อัพเดทล่าสุด Toggle Comment

  • PimP

    PimP เวลา 10:01:05 pm on Thursday ที่ 8 December 2016 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    พออายุมากขึ้นก็ต้องดูแลตัวเองมากขึ้น จากเมื่อก่อนที่พ่อขับรถไปรับไปส่งก็กลายเป็นไป-กลับโรงเรียนเองทุกวันเริ่มตั้งแต่มอหนึ่งจนตอนนี้ก็มอสี่แล้ว ทุกๆวันที่เดินกลับบ้านจะผ่านบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้าน เป็นบ้านที่ยาวแต่ท่าทางจะไม่กว้าง ในบ้านมีหมาอยู่ตัวนึงเป็นพันธุ์อัลเซเชียล ตัวใหญ่ ใหญ่มากขนาดที่ว่าถ้าหลุดออกมา กูคงตายแน่ๆ ตัวใหญ่ เห่าเก่ง เสียงดัง สำหรับเด็กมอหนึ่งตอนนั้นแม่งเป็นอะไรที่โคตรกลัว ผ่านบ้านนั้นทีไรต้องรีบวื่ง ไม่ได้กลัวจนหัวหด จะรำคาญเสียงมันเสียมากกว่า ทุกๆวันที่ดำเนินชีวิตมาก็เดินผ่านและเห็นมันมาตลอด แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจมาก ผ่านแล้วผ่านเลย ไม่เก็บมาคิด ไม่อยู่ในสายตา จนเพิ่งมาสังเกตุเมื่อไม่นานมานี้ว่า เสียงเห่าของมันเบาลง มีแค่เสียงวิ่งมาหน้าบ้านเท่านั้น พอหันไปมองดีดี สภาพมันค่อนข้างจะแตกต่างกับภาพแรกของเรามาก ตอนนี้ผอมซูบลง จนติดกระดูกซี่โครง ขนก็ร่วง ร่างกายมันดูไม่กำยำเหมือนแต่ก่อน ทุกวันนี้พอเดินผ่านก็ไม่วิ่งเหมือนเดิมแล้ว แค่เดินผ่านไปช้าๆ พอมันพาร่างซูบๆวิ่งมาหน้าบ้าน ต่างฝ่ายต่างจ้องตากันแล้วก็ผละออกไป ยิ่งวันเวลาล่วงเลยไปก็ยิ่งสังเกตุมันมากขึ้น ความจริงก็เห็นมันตลอดแต่เพิ่งจะมาสนใจเอาช่วงนี้ ไม่สิ ใช้คำว่า สังเกตุดีกว่า แต่หมายังคงเป็นหมา เข้าไปใกล้หน้าบ้านมัน ถึงจะไม่เห่า แต่ก็ขู่ใส่ เดินผ่านช้าแต่ก็ไม่ได้หยุดมองนานๆสักที กลัวด้วย รำคาญด้วย เดินผ่านก็ยิ้มให้เล็กน้อยแต่ไม่ได้เพิ่มความสัมพันธ์ที่ดีเลยเอาจริง
     
  • Ban Mai Thai เวลา 9:32:36 pm on Wednesday ที่ 7 December 2016 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    โรคคือเพื่อนหรือคู่ชีวิต2 

    สวัสดีค่ะเพื่อนๆตูนมาต่อจากตอนแรกน่ะค่ะ

    หลังจากที่ตูนได้ผ่านหลายๆอย่างมา ณ.ตอนนี้ตูนมีอาการที่ดีขึ้นบ้างเพราะตูนใช้วิธีธรรมชาติบำบัด คือ ตื่นเช้ามา โยคะเบาๆตามหมอเขียว

    แล้วหลังจากนั้นทานสมุนไพรไทย ขับลม ในเส้น

    และที่สำคัญคุย ค่ะ คุยกับใครนั้นหร๋อค่ะ

    ตอบเลยคุยกับโรคจร้าาา  ว่า…

    วันนี้เพื่อนจะไม่เจ็บไม่ป่วยไม่ปวดน่ะค่ะ เพราะเราจะต้องอยู่ด้วยกันขอให้อยู่กันแบบเพื่อนรักน่ะ

     

    รู้ไหมค่ะว่าทำไมต้องพูดแบบนี้ เพราะ ชีวิตคนเราอะน่ะเกิดมาครั้งนึง ถ้าเรามัวแต่จมปักกับโรคเราก็จะทุกข์และทรมานจนไปตลอดและจะทำให้คนรอบข้างจมไปกับเราด้วย

    เพราะฉะนั้น เพื่อนๆที่มีโรคหรือไม่สบาย ยากให้ลองทำแบบตูนดูโรคอาจจะหนี้คุณไปเลยก็ได้ย่ะค่ะ   ขอบคุณเพื่อนๆที่ทนอ่านสิ่งที่ตูนเขียน อาจจะผิดพลาดไปบ้าง ต้องขออภัยด้วยน่ะค่ะ

     
  • pfbestsellerinusa

    pfbestsellerinusa เวลา 5:38:46 pm on Tuesday ที่ 6 December 2016 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    เท้า ใครคิดว่าไม่สำคัญ 

