนึ่งซึ่งเผลอตวัดผ้าคลุมสีขาวนั่นออก
    เลือดในกายเย็นเฉียบ สติแทบจะหลุดหายออกไปจากร่างเมื่อเห็นคนใต้
    ผ้าคลุมชัดเจน แพรลา…นี่เกิดอะไรขึ้นกับแพรสา!แว่นตา
    ไม่ทันให้คำตอบกับตัวเองเมื่อทีวีวงจรปิดอีกช่องตัดภาพร้อยตำรวจเอก ศกรก้มลงหยิบอะไรสักอย่าง ชายหนุ่มพินิจมองอย่างตั้งใจก่อนเคลื่อนกาย ออกไป ไม่รู้ว่าไปไหนเพราะเลน^กล้องจับได้เท่านั้น แต่ที่รู้แน่ชัด…เหตุการณ์ทุก อย่างเกิดขึ้นในคุ้มภูคากาซะลอง
    ร่างสูงใหญ่เดินงุ่นง่านอยู่ในห้องทำงานบนสถานีตำรวจ จากการตรวจค้น บริเวณคุ้มภูคากาซะลองไม่มีใครพบหลานสาวคุณปรียางค์ศรี หล่อนหายไป อย่างลึกลับจนสอดคล้องกับเหตุการณ์ที่หลายคนคาดเดา แพรลาถูกฆาตกรรม โดยพิษรักแรงหึง.’
    ป้าคำสร้อยดูจะเป็นพยานปากเอกด้วยว่าหญิงสูงวัยอยู่ในเหตุการณ์อย่าง ใกล้ชิดที่สุด
    คนเก่าแก่เปิดปากเล่าทั้งนํ้าตา
    “ก็อาจจะเป็นไปได้ค่ะว่าคุณปีบเธอโกรธเกลียดนังแพร เพราะช่วงหลังๆ คุณดิสธรแสดงออกอย่างเปิดเผยว่าหลงรักนังแพร เคย…เอ่อ…ลวนลามนังแพร

    แว่นกันแดด

     
  • edamcute2 เวลา 3:03:54 pm on Sunday ที่ 24 January 2016 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    วงกลมให้ครอบคลุมแว่นตาดังเดิม 