    “เท้า” อวัยวะที่ใครหลายคนอาจจะคิดว่าไม่มีความสำคัญกับร่างกายเราเท่าไรนัก แต่ในความจริงแล้ว “เท้า” ถือเป็นหนึ่งในอวัยวะที่มีความสำคัญกับร่างกายเราเป็นอย่างมาก เพราะมนุษย์เราเป็นสัตว์ที่เดินอยู่บนสองเท้า ดังนั้นเท้าทั้งสองข้างจึงต้องรับบทหนัก ทั้งในการรับน้ำหนักทั้งหมดของร่างกาย เมื่อ2 ขาของเราสัมผัสพื้น ไม่ว่าจะเป็นการยืน เดิน หรือวิ่ง ซึ่งในขณะที่เราเดินนั้นเท้าต้องรับน้ำหนักเพิ่มเป็นข้างละประมาณ 120% ของน้ำหนักตัว  และในขณะที่เราวิ่งก็จะมีแรงกระทำต่อเท้าเพิ่มสูงถึงข้างละประมาณ 275%  ของน้ำหนักตัว โดย เท้า ยังต้องรับภาระหนักยิ่งขึ้นเมื่อเราเล่นกีฬาชนิดต่าง ๆที่อาจต้องยกขาขึ้น 1 ข้าง เท้าอีกข้างก็จะยิ่งต้องแบกรับน้ำหนักเพียงลำพัง

    วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้งของยุโรป อเมริกาและไทย ต่างก็พบว่า เท้า มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกายของคนเราอย่างลึกซึ้ง เพราะฝ่าเท้าจะเป็นจุดรวมของปลายประสาทและเส้นเลือดจากส่วนต่างๆ ซึ่งจะสื่อสารโดยผ่านประสาทหรือต่อมน้ำเหลือง การนวดกดจุดที่เท้าจึงสามารถทำให้เกิดปฏิกิริยาต่ออวัยวะต่างๆได้ เมื่อเราทราบแล้วว่า เท้า สำคัญกับเรามากเพียงใด ดังนั้นเราจึงต้องดูแลรักษาเท้าเราให้ดีที่สุด โดยเริ่มจาก

    การดูแลรักษาความสะอาดของเท้า ควรล้างเท้าด้วยน้ำสบู่ให้สะอาดและเช็ดเท้าให้แห้งสนิท โดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้วเท้า ก่อนสวมถุงเท้าหรือรองเท้า ตัดเล็บเท้าให้สั้นอยู่เสมอ โดยตัดตามแนวขอบเล็บเท่านั้น ไม่ควรตัด เซาะ แงะ เข้าไปทางด้านข้างของเล็บ  เพราะเล็บเท้าอาจจะเป็นที่สะสมของเชื้อโรคต่างๆได้ง่าย

    การบำรุงผิวที่เท้า ควร ทาครีมบางๆให้ทั่วทั้งหลังเท้าและฝ่าเท้า  หลีกเลี่ยงทาบริเวณซอกนิ้วหรือง่ามนิ้วเท้า เพราะอาจเกิดการหมักหมมจนเป็นที่อยู่อาศัยของเชื้อราและแบคทีเรียได้

    ออกกายบริหารข้อเท้าและกล้ามเนื้อเท้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อและช่วยกระตุ้นการไหลเวียนให้เลือดมาสู่ปลายเท้าได้ดี

    ควรสวมรองเท้าตลอดเวลาแม้จะอยู่ในบ้านก็ตาม ใส่รองเท้าที่เหมาะสมและถูกสุขลักษณะ ควรมีรองเท้าอย่างน้อย 2 คู่ใส่สลับกัน หมั่นเอารองเท้าไปตากแดดบ้าง เพื่อช่วยลดกลิ่นและความอับชื้น หมั่นซักรองเท้าและใช้น้ำยาฆ่าเชื้อแช่ถุงเท้าและรองเท้าบ้าง

    ถ้ามีปัญหากลิ่นเท้าเหม็น ควรหาวิธีรักษาให้หายขาด อาจใช้#สเปรย์ดับกลิ่นเท้าหรือ#สเปรย์แก้เท้าเหม็นที่มีส่วนผสมสำคัญที่จะสามารถออกฤทธิ์#แก้เท้าเหม็น ให้หายขาดได้ที่ต้นเหตุของปัญหาอย่างแท้จริง อย่าปล่อยไว้จนลุกลาม เพราะปัญหากลิ่นเท้าเหม็น เหงื่อออกมาก นั้นอาจบานปลายจนเป็นแผลและเกิดการติดเชื้อที่เท้าได้ในที่สุด

     
  • Ban Mai Thai เวลา 4:22:28 pm on Monday ที่ 5 December 2016 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    โรคคือเพื่อนหรือคู่ชีวิต

    สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ขอแนะนำตัวก่อนน่ะค่ะ เราชื่อ “ตูน” อายุ25 ปี  FB_IMG_1480929532536

    หลายคนแอบสงสัยโรคคือเพื่อนหรือคู่ชีวิตเรายังไง ????→  เดี๋ยวตูนจะเล่าประสบการณ์ตรงจากชีวิตตูนให้อ่านกันน่ะค่ะ→↓
    (เพิ่มเติม … )

     
  • viewpromprayoon

    viewpromprayoon เวลา 6:22:31 am on Monday ที่ 5 December 2016 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    ชีวิตหลัง...20's! 

    เคยเห็นพวกโพสอะไรตามเฟซบุคหรือตามหน้าเว็บที่เค้าแชร์ๆ กันมั้ย?