    ขนาดใหญ่รองช้อนอยู่
    นึกไปถึงวันที่หล่อนร่วงหล่นเข้ามา ใครคนนั้นคงสืมเลื่อนแผ่นเหล็กวงกลม ปิด จึงทำให้คนทั้งคนหล่นมาได้อย่างง่ายดาย
    พิจารณาอย่างละเอียด ผืนหญ้าทั้งผืนยังสดชอุ่ม เป็นไบ่ได’ว่าจะต้องมีคน แอบเข้ามาเปลี่ยนผืนหญ้าอยู่บ่อยๆ เพื่อพรางสายตาผู้อื่น แมีไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยาก เพราะนับตั้งแต่ลุงคำปืนเสีย คุ้มภูคากาซะลองก็ไม่เคยรับคนสวนเข้ามาใหม่ มันจึงเป็นโอกาสให้การลักลอบเข้ามาในคุ้มเป็นไปได้ง่ายขึ้น –
    เปิดแผ่นวงกลมนั้นออก และหย่อนกายลงไปภายในก่อนเลื่อนปิดผืนหญ้า วงกลมให้ครอบคลุมดังเดิม มันปิดได้อย่างสะดวกเหมือนคนทำจะดีไซน์ไว้ อย่างดีถึงภาวะที่ต้องเข้าออกอย่างฉุกเฉิน แว่นตากันแดด
    เหงื่อซึมออกมาที่ฝ่ามือด้วยความตื่นเต้น ไม่คาดคิดว่าจะเจออุโมงค์ลับ โต้ในเร็ววัน หญิงสาวค่อยๆ ไต่บันไดลงมายังเบื้องล่าง เสียงรํ่าไห้โหยหวนกรีด ร้องดังลั่นจนคนฟังขนลุกเกรียวอย่างช่วยไม่ได้ ที่สุด…ต้นเสียงก็อยู่ในอุโมงค์ ลับแห่งนี้
    “มีใครอยู่ในนี้มั้ยคะ” หญิงสาวตะโกนถามแต่ก็ปราศจากเสียงโต้ตอบ พยายามเพ่งตามองแต่ก็ไม่เห็นอะไรเนื่องจากภายในมืดสนิท
    กาซะลองต้องยืนนิ่งๆ ให้สายตาคุ้นชินกับความมีดเสียก่อนจึงพอจะเห็น’ แสงเลือนๆ ที่สลัวอยู่ภายใน จนสายตาปรับได้จึงเห็นว่าภายในค่อนข้างทึบและอับ จากแสงสว่างที่มีอยู่เลือนราง หญิงสาวเห็นทุกอย่างเป็นเงาตะคุ่ม ไม่สามารถบอก ได้ว่าสิ่งไหนเป็นสิงไหน พยายามใช้ประสาทสัมผัสตรวจดูข้าวของรอบกายจึงไป คว้าเอาได้ตะเกียงรุ่นเก่าโบราณดวงหนึ่งติดมือมา แต่ก็ต้องใช้เวลาอยู่นานกว่าจะ ควานหาไม้ขีดที่วางอยู่แถวนั้นพบ
    พอแสงจากตะเกียงสว่าง กาชะลองจึงเห็นภายในได้อย่างชัดเจน มัน เหมือนบ้านขนาดย่อมๆ เลยทีเดียว ตามทางโล่งยาวบรรจุข้าวของอุปกรณ์ทุก อย่างที่ใช้ในการดำรงชีพ มันมีครบหมดทั้งเครื่องอำนวยสะดวกไล่ตั้งแต่ทีวี ตู้เย็น พัดลม หม้อหุงข้าว คนทำฉลาดไม่เบาที่ไม่ติดแสงไฟสว่างให้เล็ดลอดออกไปส่ สายตาคนภายนอก เพราะแสงตะเกียงวับแวมอย่างมากก็ทำให้ภายในเห็นเป็นเงา สลัวได้เท่านั้น แว่นกันแดด
    แต่ที่สะดุดตาคือภาพถ่ายหลายๆ มุมซึ่งหากพิจารณาดูก็คีอภาพราย ละเอียดภายในของคุ้มภูคากาชะลอง มีแม้กระทั่งห้องส่วนตัวของคุณปรียางค์ศรื และห้องของตัวหล่อนเอง
    กวาดสายตามองต่อ ทีวีขนาดเล็กหลายเครื่องที่วางเรียงกันอยู่ไม่ห่าง กำลังฉายภาพความเป็นไปภายในคุ้ม มันฉายให้เห็นทุกซอกทุกมุมราวกับติด วงจรปิดเอาไว้ทั้งคุ้ม
    นี่หมายความว่า…เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดจากการเตรียมการมาอย่างดี ความเคลื่อนไหวทุกอย่างภายในคุ้มถูกจับตามองตลอดเวลา
    เสียงรํ่าไห้ครํ่าครวญยังคงล่งเสียงรบกวนโสตประสาท ตอบตัวเองในทันที ว่ามิใช่เสียงจากผีสางตนใด แต่เกิดจากการที่มีคนเล่นตลกอย่างแน่นอน
    สำรวจภายในอย่างละเอียดก่อนที่จะพบต้นตอของเสียง มันคือเครื่อง เล่นเทปขนาดจิวที่บันทึกเสียงร้องไห้ครํ่าครวญอย่างน่าหวั่นหวาด กะประมาณด้วย สายตามันน่าจะมีความยาวร่วมสองชั่วโมง พอที่จะหลอนคนประสาทอ่อนได้สบาย แว่นตา
    นึกขำตัวเองที่เมื่อก่อนเคยหวาดกลัวเสียงเหล่านี้จนสินสติ ที’แท้มันก็คือ การเล่นตลกบนความทุกข์:ของคนอื่นเท่านั้น ปิดเสียงเทปที่ก่อกวนโสตประสาท จนภายในตกอยู่ในความเงียบสงัด ความเงียบสงบทำให้ได้ยินแม้กระทั่งเสียง ลมหายใจของตัวเอง
    ลมหายใจที่รัวเร็วรุนแรงเป็นการแสวงหาอากาศบริสุทธิ้ เนื่องด้วยบัดนี้กลิ่น ดอกปีบหอมฉุนอบอวลอยู่ภายในอุโมงค์จนแทบหายใจไม่ออก เหมือนต้น กำเนิดของกลิ่นจะมาจากอุโมงค์นี แต่ก็แปลกที่ไม่ว่าจะกวาดสายตามองไปทางใด กาซะลองกั๊ไม่เห็นต้นปีบหรือว่าดอกปีบแม้แต่ดอกเดียว นอกจากว้อดก้าหนึ่งขวด แจกันแก้วบางใสที่มีฝาปิดมิดชิด ข้างๆ มีอุปกรณ์แต่งกลิ่นทางวิทยาศาสตร์ วางอยู่
    จากประสบการณ์ชีวิตที่ต้องเกี่ยวข้องกับความเฉิดฉายงดงามทำให้พอจะ รู้ว่านั่นคืออุปกรณ์ในการทำนี้าหอม นั่นแสดงว่าคนทำต้องมีความรูเม่เบา อย่างน้อยก็รู้เรึ,องหลักวิทยาศาสตร์
    หญิงสาวจรดจมูกลงไปดม กลิ่นดอกปีบฉุนแทบผงะ มันรุนแรงจนเวียน หัว ยิ่งเปิดฝาแจกันบางใสนั้นออก กลิ่นดอกปีบก็ยิ่งทวีความรุนแรง ที่แท้กลิ่น

    แว่นตากันแดด

     
  • edamcute2 เวลา 2:12:38 pm on Sunday ที่ 24 January 2016 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    ร้อยตำรวจเอกศกรจักรยานล้อใหญ่ 

    ขอโทษที่โทรมากวน พอดีผมมีเรื่องร้อนใจ”
    หญิงสาวเม้มปาก เคืองจนอยากวางสาย คงร้อนโจตายล่ะไ!/ดูหนังกับ สาวสวยนามว่าศรานตา
    “ฉันช่วยไม่ได้หรอก ใครทำให้ร้อนใจก็โทรไปให้เขาดับร้อนสิ”
    ศกรหัวเราะมาตามสาย เดาเหตุการณ์ออก เมื่อครู่ศรานตาก็ตามไปหา จักรยานล้อโต
    ถึงด่านตรวจ พยาบาลสาวมีเหตุผลมากมายสารพัดที่จะอ้าง หาก1ม่ติดทีผูกอง ชีรัชไปด้วย เขาเองยังนึกไม่ออกว่าปานนี้จะได้หยิบโทร8พท์โทรทาคนช่างเคือง แล้วหรือยัง
    “ก็โทรมาแล้วไง” ย้อนกลับและก็ทำให้คนฟังอยู่หน้างํ้า “ฉันไปทำอะไรให้คุณร้อนใจ” แหวเสียงสูงก่อนตามด้วยนํ้าเสียงเรียบเฉย กึ่งประชด “เอ ความจริงไม่น่าจะร้อนนะ น่าจะเย็นชึ่นฉํ่าทรวง หนังที่ไปดูก็
    ท่าทางสนุกดีนี่!”
    “ฮื่อ มีหมด ทั้งบู๊ล้างผลาญ ตั้งด่านตรวจ แต่น่าเสียดายขาดบทรัก โรเฒนติก พอโทรมาหาก็ได้ยินแต่เสียงแว้ดๆ’
    อีตาผู้กองบ้า…มาไม้ไหน หนังเรื่องอะไรจะมีบทอย่างว่า หญิงสาวคันปาก ยิกๆ ขยับปากจะโต้กลับ เสียงทุ้มๆ ก็เอ่ยมาก่อน
    “ขอโทษนะที่ไม่ได้มาหา พอดีระหว่างทางที่มาหาคุณเจอกับนายดิสธรเสีย ก่อน” นํ้าเสียงจริงจังจนไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมาล้อเล่น กาซะลองทวนถาม
    “นายดิสธร!” จักรยาน fat bike
    “ใช่! นายดิสธร ใครบางคนที่เรากำลังตามหาอยู่ ผมเจอเขานะคืนนี้เลย เกิดการดวลกันนิดหน่อย แต่เสียดายหมอรอดไปได้ ตั้งด่านตรวจก็ยังไม่เจอ เจอแต่ท่านผู้กำกับฯ ว้าก โทษฐานที่ปลุกขึ้นมาตั้งด่านแล้วไม่เจออะไร”
    นี้าเสียงกลั้วหัวเราะก่อนจะเล่าให้กาซะลองฟังอย่างละเอียด หญิงสาวจับ กระบอกโทรคัพท์แน่น ลืมเรื่องที่กำลัง ‘เคือง’ เขาเสียสนิท ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ นับวันโครคนนั้นยิงใกล้เข้ามากึงตัว แต่ทำไมถึงเป็นเขา-ร้อยตำรวจเอกศกร
    “คงแค้นผมมั้ง”
    ผู้กองหน้าเข้มสรุป นึกไปถึงพวงหรีดอันโตที่วางไว้หน้าบ้านพักพร้อม ถ้อยคำขู่ ‘…จะไม่มีโอกาสต่อไปสำหรับผู้ปรารถนาดี’ รู้ความนัยแจ่มแจ้ง ก็คง
    จะแค้นที่เขาเข้ามายุ่งจนเกินเหตุ รูปคดีน่าจะจบตั้งแต่กาซะลองถูกกล่าวหาว่าเป็น คนวางยาคุณปรียางค์ศรีโดยมีแฟนหนุ่มลูกชายท่านรัฐมนตรีร่วมด้วย บทสรุป มันก็คงจะจบ ถ้าหล่อนถูกพิพากษาจำคุก ต้องถูกตัดออกจากกองมรดก และ ทรัพย์สมบัติทั้งหมดก็คงต้องตกแก่ทายาทลำดับต่อไปที่คุณปรียางค์ศรีระบุไว้ใน พินัยกรรม
    แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่ใครคนนั้นคาด กาซะลองยังเป็นผู้บริสุทธิ’ และกำลังตามล่าสีบหาความจริงเกี่ยวกับคนบงการ
    ไม่ได้บอกกาชะลองเพราะเกรงว่าหญิงสาวจะหวั่นวิตก เลี่ยงไปคุยเรื่อง อื่น แต่กาชะลองกลับบอกข่าวผีคุณปรียางค์ศรี
    “บอกตรงๆ ว่าฉันเป็นห่วงคุณยาย” จักรยานล้อใหญ่
    “คุณอย่าลืมสิว่าตอนนี้คุณยายท่าน ‘เสีย1 ไม่มีใครกล้าทำร้ายคนที่เขาเข้าใจ ว่าเป็น ‘ผี, หรอก”
    “จริงสินะ ฉันก็ลืมไป” เสียงหล่อนหัวเราะแว่วๆ มาตามสาย นาเสียงใส ขนไม่มีความกังวลเหมีอนเมื่อแรก
    “แล้วคุณเป็นอะไรรึเปล่าคะ” ถามเหมือน ‘เพิ่ง, นึกได้ ทั้งที่จริงความเป็น ห่วงแล่นพล่านตั้งแต่เขาบอกว่าดวลกันกับดิสธร ปลายสายหัวเราะมาอีกครั้ง ต่อว่า ไม’จริงจัง
    “โธ่! คุณ…ไม่ถามตอนเจอกันพรุ่งนี้เสียล่ะ,
    กาซะลองอมยิ้ม มองฟ้ามองดินไปเรื่อย พอจะนึกสีหน้าแววตาเขาออก ตาคมๆ ดุๆ คงแวววาว คนที่อยู่ปลายสายพูดต่อด้วยนาเสียงทุ้มนุ่ม
    “ผมไม่เป็นอะไรมากหรอก ยังมีแรงฟังคุณแง่งๆ อีกเยอะ”
    “นี่คุณ! ฉันไม่ได้เป็นหมานะ จะได้ไปแง่งๆ ใส่คุณ” แหวเสียงเขียวทั้งๆ ที่อมยิ้ม คำพูดนไเซาว่าหล่อนตั้งแต่ไหน ก็ยังดีที่ไม่มีแถมท้ายเหมือนวัยเด็กว่า หน้างอๆ งํ้าๆ ยังกะหมาบูลด๊อก
    “ไม่รู้ล่ะ เจอกันทีไร คุณก็หน้าหงิกหน้างอใส่ผม ชอบว่าผมเจ็บๆ ทำไมไม่ ทำตาซึ้งๆ ยิ้มหวานๆ เหมือนกับอุ๊เขาบ้างล่ะ” รวนหน้าตาเฉย ได้ผล คนที่ฟัง อยู่หน้าหงิกขึ้นมาทันที ศกรยิ้มขำ พอจะนึกภาพคนทำหน้าหมาบูลด๊อกออก หล่อนใส่ตามสายมาไม่ยั้ง