    ” Things to do before 30 ”

    ” Places to visit before 30 ”

    ” Bad Habits you should stop before 30…”

    และอีกมากมายก่ายกอง -“-

     

    ยิ่งอ่านยิ่งกลัว ยิ่งกลับมามองตัวเองว่า “เฮ้ย…นี่เราได้ทำอะไรมั่งยังวะเนี่ย”

    หลายอย่างที่เค้าเขียนก็อยากทำให้ได้ ทุกที่ที่ควรจะไปเที่ยวก็อยากจะไปให้ครบ

    แต่เอาจริงว่าตอนอายุก่อน 30 เนี่ย จะเอาเงินที่ไหนไปเที่ยวอะถ้าที่บ้านไม่ได้ร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีมีเงินเหลือ

    ไอ้ครั้นจะทำงานเก็บเงินไปให้ครบก็คงเกิน 30 แล้วมันก็คงไปได้ไม่หมดแน่ๆ

    อ่านอะไรก็กลัวไปหมด

    ชีวิตตอนนั้นแบบว่ายังไงดี เก็บเงิน หรือจะเที่ยว หรือจะสร้างรากฐานให้กับชีวิตตัวเอง

     

    แต่พอเวลาผ่านไปซักพักเลย 20 กลางๆก็เริ่มเฉยๆละ อารมณ์แบบช่างแม่ง 555

    แล้วก็ใช้ชีวิตมาเรื่อยเปื่อย เก็บเงินบ้าง เที่ยวบ้างตามมีตามเกิด

     

    เคยหงุดหงิดกับชีวิตตัวเองเหมือนกันนะ เวลาที่หันไปมองคนรอบตัวแล้วก็กลับมาคิดถึงอนาคตของตัวเอง…น่ากลัวว่ะ

    กลัวว่าถ้าเลยวัย20 แล้วชีวิตจะเป็นไง หน้าที่การงาน อนาคต ครอบครัว(จะมีมั้ย)

    แล้วสุดท้าย ทุกอย่างก็กระจ่างใสในวัย29ปลายๆ

    โดยเฉพาะเรื่องความรัก 555

    ชีวิตของการเป็นแอร์ที่ขยันกลับบ้าน ท่องโลกอะไรไม่สนใจ จะกลับบ้านไปหาแฟน

    ที่สุดท้ายก็ทิ้งเราไป 55555555ฮือ55555555

    เลยสรุปให้กับตัวเองได้ว่า “ช่างแม่ง”

    กลับมาสนใจชีวิตตัวเองอีกครั้ง ย้อนกลับไปนึกถึงสิ่งที่ชอบ ที่อยากทำอีกครั้ง

    มีเวลาอยู่กับพ่อแม่มากขึ้น :)

    นี่แผลยังสด เลือดยังซิบๆอยู่เลย แต่ก็ “ช่างแม่ง” 555 แล้วเราก็ใช้ชีวิตต่อไป

    ผู้หญืงวัย30 แรกแย้ม ที่เพิ่งโดนแฟนทิ้งมาหมาดๆ จะออกท่องโลกอีกครั้ง (ตามแต่เงินในกระเป๋าจะกรุณา)

    และเอาความตื่นเต้นที่เคยมีต่อสิ่งรอบตัว ที่ใหม่ๆ คนใหม่ๆ กิจกรรมใหม่ๆ คืนมา

     

    “30 is the new 20″

    แล้วชีวิตหลัง30 ที่เค้าว่าน่ากลัว ไม่เห็นจะจริงเลย เพราะชีวิตตอนนี้ก็แค่

    ” Different day, same shit!” อิอิ

    แล้วจะพาไปเที่ยวด้วยกันนะ :)

     

     

    วิวเอง :)

     

     

     

     

     

     

     
  • Kung Tananchai เวลา 10:31:06 pm on Sunday ที่ 4 December 2016 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    Chiang Rai Vacation trip 

    สวัสดีวันหยุดพักร้อน

    ใกล้สิ้นปีแบบนี้ สำหรับพนักงานออฟฟิศอย่างเราก็ต้องรีบใช้สิทธิวันหยุดพักร้อนให้หมด แต่ก็นะ..เวลามักจะสวนทางกับการเงินเสมอ 555++ ไม่เป็นไรนะ ทริปต่างประเทศไม่ได้ก็เอาแค่ต่างจังหวัดไปก่อนละกัน

    ทริปนี้เลือกไปเชียงรายเพราะต้องไปงานแต่งน้องที่รู้จักอยู่แล้ว และถือโอกาสกลับบ้านด้วย จริงๆก็ไปแบบที่ไม่ได้วางแผนอะไรมากนัก อารมณ์ว่า..ไปคิดเอาข้างหน้าละกันโน๊ะ

    15327321_10209694428890462_3638798494690166856_n 15285053_10209694428850461_9008711626880204504_n

     

    วันแรก แฮร่!!

    เราเริ่มออกเดินทาง 7โมงเช้าวันอาทิตย์ จากเชียงใหม่ที่ท้องฟ้าแจ่มใส พอเข้าสู่ดงดอยก็เหมือนว่าฝนก็เริ่มตก ตกๆหยุดตลอดทาง ก็ค่อยๆขับรถไปเรื่อยๆ ถนนบางช่วงลื่นมากต้องระวัง 🌧🌧 พอถึงครึ่งทางเราเลยแวะปั้มน้ำมัน ปตท. เวียงป่าเป้า เข้าห้องน้ำห้องท่า ได้มาม่าคัพถ้วย ฉะบายท้องละ 🍜แล้วเราก็ออกเดินทางสู่เชียงรายกันต่อ…