    จักรยานล้อใหญ่

     
  • edamcute2 เวลา 2:10:15 pm on Sunday ที่ 24 January 2016 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    จะมีผีนดินตรงไหนยุบจักรยานลงไปบ้าง 

    กาซะลองกลับเห็นรองเท้าแตะของหล่อนวางอยู่ไม่ห่าง มันซุกอยู่ใต้ต้นปีบใน ลักษณะครึ่งหน้าตะแคง
    ขมวดคิ้วเข้าหากันพยายามลำดับความคิด เหตุใดรองเท้าแตะสานคู่นั้น ถึงได้มาวางอยู่แถวนี้ ในเมื่อปกติหล่อนแทบไม่เคยย่างเท้ามาที่นิ่
    ไม่นานคิ้วเข้มก็คลายออกเมื่อนึกขึ้นได้ วันที่หล่อนตามหา ‘ดิสธร, คนนั้น ได้ล้มลงและหล่นลงไปในห้วงอากาศเคว้งคว้าง เป็นไปได้ว่ารองเท้าคงจะร่วงหลุด ก่อนที่จะหมดสติแน่นิ่งไป
    เดินไปหยิบรองเท้ามาพิจารณาดู จากสถานที่นี้ ‘ใคร’ ที่อุ้มหล่อนไปวาง ไว้ที่สนามคงจะเร่งรีบจนไม่ทันได้ตรวจดูรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ จาก ร่องรอยรอบๆ บริเวณ รองเท้าแตะสานที่นอนแอ้งแม้ง เป็นไปได้ว่าปากอุโมงค์น่า จะอยู่แถวๆ นี้  จักรยานล้อโต
    เขม้นมองพื้นดินบริเวณนั้นอย่างละเอียด กดฝ่าเท้าหนักๆ สำรวจดู จะมีผีนดินตรงไหนยุบลงไปบ้าง แตกไม่พบ
    กาชะลองเม้มปากแน่น ขัดใจที่ไม่สามารถล่วงรูIด้ว่าปากอุโมงค์ลึกลับนั้น อยู่ที่ไหน เสียงรํ่าไห้โหยหวนยังเขย่าโสตประสาทให้หวั่นไหว กลิ่นดอกปีบหอม รุนแรงชวนเวียนหัวลอยมาปะทะจมูก หญิงสาวซวนเซ ในภวังค์นั้นเหมือน ต้องการที่พักพิง
    ร่างระหงสนกายพาตัวเองไปนั่งใต้ต้นดอกปีบ แต่จากนั้าหนักตัวที่กดลง ไปกาชะลองรับรู้ได้ถึงแรงถ่วงที่ยุบลงไปอย่างผิดปกติ ใจเต้นระรัวด้วยความ ตื่นเต้น ความวิงเวียนเหมือนจะหายไปในทันที ลุกขึ้นมาสำรวจใต้ต้นดอกปีบอีก ครั้งอย่างละเอียด หญ้าที่ปกคลุมบริเวณนั้นเหมือนจะมีอยู่หย่อมที่แปลกแยก กว่าหย่อมอื่น มันเป็นรัศมีของวงกลม รอบๆ วงค่อนข้างเหี่ยวแห้งเหมือนถูก รบกวนจนไม่สามารถชูคออวดความเขียวชอุ่มได้เหมือนบริเวณอื่น
    กาซะลองกดฝ่าเท้าลงไปหนักๆ พื้นหญ้าส่วนนั้นยุบลงแต่อีกด้านกลับกระดก เปิดปากกว้างพอให้เห็นเงามืดเป็นร่องทาง ใจเต้นแรงเมื่อก้มลงง้างปากร่อง ด้านที่เปิดเป็นรูโหว่ มันไม่ง่ายอย่างที่คิด หญิงสาวต้องออกแรงง้างอยู่พักใหญ่ จึงสามารถยกแผ่นหญ้าที่มืรัศมีเป็นวงกลมออกมาได้ มันเป็นแผ่นหญ้าสำเร็จที่ วางขายกันอยู่เกลื่อนกลาดตามเรือนเพาะชำ แต่ด้านล่างกลับเป็นแผ่นวงกลม