    15253462_10209694429170469_5769165059647400534_n

    เราถึงเชียงรายประมาณ 10.30 น. เข้าโรงแรมที่พัก(ที่เดียวกะงานแต่งน้อง) โรงแรมบ้านดู่รีสอร์ท อยู่ตรงข้ามกับ ม.ราชภัฏเชียงราย จัดแจงเชคอินเอากระเป๋าเข้าห้องแล้วก็ไปหาไรกิน เพราะหิวมากกกก ใกล้ๆโรงแรมก็มีร้านอาหารเยอะนะ ราคาไม่แพง มื้อนั้นก็จัดเย็นตาโฟคนละชาม (เสียดายไม่ได้ถายรูปไว้) เสร็จแล้วก็รีบเข้าโรงแรมเพื่อแต่งตัวร่วมงานแต่งช่วงบ่าย เสร็จงานบ่ายเราก็หิวอีกละ 55++ ก็ไปหาอะไรแซ่บๆแถวนั้นกิน เจอของดีค่ะ #ร้านส้มตำขอนแก่นบ้านดู่เมืองใหม่ ดีงามอร่ามแท้ลำดีร้านนี้ 3 อย่างบวกข้าวนึ่ง ขนมเส้น 3ห่อ 150.- ตามภาพเลยจ้า

    15192553_10209627057926230_1388691065992454846_n 15181139_10209627057966231_4027468535635131625_n 15135802_10209627058286239_7678700390038067283_n

    พอเราอิ่มท้องแล้ว เราก็มาเตรียมตัวไปงานเลี้ยงช่วงค่ำ (ยินดีกับน้องเอกน้องฝนนะจ๊ะ เก็บภาพบรรยากาศมาฝากด้วย) จบคืนแรกไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย 💤

     

    15220025_10209625928978007_2069120487526885452_n  15232291_10209694429210470_1776427993514702859_n  15337564_10209694429650481_7476756089729126187_n15241826_10154673437078898_8451975704476579020_n  15284136_10209694429730483_6711080186040534698_n 15284969_10209694430770509_6761137303227124290_n  15338627_10209694430530503_5020633689587659729_n

    เช้าวันที่สอง ท้องฟ้าครึ้มเล็กน้อย ☁️🌥
    ตื่นเช้ากินข้าวที่โรงแรม อาหารก็แอบจืดไปหน่อย แต่ก็เหมาะกับราคาห้องละค่ะ 😜จากนั้นก็หาที่พักใหม่สำหรับคืนนี้ ก่อนจะเดินทางไปเที่ยว คืนนี้เราเลือกโรงแรมอัมรินทร์ รีสอร์ท ใกล้เมืองมาอีกนิด ห้องกว้างมาก สะอาด โอเคเลยล่ะ เชคอินเสร็จก็ออกเดินทางไปช็อปปิ้งที่ประเทศเพื่อนบ้านกันเลย 💃🏻💃🏻

    15219508_10209694431450526_7142808593879090363_n  15319268_10209694432290547_3702606342032714783_n
    ระหว่างทางเราแวะไปเที่ยว #วัดถ้ำปลา ก่อนเข้าแม่สายประมาณ 13 กม. วัดนี้สวยดีนะ นักท่องเที่ยวก็เข้ามาตลอด เวลาเข้าไปในวัดแนะนำถือไม้ที่เขาเตรียมไว้เข้าไปด้วย เพราะในวัดมีลิง (ลิงเจี๊ยกๆ) ค่อนข้างเยอะ ไม่ได้ให้เอาไม้ไปตีลิงนะ เอาป้องกันเฉยๆ เวลาเห็นคนถือของกินไม่ได้ เราก็เดินห่างๆละกัน แต่จิงๆมันก็น่ารักดีนะ เราเดินเข้าไปในถ้ำ??จำชื่อมะได้55+ เข้าไปได้นิดเดียวเพราะฝนตกเลยทำให้ในถ้ำมีน้ำ เดินได้ถึงแค่ตรงพระปางห้ามญาติ เราอยู่ที่วัดถ้ำประมาณ1ชม. ก็เดินทางไปทำบัตรผ่านข้ามแดน

    15241312_10209694432370549_9204854141507474935_n 15253446_10209694436690657_3173949363953023935_n 15253511_10209694433290572_7624866389431100601_n 15253372_10209694435530628_8741488143092214837_n 15241405_10209694434410600_5456117436685966743_n 15267799_10209694436210645_8133175921665486592_n 15232245_10209694436970664_1554804213629211502_n 15337534_10209694434850611_8985342491318685271_n 15356572_10209694435970639_3959718652340795646_n

    จากนั้นก็ข้ามไปชอปแหลกกกกก #แม่สาย 😘😘 อันที่จริงตอนแรกคิดว่ามารอบนี้คงไม่ได้อะไรแน่ๆ พอเดินลงบันไดตรงไปตรงสุดซอย เห็นมีแต่คนหิ้วถุงสีเหลืองเดินออกมาจากร้านๆหนึ่ง เลยลองไปดู น่านไงๆๆ เจอล่ะ!! ร้าน #MHTS เป็นร้านปลอดภาษี มีทั้งขนม ชอคโกแลต เหล้า เบียร์ ไวน์ ละลานตาม้วกกก แถมยังมีโต๊ะให้นั่งจิบอะไรเย็นๆกันตั้งแต่หัววัน จบที่เดียวเลยข่ะ เป๋าเบาเลยย🍾🍺