    ดอกปีบหอมฉนก็มต้นกำเนิดมาจากที่นี่ อาถรรฬ์ของกลิ่นกลีบกาซะลองไม่มีอยู่จริง/ จักรยาน fat bike
    พลันต้องสะดุ้งเมื่อยินเสียงกุกกักดังขึ้นบริเวณปากอุโมงค์ กาซะลอง ใจหายวาบ เหงื่อแตกพลั่ก เหมือนจะถึงขีดสุดของการค้นพบความลับอันดำมืด 1ครกันที’แฝงกายเข้ามาและอาศัยอยู่ในอุIมงค์แห่งนี้
    หญิงสาวมองหาที่ซ่อนกายแล้วรีบดับตะเกียงโดยเร็ว ก่อนแฝงกายเข้าไป หมอบหลบอยู่นิ่งๆ
    เหมือนเวลาจะผ่านไปนานแสนนานกว่ากาซะลองจะได้ยินเสียงฝีเท้าดังแว่ว เข้ามา มันใกล้เข้ามาและใกล้เข้า ชะรอยโครคนนั้นคงรู้สักถึงความผิดปกติ จึงได้ฝอนฝ็เท้าลงอย่างระแวดระวัง
    หญิงสาวรู้สีกเหมือนหัวใจจะเต้นทะลุออกมานอกอก เมื่อสายตาเหลือบ เห็นฝ่าเท้าของใครคนนั้นวางอยู่ไม่ห่าง เท้ากลมป้อม…ไม่ใหญ่ไม่เล็ก แลดูคล้าย เท้าของสตรี
    ร่างนั้นยืนนิ่งๆ เหมือนจะกำลังมองหาคนที่กำลังแฝงกายเข้ามา กาซะลอง พยายามกลั้นลมหายใจด้วยเกรงว่ามันจะได้ยินไปถึงหูใครคนนั้น แต่เหมือน โชคร้ายเมื่อมือป้ดไปกระทบกับข้าวของที่วางอยู่แถวๆ นั้นดัง ‘พลั่ก1
    รู้สืกเหมือนหัวใจจะวาย นํ้าใสๆ เอ่อขึ้นมาขังที่ขอบตาด้วยความหวาดกลัว จักรยานล้อใหญ่
    ใครคนนั้นคงไม่ปล่อยให้หล่อนรอดออกไIเได้หรอกในเมื่อล่วงรู้ความลับของเขา ขนาดนี้ ยืนรอวินาทีประหาร…
    แต่รอบกายกลับมีแต่ความเงียบสงบเหมือนเดิม เสียงฝีเท้าย่างออกไปและ ค่อยๆ ห่างออกไปในที่สุด ได้ยินเสียงฝาอุโมงค์เลื่อนปิดและเสียงเหล็กกระทบ เหล็กดังแกร็ก กาซะลองรอจนมั่นใจว่าใครคนนั้นออกไปแล้วจริงๆ จึงได้เบี่ยงกาย ออกมา
    หญิงสาวตรงไปที่ปากอุโมงค์ในทันที ไม่มีกะจิตกะใจจะค้นหาความจริงต่อ มันไม่ใช่สิ่งสำคัญอีกต่อไปแล้วในเมื่อหล่อนได้ล่วงรู้ความลับอันดำมีดว่าอยู่ที่ไหน
    พรุ่งนี้ค่อยเข้ามาค้นหาความจริงใหม่ในเมื่อปากอุIมงค์ทีแสนลึกลับอยู’ไม’ไกล ลิ่งสำคัญที่สุด ณ ตอนนี้ หล่อนต้องออกไปจากอุIมงค์นี่ให้เร็วที่สุดก่อนที”ใคร คนนั้นจะกลับเข้ามา
    แต่กาซะลองกลับใจหายวาบ เข้าใจความรู้สืกที่ใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่มอย่างแน่