    15326368_10209694437210670_3926677311500687854_n 15268050_10209694437690682_4097523665514765464_n 15356693_10209694437970689_3714779802254364244_n
    กลับจากแม่สายก็เย็นมากก หิวสิคะ! มื้อนี้เลยพาเด็กไปกินชาบู #โตเกียวการ์เด้นท์เรสทัวรองส์ บุฟเฟต์ 299 ไม่รวมเครื่องดื่ม แต่ไม่จำกัดเวลานะ มีน้ำซุป4แบบ เราเลือกแบบน้ำดำ ได้หมูสไลด์จานโตๆเสริฟแบบไม่อั้น แถมมีของกินเล่นให้ด้วย ทาโกะยากิ แคลิฟอเนียมากิ ไอติม ขนมเค้ก 🤗🤗 ท้องแตกกลับบ้านค่ะ

    15283951_10209694438530703_3401739681787761176_n 15319062_10209694439050716_2042416092240229972_n 15318005_10209694439170719_5469897459536563756_n 15349795_10209694439650731_5151320951583403096_n

    วันที่สาม กลับบ้านนอก(บ้านต้าซิตี้)
    แวบมาเที่ยวหาอิป้ออิแม่และหลานๆ ตกเย็นไปเที่ยวอ่างเก็บน้ำบ้านต้า บรรยากาศดีมาก เพราะอากาศเย็นแล้ว ท้องฟ้าก็สวย รอจนพระอาทิตย์ตกดิน สวยมะล่าาาา วันนี้อยู่กับครอบครัวสนุกสนานกันไป😙😙

     

    15241244_10209654638055716_1334858830817457372_n 15338888_10209694450290997_4636199402360252139_n 15350643_10209694450250996_7973679774163426131_n 15319184_10209694440250746_5475342058066824585_n 15327373_10209694440730758_8468121198881109486_n 15267593_10209694450571004_566136710529975419_n

     

    วันที่สี่ กลับเข้าสู่เมือง
    วันนี้ตั้งใจจะเที่ยวในตัวเมือง และเราก็เลือกพักที่โรงแรมอัมรินทร์ รีสอร์ทเหมือนเดิม ที่แรกที่ไป #ขัวศิลปะ พาเด็กมาเสพงานศิลป์ เจอศิลปินเจ้าของงานที่เขามาจัดนิทรรศการด้วย อืม เราอาจจะยังเข้าไม่ถึงจริมๆ แล้วเราก็ไปต่อกันที่ #บ้านดำ นักท่องเที่ยวเยอะเหมือนเดิม ที่นี่ก็ยิ่งเข้าไม่ถึงอีกนั่นแหละ แต่รู้ว่าสวยแบบดาร์กๆอ่ะ บอกมะถูก 55++

    IMG_6885 IMG_6883 IMG_6884 15356514_10209694440850761_5602006025936128712_n 15284103_10209694450611005_6861293846981974375_n 15337509_10209694451611030_4386981674719826479_n
    แล้วก็ขับรถเข้าเมืองตรงไปที่ #ร้านเชียงรายลำรึก จะไปนั่งชิลบรรยากาศ จิบเบียร์เย็นๆ ทานข้าวอร่อยๆ สักหน่อย บรรยากาศก็ดีนะ เบียร์อร่อย แต่อาหารแอบแพงไปนิดนุง แล้วเราก็กลับไปจิบเบียร์ต่อที่ห้อง ฉะบายจายกว่าาาาาาา 🍺🍺

     

    S__9617418 5301441299609 5301441941623  S__9617419 S__9617422

    วันที่ห้า ได้เวลากลับเชียงใหม่
    วันนี้ตื่นสายนิดนุงแต่ก็ทันข้าวเช้าที่โรงแรม เก็บของเช็คเอาท์เสร็จก็เดินทางไปที่ #วัดร่องขุ่น ก่อนกลับ เราไปถึงที่วัดประมาณ 10.30น. คนจะเยอะไปไหน!! เก็บภาพได้แล้วก็กลับเลย แวะซื้อของฝากตามทางไปเรื่อยๆ ทั้งพุทรานมสด จิ้นส้มป้าสม ถึงเชียงใหม่โดยสวัสดิภาพ

    IMG_6942 DCIM100GOPROGOPR6627.

    DCIM100GOPROGOPR6641.

    15319150_10209694453531078_8580269854022885029_n

    ทริปนี้หนุกหนานดีข่ะ ไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไร เพราะเราไม่ได้เป็นคนขับรถ 😁😁ขอบคุณคนขับรถ Nicky Kotvichean อำนวยความสะดวกตลอดทริป แล้วเราจะกลับมาใหม่น้าาาา

    ปล.จริงๆเชียงรายมีที่เที่ยวอีกเยอะที่เรายังไม่เคยไป วันหยุดใครไม่รุจะไปเที่ยวไหน ขับรถจากเชียงใหม่สักสามสี่ชั่วโมงไปเที่ยวเชียงรายได้นะ ไว้มาครั้งหน้ารีวิวที่เที่ยวใหม่ๆมาให้นะ #รักเชียงรายบ้านฉัน

     
  • Pinknuch

    Pinknuch เวลา 1:47:43 am on Sunday ที่ 4 December 2016 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    หนทางสู่แดนปลาดิบ 

    เราเชื่อค่ะ ว่าทุกคนมีความฝัน 

    เราเองก็มีความฝันว่าวันหนึ่งอยากออกไปเปิดหูเปิดตา ก้าวออกจากประเทศไทยดูบ้าง ฟังเรื่องราวของคนอื่นมาก็เยอะแล้ว ไม่ว่าจะจากพี่น้อง ญาติสนิทมิตรสหาย ก็เลยอยากจะลองสร้าง story ของตัวเองดูบ้าง เผื่อว่าสักวันจะได้เอาประสบการณ์ชีวิตไปเล่าให้คนอื่นๆฟัง

    แต่โอกาสถ้ามันมาถึง หากเราไม่คว้าไว้ มันก็จะจากไปโดยไม่ง้อเราสักนิด

    จริงๆแล้ว โอกาสจะได้ไปต่างประเทศมันมีมาตั้งแต่มัธยมต้นเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นโครงการของ AFS UCE YFU เราก็สมัครไปนะคะ แต่ไม่จริงจังกับมันมากเท่าไหร่ สอบไปงั้นๆ เราจะเรียนสายวิทย์ตอนมหาวิทยาลัยอยู่แล้วนี่นา ไม่เห็นจำเป็นต้องไปเลย (ตรรกะตอนนั้นพังพินาศมาก 555) แค่เห็นเพื่อนสอบกันเยอะ ก็เลยลองสอบตามเฉยๆ สารภาพว่าความรู้สึกอยากไปตอนนั้นเป็นศูนย์ค่ะ ไม่ได้คิดว่าจะติดด้วยซ้ำ ตอนนั้นเลือกอเมริกาไป ปรากฏว่าดันติดสำรองอันดับที่ 100 ของโครงการ YFU (ไกลลิ่วเลย 555) แต่ก็นั่นแหละค่ะ เราก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรขนาดนั้น ก็ปล่อยเลยตามเลย (ผ่านไปแล้วสินะโอกาสของฉัน)

    เพื่อนคนอื่นๆที่ติดกันอันดับแรกๆก็ได้ไปอเมริกาในปีถัดมา เราก็คอยตามติดชีวิตเขาตาม timeline newsfeed ใน Facebook ทุกคนดูชีวิตดีมาก มีโฮสต์ มีเพื่อนต่างชาติ พอกลับมาทุกคนคล่องภาษาอังกฤษ สำเนียงเป๊ะกันมาก ไอ้เราก็เริ่มรู้สึกเสียดายขึ้นมาทันทีเลยค่ะ

    “ถ้าเกิดว่าตอนนั้นเราตั้งใจทำข้อสอบมากกว่านี้ เราจะมีโอกาสได้ไปไหมนะ” ซึ่งก็ได้แต่คิดนั่นแหละค่ะ เราย้อนเวลาไปแก้ไขอดีตไม่ได้ และที่สำคัญคือ พ่อแม่ของเราคงไม่สามารถซัพพอร์ตเราได้เพราะค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง แต่เราก็ได้แต่คิดว่า “If only…” ซ้ำไปซ้ำมา และนี่คือจุดเริ่มต้นของความรู้สึกอยากไปแลกเปลี่ยนค่ะ

    แต่สิ่งที่มาเน้นย้ำความรู้สึกนี้อีกครั้งและค่อนข้างชัดเจนคือ ตอนที่เราเลือก Admission เข้าคณะด้านภาษา ตอนอกหักจากคณะในฝันสายวิทย์ แถมดันเลือกเอกภาษาอังกฤษเสียด้วย 5555 พอได้เขามาในเอก ทำให้เราตระหนักได้ว่าจริงๆแล้วเราห่วยมาก เพื่อนทุกคนเก่ง บางคนยิ่งเคยไปแลกเปลี่ยนมา ภาษาค่อนข้างไร้ที่ติเลยทีเดียว  ความรู้สึก ‘If only..’ มันก็กลับมาอีกครั้ง ‘เห้ย เราอยากไปอ่ะ ทำไมตอนนั้นเราไม่ตั้งใจให้มากกว่านี้นะ’ ที่สำคัญคือ เมื่อเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยแล้ว ช่องทางในการไปแลกเปลี่ยนก็จะแคบกว่าตอนมัธยม โอกาสก็น้อยลง รู้สึกเสียดายมากๆ และตอนนั้นเราก็ได้รู้จัก โครงการวิเทศ ของมหาวิทยาลัยค่ะ

    โครงการวิเทศนี้ เราสามารถไปแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศได้ โดยที่เสียค่าเทอมในราคาของมหาวิทยาลัยที่ไทย ฟังดูดีใช่ไหมคะ แต่! เราต้องออกค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเอง ทั้งค่าสาธารณูปโภค ค่าเช่าห้อง ค่าเดินทาง ทุกอย่างยกเว้นค่าเทอมค่ะ แล้วยิ่งเป็นอเมริกา ประเทศที่เราอยากไปมากกก แต่ค่าครองชีพที่แพงหูฉี่ขนาดนี้ พ่อแม่เราคงส่งไม่ไหวค่ะ ก็เกือบจะยอมแพ้ไปเหมือนกันนะคะ

    โอกาสที่สอง เอาวะ อเมริกาไม่ได้ ญี่ปุ่นก็ได้วะ!