    จักรยาน fat bike

     
  • edamcute2 เวลา 1:58:39 pm on Sunday ที่ 24 January 2016 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    รู้แต่ว่าหัวใจจักรยานเอิบอิ่มพอง 

    ดึกมากแล้วแต่กาซะลองยังไม่หลับ หญิงสาวเดินวนเวียนอยู่ภายในห้อง นึกไปถึงเหตุการณ์ที่ป้าคำสร้อยเจอผีคุณปรียางค์ศรีด้วยความวิตกกังวล คน เก่าแก่ของคุ้มมีท่าทางแสนหวาดกลัวจนเกรงเหลือเกินว่า หากมีการแพร่งพราย ข่าวออกไปคุ้มภูคากาชะลองคงไม่ต่างจากบ้านผี8งในสวนสนุกที่มีทั้งผีทั้งปีคาจ มาเดินเล่นกันให้วุ่น
    ถอนหายใจด้วยความกลัดกลุ้ม เมื่อครู่เดินลงไปดูที่ห้องพักคนงานก็เห็น ป้าคำสร้อยยังนอนคลุมโปงอยู่ ฝายนั้นตัวสั่นงันงกพูดจาแทบไม่รู้ภาษาจนต้อง ปล่อยให้แกนอนอยู่กับนํ้ามนต์รวมทั้งพระเครื่องอีกนับสิบองค์ที่วางเรียงราย อยู่บนหัวเตียง จักรยานล้อโต
    ส่วนแพรสา หลังจากที่นำอาหารและยาไปให้ เด็กสาวก็นอนหลับสนิทจน ดูเหมือนไม่มีการรับรู้เรื่องราวใดๆ ก็ค่อยยังชั่ว…ไม่งั้นมากคนก็คงมากความ
    ทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอIมไผ’ริมหน้าต่าง ลมพัดเย็นจนเกือบเคลิ้มหลับแต่พลัน สะดุ้งเมื่อโทรศัพท์กรีดเสียงร้องดังลั่น หญิงสาวเดินไปรับที่หัวเตียงบ่นพึมพำ ใครกัน…โทรมาดึกดึ่น
    ปลายสายเหมือนจะรู้ คำพูดที่เอ่ยตอนแรกจึงออกตัวอยู่ในที “นอนรึยัง
    “รายนั้นเขาศรานตาสมชื่อ ส่วนฉัน ‘กาซะลอง’ คุณคงเคยได้ยินใช่มั้ย อาถรรพ์กาซะลองน่ะ”
    “ไม’ใช่แค่เคยได้ยินอย่างเดียว” ศกรยอมรับหน้าตาเฉย รู้สีกหัวใจจะ เต้นแรงเมื่อพูดต่อ “ผมกำลังโดนอาถรรพ์ของดอกกาซะลองด้วย ขอสารภาพ ตามตรง ไม่ว่าชีวิตจะเป็นตายร้ายดียังไง ขอให้ผมได้อยู่เคียงข้างกาซะลอง”
    กาซะลองไม่รู้ตัวเลยว่าวางสายจากเขาไปตอนไหน รู้แต่ว่าหัวใจเอิบอิ่มพอง โตอย่างแปลกประหลาด นี่ถือว่าเขาสารภาพรักหรือเปล่าหนอ คำพูดทุ้มนุ่มไม่ มีแววขี้เล่นเหมือนวันกัอน แต่กลับซาบซึ้งอ่อนหวานจนอิ่มเอมทั้งหัวใจ
    รอยยิ้มฉายไปทั่วดวงหน้า ตาคมใสเหม่อมองพระจันทร์ที่ทอแสงนวล จันทร์เจ้าระบายแสงอ่อนจนเห็นท้องฟ้าโปร่ง คิดด้วยอารมณ์ไหวหวาน อยาก 1ห้ห็7ากระจ่างจนแลเห็นบ้านน้อยเชิงเขาที่มีเก้าอี๋1มีไฝตัวเล็กสัขาวรวมทังเจ้าของ บ้านหน้าเข้มตาดุ จักรยาน fat bike
    รู้สีกเหมือนพวงแก้มจะร้อนวูบวาบเมื่อคิดถึงคำพูดของเขาเมื่อครู่ แต่ความ อ่อนหวานพลันเลือนหายเมื่อมองลงไปเบี้องล่าง ท่ามกลางแสงจันทร์กระจ่าง กาซะลองเห็นใครบางคนแอบแฝงไปตามสุมทุมพุ่มไม้ลัดเลาะไปทางด้านหลังคุ้ม อย่างรวดเร็ว ไม่รีรอให้เสียเวลา หญิงสาวรีบตามลงไปทันที
    น่าแปลก จากสายตาที่กะระยะว่าไม่ไกล แต่เมื่อลงมาอยู่เบี้องล่างกาซะลอง กลับมองไม่เห็นใครเลยนอกจากเงาตะคุ่มของใบไม้ที่ล้อลมเล่นแสงจันทร์ รอบตัวมีแต่ความเงียบสงัดสลับกับเสียงหรีดหริ่งเรไร
    หญิงสาวจรดฝีเท้าแผ่วเบากวาดสายตามองดูรอบๆ บริเวณ ชั่งใจอยู่ครู่ ก่อนจะหมุนตัวกลับเมื่อไม่พบร่องรอยของผู้ใด แต่ร่างระหงพลันชะงักเมื่อโสต ประสาทได้ยินเสียงสะอื้นไห้แว่วมาตามลม มันค่อยๆ ดังขึ้นๆ สลับกับเสียง ห้าวเย็นยะเยือก ขนลุกตั้งชัน แต่วินาทีนั้นที่กาซะลองรีบบอกตัวเอง
    ผีไม่มีอปูจริง! คุ้มกาซะลองไม่เคยมีการตายเกิดขึ้น จักรยานล้อใหญ่
    หญิงสาวจรดฝีเท้าไปตามเสียงนั้นอย่างรวดเร็ว มาสะดุดเมื่อเสียงโหยไห้ หวีดร้องกรีดออกมาในระดับเดียวกัน มันสลับกับเสียงแหบห้าวในจังหวะที่คาดเดา ออก ยืนนิ่งๆ ฟังอย่างตั้งใจ เริ่มจับทิศทางของเสียงได้อย่างแน่ชัด กวาดสายตา มองหาตำแหน่งแห่งเสียงนั้น แต่ต้องสะดุด ท่ามกลางแสงจันทร์สาดแสงนวล

    จักรยานล้อโต

     
  • edamcute2 เวลา 4:49:13 pm on Friday ที่ 22 January 2016 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    ยิ้มโชว์ฟันสวยแม่แรงไฟฟ้า 

    “ผู้กองธีรัช”
    “ฮะ…ผมเอง ไม่ยักรู้ว่านายศกนัดกับคุณอุ๊ที่นี่”
    อึกอัก…อย่างวัว8นหลังหวะ ด้วยไม่รู้ว่าอีกฝายรู้อะไรมามากมายแค่ไหน ยิ้มใส่ตาอีกฝ่ายแก้เก้อ และก็ได้ผลเมื่อผู้กองหน้าดำเหมือนตกอยู่ในมนต์สะกด คุณอุ๊หนอคุณอุ๊…ช่างสวยหวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว
    ผู้กองธีรัชเลยแกล้งมองฟ้ามองดินไปเรื่อยด้วยไม่กล้ามองหน้าคุณพยาบาล คนสวยนานๆ ยิ่งเป็นโรคเบาหวานอยู่ด้วย กลัวสำลักนํ้าตาล
    “ผู้กองศกรยังไม่มาเลยอุ๊ ไม่รู้ว่าติดอะไรรึเปล่า”
    กาชะลองเอ่ยขึ้น บอกไม่ถูกว่ารูลืกอย่างไรที่เขานัด ‘หล่อน, แต่กลับนัด ‘สตรี, อีกคนให้มาหาถึงนี่ มันจุกๆ แน่นๆ เหมือนอุณหภูมิโนร่างกายจะพุ่ง ขึ้นสูงปเด แต่จำต้องสงบไว้เมื่อมีอีกคนทำท่าทางเป็นเดือดเป็นร้อนแทน
    ”ศกนี่แย่จริง อะไรๆ ก็งานๆๆ ไม่เป็นไร เดี๋ยวอุ๊ตามเอง” แม่แรงไฟฟ้า “เพราะศกเขาไม่กล้าขัดใจอุ๊อยู่แล้วล่ะ”
    กดโทร’กัพท์ พอปลายสายรับศรานตากั๊กรอกเสียงหวานๆ ลงไปโดยไม่ เปิดโอกาสให้คนฟังโต้ตอบแม้แต่นิดเดียว แล้วสรุป “แย่จัง…ขอโทษด้วยนะปีบ พอดีศกเขาติดงานจริงๆ ตั้งด่านตรวจอะไรก็ไม่รู้ นี่ก็นัดให้อุ๊ไปหาถึงด่าน ปีบจะติดรถไปด้วยมั้ยจ๊ะ”
    ยิ้มหวานแสดงนาใจ แต่สายตาที่มองมาคนมองก็พอจะดูออก กาซะลอง ปฏิเสธ
    “คงไม่หรอกอุ๊ เราไม่ได้มี ‘ธุระ’ อะไรกับผู้กอง” เน้นอย่างชัดเจน ก็ หล่อนไม่ได้มี ‘ธุระ’ ใดๆ กับเขาจริงๆ เขาเสียอีกที่เป็นฝายมี ‘ธุระ’ กับหล่อน แต่ผู้กองหน้าดำที่นั่งอยู่ไม่ห่างกลับพูดขึ้น
    “ผมไปด้วยดีกว่า มีเรื่องจะคุยกับมันเยอะแยะ แล้วก็ต้องขอโทษคุณ ปีบด้วยนะครับที่มารบกวนเวลาตั้งนาน”
    เอ่ยเสียงนุ่มจนคนที่ยืนฟังอยู่นึกฉุน ไอ้บ้า! นอกจากจะตามไปเป็นมาร ชีวิตแล้ว ยังจะมาหลงเสน่ห์ยัยลูกเป็ดขี้เหร่อีกคนล่ะสี ตาช่างตั๋าอยู่ที่ตาตุ่ม หน้าดำๆ เหมาะสมกับยัยกาซะลองเสียเหลือเกิน! ไม่เสียเวลาลาเจ้าของบ้าน เพราะอยากจะไปให้พ้นหน้าพ้นตาหน้าดำๆ อย่างเร็วที่สุด ศรานตาเดินลิ่วไม่