    เราเรียนภาษาญี่ปุ่นเป็นวิชาโทค่ะ (ไม่ใช่ปริญญาโทนะคะ) เรียนตั้งแต่ตอนปี 1 ด้วยเหตุผลเพียงแค่ ‘หลักสูตรบังคับให้มีวิชาโท’ ‘ภาษาญี่ปุ่นการออกเสียงน่ารักดี’ เรียนที่มหาวิทยาลัยทั้งหมด 3 ปี ฟังดูเรียนเยอะใช่ไหมคะ แต่จริงๆแล้วเราเรียนแค่เทอมละ 1 ตัวเท่านั้น (ด้วยความเป็นสายชิลไม่รีบ เก็บได้เรื่อยๆ) เท่ากับว่า เราเรียนภาษาญี่ปุ่นเพียงแค่ 6 ตัวเท่านั้น

    เมื่อเรารู้ว่ามีวิเทศของประเทศญี่ปุ่นด้วย เราก็รีบกูลีกูจอไปขอข้อมูลจากเพื่อนเอกญี่ปุ่นที่สนิทเลยค่ะ

    วิเทศของญี่ปุ่น ต่างกับ วิเทศของอเมริกาตรงไหน?

    ตรงที่… รัฐบาลญี่ปุ่นมีทุนให้นักศึกษาแลกเปลี่ยนค่ะ! เย่ๆๆ ยกตัวเอย่างเช่น ทุน JASSO เป็นทุนที่จะให้เงินนักศึกษาคนละ 80,000 เยน ทุกเดือน เป็นเวลาสูงสุด 11 เดือน (ว้าว) แต่ว่า ไม่ใช่ทุกคนจะได้ทุนนี้นะคะ ก็ต้องลุ้นกันอีกทีว่าจะได้หรือไม่ (แต่ส่วนใหญ่จะได้ค่ะ)

    ดังนั้น เมื่อได้ข้อมูลจากเพื่อนเอกญี่ปุ่นคนนั้น (ขอบคุณอย่างสูง)

    ด่านแรก เราก็ลงมือกรอกใบสมัครอย่างเหน็ดเหนื่อย ภายในเวลาประมาณ 7 วัน เขียน statement of purpose เป็นภาษาอังกฤษ ติดรูปถ่าย หาเอกสารตามที่ระบุ แล้วก็รวบรวมส่งเอกสารให้วิเทศพิจารณา หัวหมุนเลยทีเดียวค่ะ

    จากนั้นก็เตรียมตัวสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่ของวิเทศ (ก็คืออาจารย์ของมหาวิทยาลัยเรานั่นแหละค่ะ และหนึ่งในนั้นคือตัวแทนจากภาควิชาภาษาญี่ปุ่น) ก็โดนถามคำถามเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย อัตลักษณ์บลาๆ โดนยำจนเละพอสมควรค่ะ T T แล้วก็สัมภาษณ์เป็นภาษาญี่ปุ่นกับอาจารย์จากภาคญี่ปุ่น ด้วยความที่เพิ่งจะได้เรียนวิชาฟังพูดภาษาญี่ปุ่นตัวแรก ก็ตอบไปงูๆปลาๆ จนอาจารย์ทำหน้านิ่ว (ที่เด็ดสุดๆคืออาจารย์ท่านนี้สอนวิชาฟังพูดเราอยู่ค่ะ 5555)  สัมภาษณ์เสร็จนี่คิดในใจเลยว่าไม่ได้แน่ๆ เพราะเราตอบไม่ค่อยดี

    แต่! ได้ค่ะ เย่ๆๆๆ

    ด่านที่สอง เมื่อเราผ่านวิเทศของมหาวิทยาลัยแล้ว เราก็ต้องมาทำใบสมัครอีกรอบ แต่คราวนี้ทำของมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นค่ะ ยุ่งยากกว่าของวิเทศประมาณ 5 เท่า เราต้องเขียน statement of purpose, career goal เป็นภาษาญี่ปุ่น 5000 คำ ต้องเขียน research ที่อยากจะทำด้วย คนที่กากๆอย่างเราก็ตายสิคะ 5555 ต้องหาผู้ช่วยด่วน ได้อาจารย์คนญี่ปุ่นที่พูดภาษาอังกฤษได้มาช่วย proofread ให้ 1 คนค่ะ (ขอกราบอาจารย์ท่านนั้นอย่างงามๆ) เราต้องเขียนแล้วให้อาจารย์คอยช่วยแก้เป็นเวลาเกือบครึ่งเดือนค่ะ เพลียทั้งอาจารย์ทั้งนักศึกษาเลยค่ะกว่าจะเสร็จสมบูรณ์ เพราะภาษาญี่ปุ่นเรายังไม่แข็งแรง(มาก) บวกกับแพทเทิร์นการเขียนของภาษาญี่ปุ่น และภาษาอังกฤษไม่เหมือนกัน (เราไม่เคยเรียนวิชาเขียนของภาษาญี่ปุ่นด้วยค่ะ เลยค่อยข้างจะเป็นปัญหา) แถมยังต้องมาคิดหัวเรื่อง research อีก แล้วต้องรวบรวมเอกสารอื่นๆมาอัพโหลดอีก เอกสารทางมหาวิทยาลัยญี่ปุ่นส่งมาช่วย guide การทำใบสมัครให้เราก็เขียนคำอธิบายไม่ชัดเจนอีก ทำให้มีปัญหาเยอะแยะตามมาค่ะ ยุ่งยากสุดๆ แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้ และได้รับการตอบรับเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยญี่ปุ่นค่ะ *จุดพลุ*

    สิ่งที่ลุ้นจนตัวกิ่วยิ่งกว่าการตอบรับจากมหาวิทยาลัยก็คือ ทุนการศึกษา ค่ะ

    โชคร้ายคือ มหาวิทยาลัยที่เราไปเราไม่ได้ทุน JASSO ค่ะ แต่ก็ยังโชคดีอยู่บ้างที่เราได้ทุนของมหาวิทยาลัยญี่ปุ่น แต่จะได้เพียงแค่ 5 เดือนค่ะ อีก 6 เดือนก็ตัวใครตัวมัน 555555