    ข้าวต้มซักถ้วย คนปวยทานอาหารย่อยง่ายๆ ก็คงจะดี แม่แรง ไฟฟ้า รถยนต์
    ลงมือทำอย่างเงียบๆ ความที่พอจะมีฝืมือในการทำกับข้าวอยู่บ้าง หน้าตา ของข้าวต้มกุ้งที่ออกมาจึงดูน่าทาน หญิงสาวหยิบช้อนมาตักชิม ยังไม่ทันรู้รสก็ แทบสำลักเมื่อป้าคำสร้อยตะโกนลั่น “ช่วยด้วยๆๆ”
    กาซะลองวิ่งหน้าตั้งออกไปทั้งที่ยังถือช้อนอยู่ เป็นจังหวะเดียวกับที่ป้า คำสร้อยวิ่งมาถึง
    ร่างท้วมกลมแทบจะวิ่งเข้ามาชน หากหญิงสาวไม่ร้องบอกไปก่อน
    “เกิดอะไรขึ้นป้าคำสร้อย”
    “ผะ…ผี…ค่ะคุณปีบ ป้าถูกผีหลอก” ละลํ่าละลักบอก ยกมือไหว้ปลกๆ อย่างหวาดกลัว
    “ผี…ผีที่ไหนกันคะ หรือว่าลุงคำป้น!”
    กาซะลองกวาดสายตามองโดยรอบ ใจเต้นตึกตักไม่แพ้คนเก่าแก่ของคุ้ม นับวันนายคำปันยิ่งเสี้ยน ออกมาอาละวาดตั้งแต่หัวคํ่า แต่คำตอบของป้าคำสร้อย ทำเอาหญิงสาวชะงัก
    “ไม่ใช่นายคำป้นหรอกค่ะคุณปีบ ผะ…ผีคุณท่านต่างหาก” แม่แรงยกรถ
    “ผีคุณยาย!”
    “ใช่ค่ะ ผีคุณท่านแน่ๆ โอ๊ย…น่าเกลียดน่ากลัวเหลือเกิน คุณปีบต้อง ช่วยป้านะคะ บอกให้คุณท่านไปไกลๆ”
    “เดียว…ป้าคำสร้อย” นํ้าเสียงชักเข้มโดยไม’รู้ตัว “ผีคุณยายน่ะหรือที่ออก มาอาละวาดให้เห็น!”
    “ใช่ค่ะ แน่นอนร้อยเปอร์เ’เนต์ ท่านยืนยิ้มแสยะ ยื่นมือมาทำท่าจะบีบ คอป้าด้วย โอ๊ย…น่ากลัวเหลือเกิน”
    “ป้าเห็นคุณยายที่ไหน”
    “ก็ที่ห้องท่านน่ะสิคะ ท่านคงยังหวงสมบัติถึงได้ไม่ยอมไปผุดไปเกิด คุณ ปีบรีบๆ เผาท่านเถอะค่ะ ป้าขอร้อง”
    “แล้วป้าไปทำอะไรที่ห้องคุณยาย” นํ้าเลืยงเย็นเฉียบทำเอาคนฟังแทบลืม ความกลัว หลานสาวคุณปรียางค์ศรืมองหน้าคนเก่าแก่นิ่งอย่างไม่ชอบใจเท่าใดนัก
    “เอ้อ ป้า…ป้าไปทำความสะอาดค่ะ ระยะหลังเห็นคุณปีบชอบไปขลุกอยู่ใน

    แม่แรงไฟฟ้า 

     
c
เขียนโพสต์ใหม่
j
โพสต์ต่อไป / ความคิดเห็นต่อไป
k
โพสต์ก่อนหน้า / ความคิดเห็นก่อนหน้า
r
ตอบกลับ
e
แก้ไข
o
แสดง / ซ่อนความคิดเห็น
t
ไปที่ด้านบนสุด
l
เข้าสู่ระบบ
h
แสดง / ซ่อนความช่วยเหลือ
shift + esc
ยกเลิก