     ยังไงก็ตามแต่ ในที่สุดก็ได้ไปญี่ปุ่นแล้ว เย่

    ดีใจไปเถอะ นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น หึหึ

     

     
  • Mee Wpw เวลา 8:55:29 pm on Thursday ที่ 1 December 2016 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    โลกใบหนึ่ง 

    โลก หมุน รอบๆ

    เราเดินผ่านไปผ่านมา ผ่านไปแล้วเกือบล้านคน คนหนึ่งคนมหัศจรรย์มากมายเหลือเกิน เพราะ โลกเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ให้เราได้รู้จัก เรียนรู้ ฝึกฝน ค้นคว้า พัฒนาสู่โลกแห่งความจริง จากโลกที่เราอยู่ทุกวันนี้มันมีอะไรเปลี่ยนไปตามกาลเวลาที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความรู้สึก ความรัก การเจริญเติบโต ดำรงชีวิตความเป็นอยู่ของทุกๆวัน โลกสร้างโอกาสให้กับเรา เชื่อใจเรา เลยมอบชีวิตทั้งใบนี้ให้เราได้ดูแล แต่ทำไมเราถึงต้องทำลายคนที่ดีอย่างโลก โลกกลมๆใบหนึ่งที่มีน้ำ ต้นไม้ ดิน อากาศ มีทุกอย่างที่เป็นธรรมชาติ ก็เหมือนใจคน มีดี มีร้ายบ้างบางเวลา แต่คนทุกคนก็มีความดีอยู่ในใจ ภายใต้โลกใบนี้เราอาจไม่ทราบหรอว่าโลกเขามอบชีวิตให้กับเราแล้ว และถ้าเราทำลายโลกอย่างงี้ สักวันเขาอาจจะย้อนกลับมาทำลายเราเองก็ได้ โลกก็เปรียบเสมือนหัวใจ เรารักใครสักคนเราก็พร้อมที่จะดูแลเขาไปด้วยกัน โลกก็เช่นกัน เขารักเราเขาจึงมองสิ่งมหัศจรรย์ให้เราได้ดูแล รับไว้ตราบนานเท่านาน ไม่มีวันจางหายไป ถ้าเราอยู้กับมันด้วยใจ หันมาเอาใจใส่ซึ่งกันและกันเพราะ โลกเรายิ่งใหญ๋ เท่าใจคน เราคนเดียวดูแลอาจจะไว้แต่ถ้ามีคนช่วยกันเป็นหนึ่งเดียว ประชาธิปไตยกันโลกเราสักวันอาจจะเล็กลงเท่าใจคนให้เราุดูแลกันได้อย่างทั่วถึง

     
  • miso435 เวลา 4:17:46 pm on Wednesday ที่ 30 November 2016 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    แป้งระงับกลิ่นกายดี๊ดี(Deede Deodorant Powder) 

    Deede Deodorant Powder แป้งระงับกลิ่นกายดี๊ดี


    สรรพคุณ 1. สัมผัสเย็นสดชื่น ดับพิษร้อน 2.ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย  3.ระงับกลิ่นกายและ เหงื่อ(Deodorant and Antiperspirant)ได้เป็นอย่างดี
    4.ช่วยให้ผิวแลดูกระจ่างใส 5.ช่วยผลัดเซลล์ผิวใหม่
    6.เสื้อไม่เป็นคราบ 7.ไม่เหนียวเหนอะหนะ(Non-Sticky)
    8.ไม่เปรอะเปื้อนบนเสื้อผ้า(Not stain on clothes)

    ส่วนประกอบ Deede Deodorant Powder แป้งระงับกลิ่นกายดี๊ดี 1.สารส้มอย่างดี 2.ลิ้นทะเล  3.เทียนฮวยรุ้ง  4.ทานาคา  5.เจียกป๋วย  6.เมนทอล

    ราคาปกติ 180 บาท

    พิเศษ ลดเหลือ 150 บาท

    สั่งซื้อโทร 0838800726  ,  094-6452463

    http://dsuccessonline.com

     
  • copter

    copter เวลา 7:50:40 pm on Sunday ที่ 27 November 2016 เพอมาลิงค์ | ตอบ

    คิดถึงบ้าน 

    ใครเคยเป็นบ้างมาอยู่ไกลบ้าน เวลา ท้อๆ เหนื่อยๆ หรือ เหมือนตัวคนเดียว แล้วอยากกลับบ้าน บ้านที่เป็นสถานที่เดียวที่ทำให้รู้สึกว่าเรามีตัวตนและหายเหนื่อย มีคนที่ให้กำลังใจและอยู่ข้างเราเสมอ ตอนนี้ผมรู้สึกเหนื่อยจังครับ คิดถึงบ้านมากอยากกลับไปกอดแม่แล้วบอกว่าผมเหนื่อยผมอยากร้องไห้แล้วกอดใครแน่นๆสักคนครับ

     
c
เขียนโพสต์ใหม่
j
โพสต์ต่อไป / ความคิดเห็นต่อไป
k
โพสต์ก่อนหน้า / ความคิดเห็นก่อนหน้า
r
ตอบกลับ
e
แก้ไข
o
แสดง / ซ่อนความคิดเห็น
t
ไปที่ด้านบนสุด
l
เข้าสู่ระบบ
h
แสดง / ซ่อนความช่วยเหลือ
shift + esc
ยกเลิก